เมื่อผมถูกเกม Pokemon Go ลักพาตัวไป

ช่วงนี้ที่ผมหายตัวไป ไม่ค่อยได้อัพเดทบทความใหม่ๆ ก็เพราะถูกเกมโปเกมอน โก ลักพาตัวหายไปครับ นี่ก็ครบหนึ่งเดือนพอดี ที่เกม Pokemon Go เปิดให้ดาวน์โหลดมาเล่นในประเทศไทยได้อย่างเป็นทางการ แต่บอกก่อนเลยว่าผมไม่ได้โหลดมาเล่นตั้งแต่วันแรกนะครับ ผ่านไปประมาณ 5 วันได้ ถึงได้โหลดมาเล่น เพราะเกมนี้เปิดตัวมากระแสแรงเหลือเกิน จนผมทนไม่ไหว ต้องขอลองโหลดมาเล่นดูบ้าง สุดท้ายก็ติดเกม โปเกมอน ต้องออกไปเล่นทุกวัน นั่นล่ะครับท่านผู้ชม

พอเกม Pokemon Go เปิดตัวมาได้ไม่นาน ก็มีกระแส ทั้งด้านบวก และด้านลบ ออกมาเป็นระยะ บางประเทศประกาศ แบน เกมนี้ไปเลยก็มี บางประเทศควบคุมจำกัดการเล่น

-กระแสด้านลบของ เกม Pokemon Go ด้วยเป็นเกมที่ต้องอาศัย GPS บอกสถานที่จริง ทับซ้อนกับระบบเกม ทำให้ฝ่ายความมั่นคงกลัวการสอดแนมพื้นที่สำคัญๆ อันนี้ก็พอเข้าใจได้ แต่ว่ากันตามตรง Google Map ก็คงรู้ทุกซอกทุกมุมไปนานแล้ว

-อุบัติเหตุจากการเล่นเกม Pokemon Go มีข่าวให้ได้เห็นทั้งในประเทศและต่างประเทศครับ เหตุที่เกิดก็เพราะมัวแต่ห่วงจับโปเกมอน ไม่ได้ดูทาง บางคนเดินตกน้ำ เดินตกท่อ ส่วนคนที่ขับรถก็เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน เพราะเล่นเกมในขณะขับรถ ซึ่งจริงๆก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว เล่นมือถือในขณะขับรถ

-เรื่องการบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว เหตุเพราะเกม ปักเสา กับ ยิม ตามสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น งานศิลปะ แหล่งวัฒนธรรม ส่วนประเทศไทย หนักไปทางวัด ศาลพระภูมิ และสถานที่ราชการ พอคนเล่นเกมเดินไปหาตัวโปเกมอน หรือ ไปเก็บเสา ตียิม ก็อาจจะเดินเข้าไปในเขตบ้าน หรือพื้นที่ส่วนตัวเขาได้ ซึ่งจริงๆ เราไม่ต้องเดินไปใกล้ระยะขนาดนั้นก็ได้ เพราะระยะ 50-100 เมตร เราสามารถปั่นเสาเก็บของได้แล้ว และถ้ามีโปเกมอนในระยะ มันก็จะเกิดมาให้จับเอง ไม่ต้องขนาดเดินรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นก็ได้ครับ

-เหตุโจรปล้น เพราะเสาตั้งอยู่ในที่ห่างไกล ในที่มืด โจรก็มาโปรยซากุระเรียกมอนเกิด คนที่เล่นเกมก็มักจะไปจับตามเสาที่มีซากุระโปรยอยู่ ก็อาจจะถูกปล้นได้ ดังนั้น หากเป็นเวลากลางคืน ที่อันตราย ก็ไม่ควรเดินออกไปเล่นครับ

นั่นคือกระแสด้านลบ ที่พบเจอตามหน้าสื่อต่างๆ แต่ก็ยังพอจะมีด้านบวกของเกม Pokemon Go อยู่บ้าง

+บริษัท ห้างร้าน ที่ต้องการเรียกลูกค้า ก็มักจะนำเสามาปักหน้าร้าน และเปิดซากุระ เพื่อเรียกคนมาเล่นเกม และเรียกคนเข้าร้านไปในตัวด้วย ผมว่าร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่มีเสาใกล้ๆนี่ ได้ลูกค้าที่เป็นคอเกมเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย

+กระแสคนเล่นเกม โปเกมอน โก ที่มียอดดาวน์โหลด กว่า 100 ล้านครั้ง บ่งบอกอยู่แล้วว่าเป็นเกมที่ฮิตไปทั่วโลกจริงๆ และก็เชื่อว่า จะมีการพัฒนาเกมนี้ต่อไป รวมถึงเกมอื่นๆที่คล้ายๆกันนี้ก็น่าจะเกิดขึ้นอีกแน่ในอนาคต คอเกมตั้งตารอกันได้เลย

+Pokemon Go มีแนวคิดที่จูงใจให้นักเล่นเกม ที่วันๆนั่งอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้ออกมาข้างนอกบ้านบ้าง มาเจอคนจริงๆ เพื่อนจริงๆ พูดคุยกันได้จริง รวมไปถึงยังเป็นการเดินออกกำลังกายไปในตัวด้วย เพราะต้องเดินจับโปเกม่อน ตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงเดินฟักไข่โปเกมอน ไปในตัวอีกด้วย ซึ่งแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนจากการเล่นเกมหน้าจอ มาเป็นการเดินเล่นนอกบ้าน ถือว่าทำได้ดีเลย รวมถึงเป็นการเล่นเกมเพื่อสุขภาพอีกด้วย ซึ่งผมชอบแนวคิดนี้มากๆ

+Pokemon Go กับการโปรโมทการท่องเที่ยว เนื่องจากเกม โปเกมอน โก ในภาคแรกนี้ มีตัวมอนเตอร์ 151 ตัว ให้ได้ตามจับ และสะสม ซึ่งจะมีตัวหายาก 6 ตัว ที่กระจายไปตามประเทศต่างๆในแต่ละทวีป เรียกว่าถ้าอยากได้ครบทุกตัว ก็ต้องบินไปจับกันเลยทีเดียว (ตอนหลังทราบมาว่า บางตัวใช้วิธีฟักไข่เอาก็ได้ ไม่ต้องบินไปทั่วโลก) แต่บางพื้นที่ก็มีมอนเกิดไม่เหมือนกัน ในเมืองอาจจะมีบางตัวเกิดบ่อย ต่างจังหวัดอาจจะมีตัวเทพอีกแบบเกิดก็เป็นได้ ดังนั้น การนำตัวหายากมาปล่อยให้เกิดในพื้นที่โปรโมทการท่องเที่ยว ก็จะเป็นการเรียกแขก ชาวต่างชาติให้มาท่องเที่ยวไปด้วย และเล่นเกมไปด้วยได้ รวมถึงคนไทยเองก็ได้เล่นไปพร้อมกัน

นั่นคือกระแสด้านบวก พอประมาณ ของเกม Pokemon Go ครับ

แม้ว่าเกมนี้จะกระแสแรงในช่วงแรกเริ่ม แต่ก็มีข้อด้อยอยู่ไม่น้อย เช่นกัน คือ

-ข้อจำกัดในเรื่องของ เสา (Poke Stop) และยิม (GYM) เพราะในตัวเมืองหลวงนั้นมีอยู่มากมาย ตามสถานที่สำคัญ และห้างร้านใหญ่ๆ จะเล่นที่ไหนก็ไปสะดวก ผิดกับตาม ต่างจังหวัด ที่มี Poke Stop น้อยนิดเหลือเกิน จะเล่นทีก็ต้องเข้าไปในเมือง แล้วคิดว่าจะมีให้เล่นเยอะ แต่พอเอาเข้าจริง ก็มีแค่ไม่กี่สิบที่ แถมยังอยู่ห่างกันอีก ทำให้ลำบากในการเล่นเกม ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจที่ทำไมคนเล่นน้อยลงในช่วงหลัง ก็ได้แต่หวังว่าทางผู้พัฒนาจะนำเรื่องนี้ไปพิจารณา ปรับเพิ่ม Poke Stopและยิม (GYM) ในต่างจังหวัดให้เพิ่มมากขึ้น

-การกระจาย โปเกมอน หายาก อันนี้ผมว่าน่าจะปรับปรุงด้วย เพราะ ผมเจอ แต่ นก หนู หนอน ทุกวันเลย ตัวเทพๆ ตัวหายาก ไม่เคยจะออกมาให้จับเลย นานๆ จะเห็นเงาลางๆ ผมเห็นแต่ ในเมืองใหญ่ เมืองหลวง นี่มีแต่แหล่ง จับโปเกมอน เทพๆทั้งนั้น อยากให้ส่งโปเกมอน ตัวหายาก มาต่างจังหวัดบ้าง

-เพราะข้อจำกัดเรื่อง Poke Stop / ยิม GYM และโปเกมอน หายาก ทำให้เกิด การโกงเกมขึ้น มีหลายคนนั่นเล่นในคอมพิวเตอร์เหมือนเดิม เล่นอยู่บ้านเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือโกงไปในแหล่ง โปเกมอน เยอะๆได้อีกต่างหาก บางคนยังเล่นในมือถืออยู่นะ แต่มีโปรแกรมเสริมเพียบ ทั้งโกง GPS ทั้งโกงการตามจับโปเกมอน แม้ว่าทางผู้พัฒนาจะออกมา แบน ผู้เล่นที่โกงไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังคงมีให้เห็นอีกมากมาย ส่วนคนที่ตั้งใจเล่นตามกฎ ก็รับสภาพกันไปครับ

ด้วยข้อด้อยของเกม Pokemon Go ตามที่กล่าวไป ก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ว่าทำไม ช่วงนี้คนจะเล่นน้อยลงเรื่อยๆ แต่คนที่ยังเล่นอยู่ (แบบผม) ก็ต้องบอกว่าใจรักจริงๆ และเป็นแฟน โปเกมอน ตัวยง เท่านั้นครับ

ผมเล่นอยู่ต่างจังหวัด ด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่าง ก็ยังเล่นไปไม่ถึงไหนเลยครับ ณ ตอนนี้อยู่ที่ เวล 14 คนอื่นๆ ไปเวล 20 กว่า หมดแล้วครับ ผมอาศัยเล่นหลังเลิกงาน หรือวันหยุด วันละ 1-2 ชั่วโมง โปเกมอนหายากก็ไม่ค่อยเจอ จับได้แต่ นก หนู หนอน บางวันตัวธรรมดายังไม่ค่อยออกมาให้จับเลยครับ ผมสายฟรีด้วย เลยไปช้ากว่าสายนายทุน (เติมเงิน) ไม่นับคนที่มุด โกง เล่นนะครับ

เลเวลต่ำ จับตัวเทพไม่ค่อยได้ก็ต้องอาศัยเสียบยิมเขาไปครับ เก็บเงิน นิดๆหน่อยๆ จะไปตียิมสู้คนที่มีตัวเก่งๆแล้วคงไม่ไหว เอาเป็นว่าเล่นสนุกๆ สะสมตัวละครในเกมไปเรื่อยๆ ยังไงก็จะยังคงเล่นเกม Pokemon Go  ต่อไปครับ ส่วนใครที่อยู่ ทีมสีแดง สีเดียวกับผม ก็ทักทายมาได้นะครับ จะได้ไปตี GYM กัน แฮร่…

ต้องปรับเว็บไซต์อย่างไร ให้รองรับการทำ SEO

เอาจริงๆ ผมก็ไม่ทราบเหมือนนะกันครับ เพราะ Google ก็ไม่ได้บอกว่าจะต้องปรับเว็บไซต์อย่างไรบ้าง ทุกอย่างเกิดขึ้นจาก อัลกอริทึม ล้วนๆ ที่ส่งผลให้ คีย์เวิร์ดนั้นๆ ของเว็บไซต์นั้นๆ ขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆในหน้าแรกกูเกิล แต่ก็เคยได้ยินว่ามีบางคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูงๆ จะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและให้อันดับเองเลย!!

ผมคงจะแนะนำได้เท่าที่เคยลองทำและได้ผลมากบ้าง น้อยบ้าง ซึ่งก็อาจจะไม่ได้ถูกต้องตามหลักการไปทั้งหมด เพราะผมก็ไม่ได้รู้ว่าจริงๆแล้วมันควรจะปรับอะไรบ้าง มากหรือน้อยแค่ไหน ถึงจะดีที่สุด ก็เอาเป็นว่าสิ่งที่ผมทำและปรับใช้มันได้ผลในระดับหนึ่งก็อยากจะเอามาแชร์กันครับ หรือท่านใดที่คิดว่ามีวิธีที่ดีกว่าหรือถูกต้องก็เมลมาหาผมได้ครับ ที่ harry_mutd@hotmail.com พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นครับ

มาเริ่มกันเลย สำหรับเว็บไซต์ที่กำลังจะเริ่มต้นใหม่ผมไม่ค่อยจะเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะสามารถเลือกคีย์เวิร์ดที่ต้องการได้ เลือกจดโดเมนที่รองรับ SEO ได้ เลือกว่าจะใช้โปรแกรมตัวไหนในการสร้างเว็บไซต์ได้ ซึ่งจะง่ายในการวางแผนเพื่อให้เว็บที่กำลังจะสร้างขึ้นนั้นเป็นเว็บที่รองรับ การทำ SEO ตั้งแต่ช่วงแรกๆ

แต่ที่ผมเจอส่วนใหญ่ ก็จะเป็นเว็บที่จดโดเมนไปแล้ว สร้างเว็บไซต์เสร็จแล้ว จากนั้นพวกเขาก็มองหาคนที่จะมาทำ SEO ให้”

ซึ่งผมบอกเลยว่า มันจะดีมากหากว่าเจ้าของเว็บนั้นๆพอจะมีความรู้เบื้องต้นอยู่บ้างในการเลือกจดโดเมนที่รองรับการทำ SEO หรือพอจะปรับแก้ไขเว็บไซต์เบื้องต้นอยู่บ้าง ซึ่งเป็นส่วนน้อยที่เจอเสียด้วย

ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยมีความรู้ในการปรับแก้เว็บไซต์ โดเมนที่จดก็จะจดตามใจฉัน เป็นชื่อตัวเองบ้าง บางทีก็เป็นชื่อแบรนด์ (อันหลังยังพอรับได้) ซึ่งไม่มีคีย์เวิร์ดในโดเมนเลย ก็จะทำให้การทำ SEO ยากขึ้นมาอีกขั้นแล้ว จะเล่นคีย์เวิร์ดยากๆก็ควรให้มีคีย์เวิร์ดในโดเมนสักหน่อย ต่อให้เอาไปทำในซับโดเมน (ซึ่งเป็นทางแก้อย่างหนึ่งในกรณีที่ในโดเมนไม่มีคีย์เวิร์ดที่จะทำ SEO) ก็อาจจะไม่ได้ผลดี สู้กับพวกที่ใช้โดเมนมีคีย์เวิร์ดผสมอยู่ด้วยไม่ได้ เรื่องโดเมนนับว่าเป็นปัญหาแรกๆเลยที่เจอบ่อย และแก้ยากเสียด้วย เพราะคนส่วนใหญ่คงไม่อยากจะจดโดเมนใหม่และทำเว็บไซต์ใหม่ให้เสียเงินบ่อยๆจริงไหมครับ

ส่วนที่ควรจะปรับต่อไปก็คือ Title ส่วนใหญ่ที่ผมเจอจะเป็น ชื่อบริษัทบ้าง ชื่อแบรนด์บ้าง ไม่ได้มีคีย์เวิร์ดที่จะทำ SEO อยู่เลย แล้ว Google ก็ชอบจับอันดับตรงนี้ด้วย หากไม่มีคีย์เวิร์ดใน Title ก็แทบจะไม่เห็นอันดับใน Top 100 เลยนะครับ

อีกจุด Description บางเว็บปล่อยว่างไว้เลยก็มี ซึ่งจริงๆแล้ว ควรจะวางคีย์เวิร์ดผสมกับการบอกว่าเว็บไซต์นั้นๆเกี่ยวกับอะไร ขายอะไร หรือ ให้บริการอะไร โดยใส่คีย์เวิร์ดหลักและคีย์เวิร์ดรองไว้ด้วย จะช่วยเรื่องการทำอันดับ SEO ได้ แม้ไม่ได้เยอะก็ตาม แต่ก็ดีกว่าปล่อยว่างไว้เฉยๆ

Contents หรือเนื้อหา ในหน้าแรก (หน้าหลักเว็บไซต์) ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะที่ผมเคยเจอบางเว็บไซต์ทำเว็บมีแต่รูปภาพ!! จะบ้าตาย google ต้องการเว็บที่มีเนื้อหา (Text) อย่างน้อยก็ต้อง 300-500 คำ โดยเฉพาะในหน้า Home ซึ่งเป็นหน้าที่คนส่วนใหญ่จะใช้ในการทำ SEO และผู้ใช้งานคลิกเข้ามาเจอเป็นครั้งแรกๆ

ในเรื่องของเนื้อหาผมเคยเขียนบทความลงในบล็อกนี้หลายครั้งแล้ว คงจะไม่พูดถึงมากในบทความนี้ ยังไงลองย้อนตามไปอ่านได้ครับ ส่วนรายละเอียดเต็มๆขอไว้เขียนอีกทีในบทความถัดๆไปนะครับ

สรุป : เบื้องต้นในการปรับเว็บไซต์ เท่าที่จะปรับได้นะครับ จุดสำคัญๆ นอกจากโดเมนที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้แล้ว ก็จะต้องปรับ Title, Description, Contents เอาแค่ 3 จุดก่อน ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่สามารถปรับแก้เองได้เลย ไม่ต้องเก่งโปรแกรมอะไรมากก็ทำได้ ซึ่งในภาษา SEO เขาเรียกการปรับแก้แบบนี้ว่า SEO On-page นั่นเองครับปรับเพื่อให้เว็บไซต์ของท่านรองรับการทำ SEO และทำอันดับได้ดีขึ้นต่อไปในอนาคต

ส่วนจะได้ผลไหม ท่านก็ลองไปปรับเว็บไซต์ตัวเองดูครับ อาจจะไม่ได้ผลกับทุกเว็บ บอกเลย ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง แต่หากเว็บไซต์คุณไม่เคยวางคีย์เวิร์ด ไม่เคยปรับแก้ตามจุดที่ผมบอกไป ลองทำดูครับ แล้วจะเห็นถึงความแตกต่าง

ผ่านไปแล้วสำหรับเดือน เหงา เหงา

เดือน กรกฎาคม 59 ที่พึ่งผ่านพ้นไป นับว่าเป็นเดือนที่เงียบเหงาที่สุดเดือนหนึ่งเลยในรอบปี สำหรับผมนะ คนอื่นอาจจะไม่รู้สึกอะไรก็ได้ แต่ผมน่ะรู้สึกแรงเลย #เสียงสูง

ต้นเดือนที่แล้ว (ก.ค.) เป็นช่วงที่ผ่านครึ่งปีด้วยแหละผมว่า ถ้าเอาตามความเชื่อ หมอดู อะไรแบบนี้ ก็คงจะบอกว่าเป็นช่วงดวงเปลี่ยนครึ่งปี อะไรที่เคยทำแล้วดี ไม่ติดขัดในช่วงครึ่งปีแรก พอผ่านเข้าครึ่งปีหลังก็เริ่มจะไม่เป็นแบบเดิมอีกแต่นั่นก็เป็นแค่ความเชื่อส่วนตัวนะครับเรื่องแบบนี้แล้วแต่เลย

ณ เวลานี้ก็เป็นช่วงฤดูฝนเต็มตัวแล้ว ที่ผ่านๆมาอาจจะมีฝนตกบ้าง อากาศร้อนบ้าง แต่ว่าช่วงเดือนที่ผ่านมา ดูจะเป็นช่วงฝนเทลงมาตลอดๆแทบจะทั้งเดือน หนักบ้าง โปรยปรายบ้าง เพิ่มเติมความเหงาดีนักแล (โดยเฉพาะกับคนโสดอย่างผม แฮ่…)

เศรษฐกิจ ที่ก็ยังดูจะทรงๆ และมีทรุดบ้างในบางธุรกิจ ได้ยินมาว่าบางบริษัทก็เริ่มปลดพนักงานออกบ้างแล้ว เพียงแต่ไม่ค่อยเป็นข่าวเท่านั้นเอง คนทำงาน รับเงินเดือนเรียกว่าโดนหางเลขกันไปก่อนเลย มีบางคนเริ่มนอนไม่หลับกันบ้าง เพราะอนาคตที่เริ่มจะไม่แน่นอน อีกแล้ว

ส่วนคนที่ทำงานฟรีแลนซ์ ก็ใช่ว่าจะรอด เพราะช่วงนี้ก็งานน้อยเหลือเกิน งานลดลงกว่าครึ่ง นี่ก็เป็นอีกความเงียบเหงาที่ผ่านเข้ามา เรียกว่าไม่ทันตั้งตัวเลยก็ว่าได้เพราะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจภายในประเทศ มันส่งผลถึงกันไปทั่ว

เหงาที่โปรเจคก็ต้องทำคนเดียวอีก (แน่ล่ะใครจะมาช่วย) นั่งวางแผนทำงาน ปรับโน่น แก้นี่ เดินหน้ากันต่อไป ช่วงเริ่มต้น เป็นงานยากเสมอ ยังไงก็ต้องผ่านไปให้ได้

ช่วงนี้ผมเริ่มเคียร์งานตกค้าง และงานเก่าๆไปได้เยอะพอสมควรแล้ว ก็เริ่มจะกลับมามีเวลาทำงานโปรเจคได้เต็มที่ขึ้น ในบางช่วงเวลาที่ว่าง ก็จะหยิบจับหนังสือขึ้นมาอ่าน เพื่อเพิ่มเติมความรู้ใหม่ๆ เดี๋ยวอาจจะได้ นำหนังสือที่น่าสนใจมาแนะนำที่บล็อกแห่งนี้ในโอกาสต่อๆไปครับ (ปีนี้ยังอ่านหนังสือไม่ได้ครึ่งของเป้าที่ตั้งไว้เลย เอาเป็นว่าอ่านได้แค่ไหนก็เท่านั้น ไม่อยากกดดันตัวเองมาก ถ้าว่างเมื่อไหร่ก็จะหยิบหนังสือมาอ่านให้บ่อยขึ้น)

แต่ไม่ว่าจะเงียบเหงาแค่ไหน ยังไงเดี๋ยวมันก็ผ่านไป ผมว่าช่วงชีวิตคนเรามันก็มักจะเป็นแบบนี้ มีขึ้น มีลง ในแต่ละช่วงเวลา ไม่มีใครที่จะขึ้นสูงได้ตลอดเวลา หรือตกต่ำตลอดไป พยายามรักษาระดับตัวเอง เอาตัวรอดไปให้ได้ในเวลานี้ ก็นับว่าดีแล้ว จงเชื่อมั่นในตนเอง และไม่ต้องกลัวกับความเหงา แค่เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้ก็พอ