5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ปี 2561

ถึงเวลาก็กลับมาเจอกันอีกครั้งสำหรับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ของปี 2561 แต่เป็นบทความแรกของปีนี้ 2562 ก็ลองมาดูกันว่าในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2561) มีเรื่องอะไรกันบ้าง ที่ผมชอบ และไม่ชอบ ก็ต้องบอกไว้ตรงนี้ก่อนเลยว่า เป็นแค่ความคิดเห็น และความรู้สึกส่วนตัวของผมเองล้วนๆ เพราะมันเป็นเรื่องที่มีทั้งทำให้ ใจเสีย และเรื่องที่ทำให้ ใจเต้นแรง ในรอบปีอาจจะมีหลายๆเรื่องที่พุ่งเข้ามา แต่ก็คัดเอาที่สุดเท่าที่อยากจะบอกได้ มาเขียนไว้ตรงนี้

ก็เหมือนเดิมมาเริ่มต้นที่เรื่องไม่ชอบกันก่อน และจบท้ายสวยๆ ด้วยเรื่องที่ชอบ ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย …

5 ไม่ชอบ

1.ผลงานผีแดงในรอบปี 2018

ใครที่เป็นแฟนผีแดง ก็คงจะทราบกันดีว่าตลอดปี 2018 ฟอร์มของทีมเป็นเช่นไร ต้นปีมีลุ้นแชมป์ FA CUP แต่ก็พลาดไป พอเปิดฤดูกาลใหม่ น้ามู ก็ไม่ได้งบซื้อตัวผู้เล่นอย่างที่หวัง เหมือนมีปัญหาภายในหลายๆอย่าง ทีมก็จมอยู่กลางตาราง จนสุดท้ายก็ต้องปลดน้ามูออกไป น่าเสียดาย แต่ก็เข้าใจโลกของฟุตบอล โซลชาร์ เข้ามาแทนที่ ตอนนี้ผลงานก็ถือว่าดี น่าพอใจ แต่ก็ต้องดูกันยาวๆ เพราะตำแหน่งผู้จัดการทีมตอนนี้ยังเป็นแค่ตำแหน่งชั่วคราว ไม่แน่ว่าจบฤดูกาลไปแล้ว ผู้จัดการทีมตัวจริงจะเป็นใคร ก็ได้แต่หวังว่าทีมจะกลับมาได้ลุ้นแชมป์เสียที หลังจากรอมานานนับตั้งแต่ป๋าวางมือไป

2.งานอดิเรก ทำได้น้อยลง (ดูหนัง, อ่านหนังสือ, เขียนหนังสือ)

เป็นอีกปีที่งานอดิเรกหายไปเยอะเลย หนังก็ดูน้อยลง หนังสือก็อ่านจบไปไม่กี่เล่ม งานเขียนทั้งหนังสือ และบทความต่างๆ ก็น้อยกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา เหมือนแรงบันดาลใจอะไรมันหล่นหายไป ในปีที่ผ่านมา ตอนนี้ก็พยายามจะกลับมาเขียน มาอ่านอีกครั้ง เพื่อต่อยอดไปสู่กิจกรรมอื่นๆต่อไป

3.ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

จากที่เคยเดินออกกำลังกายเกือบทุกวัน ปีที่ผ่านมาแทบจะไม่ได้ออกกำลังกายเลย เอาตรงๆว่าไม่กล้าชั่งน้ำหนักเลยตอนนี้ น่าจะใกล้หลักร้อยแน่ๆ ปีนี้ยังไงก็ต้องกลับมาฟิตร่างกายให้ได้ เพราะยิ่งปล่อยไปดูถ้าจะยิ่งแย่ ยิ่งอายุเริ่มมากขึ้นทุกวัน ยอมรับว่ากลัวการเจ็บป่วยมาก เพราะเป็นอะไรมันก็จะเป็นนาน หายช้า เพราะสภาพร่างการไม่แข็งแรง เหมือนตอนวัยรุ่นแล้ว

4.ปัญหาเรื่องงาน

เรื่องงานก็เป็นปัญหาที่สะสมมานานตั้งแต่ปลายปีก่อนแล้ว แต่มันมาส่งผลหนักข้อ ก็คือตอนปีที่ผ่านมา หลายๆงานที่จำใจต้องปิดตัวลง เพราะกระแสโลกที่เปลี่ยนไป หลายๆอย่างขาดงบสนับสนุน ก็ไม่สามารถที่จะทำต่อไปได้ พอมีปัญหาเรื่องงาน ก็ย่อมส่งผลกับเรื่องเงินไปด้วย ก็ต้องประคองตัวกันไปก่อนช่วงนี้ ช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิตอีกครั้ง

5.ศึกษาหาความรู้ใหม่ๆน้อยไป

เป็นความรู้สึกส่วนตัวจริงๆอันนี้ ที่หมือนการค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ หรือติดตามกระแสโลกน้อยลง แม้โลกออนไลน์จะมีความรู้มากมายก็ยังหาดู หาฟังน้อยเอง หนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจก็หยิบมาเปิดอ่านน้อยเช่นกัน ก็เลยรู้สึกว่าความรู้มันนิ่งๆไปช่วงปีที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าตัวเองหมดไฟไปตอนไหน แต่ตอนนี้ก็กำลังจุดไฟให้ตัวเองใหม่อีกครั้งเช่นกัน เพราะยังเชื่อว่าความรู้มีอยู่รอบตัว อยู่ที่เราจะเห็นมันหรือเปล่า แล้วจับเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

5 ชอบ

1.ได้กลับมาดูหนังในโรงหนังอีกครั้ง

ต่างจังหวัดที่ไม่มีห้างใหญ่ โรงหนังก็ไม่มี ที่มีก็ปิดตัวหนีหายไปหมดหลายปี จนมาปีนี้ที่โรงหนังกลับมาแล้วกับห้างใหม่ ถึงสองที่ ทำให้ได้มีโอกาสเข้าไปชมหนังในโรงหนังอีกครั้ง อย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่ดีแม้หนังจะยังไม่ได้หลากหลาย แต่ก็ดีกว่านั่งดูหนังออนไลน์อยู่ที่บ้านอย่างเดียว

2.K-POP

ตั้งแต่ที่ฟังเพลงยุค girls generation แรกๆ ก็ห่างหายจากวงการเพลง K-POP ไปเลย จนมาปีนี้ก็เลยลองแวะหาเพลง K-POP ฟังสักหน่อย ก็ไปเจอวง วง BTS กับ วง TWICE(ทไวซ์)  ที่ฟังเพลงแล้วรู้สึกชอบ แต่บอกก่อนว่าเป็นแค่แฟนเพลงนะครับ ไม่ใช่แฟนคลับที่ตามลึกแบบจำชื่อนักร้องได้ทุกคน แค่ฟังเพลงแล้วมันโดนหลายเพลง ก็เลยติดตามหาเพลงอื่นๆมาฟัง ดังนี้

วง TWICE(ทไวซ์)  เพลง “KNOCK KNOCK”, “What is Love?”, “TT”, “LIKEY”, “Heart Shaker”

วง BTS เพลง FAKE LOVE, I NEED U, Save ME, Run, Spring Day, DNA

3.วง Idol Thai GG T-POP กำลังจะกลับมา

จากกระแสความสำเร็จของวงไอดอล BNK48 ที่พาเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย ดังในประเทศไทย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีวง GG และวง Idol เกิดขึ้นตามมาอีกมากมายหลายวง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะกระแส T-POP นั้นหายไปนานแล้ว ตลาดวงการเพลงไทยจะได้กลับมามีสีสันอีกครั้ง แต่ก็เสียดายที่รายการทีวีต่างๆยังไม่ค่อยทำรายการแบบรวมวง Idol วง GG ให้มาโชว์แบบไม่แบ่งค่าย หรือจัดรางวัลให้กับวงที่มียอดขาย CD ยอดดาวน์โหลดเพลงได้เยอะๆ ถ้าทำได้ กระแส และการแข่งขันกัน ก็จะทำให้วงการเพลงกลับมาเป็นกระแสได้มากเลย แบบที่วงการ K-POP ทำได้

4.Twitter

เรียกได้ว่าที่กลับมาเล่น Twitter หนักอีกครั้ง ก็เพราะมาตาม #BNK48 ติดตามข่าวสารของวงได้รวดเร็วที่สุดแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน Twitter เองก็เป็นแหล่งข่าวที่รวดเร็ว อะไรเป็นข่าว เป็นกระแส เราก็จะได้เห็น # ขึ้นมาติดเทรนด์ อันดับต้นๆก่อนเลย จะเรียกว่าเป็นเรื่องดีก็ว่าได้ ที่ได้รับรู้ข่าวสารบ้านเมืองได้เร็วกว่าใคร

5.Noey BNK48

Noey BNK48 หรือ น้องเนย เป็นหนึ่งในสมาชิกเมมเบอร์ของ วง BNK48 นั่นเอง เรียกว่าเป็น คามิโอชิ ของผมเลย ติดตามมาตั้งแต่กลางปีก่อน จนวันนี้ ก็ได้เห็นน้องพัฒนาตัวเองมาไกลมาก กับการทำหน้าที่เป็นไอดอลที่ดี ได้เห็นน้องยืนเป็นเซนเตอร์ ถึงสอง Single และ กับการเลือกตั้ง BNK48 ที่กำลังจะมาถึง ก็หวังให้น้องติดอันดับสูงที่สุด หรืออย่างน้อยก็ติดคามิ 7 ให้ได้ การมาติดตามน้องๆ ก็เหมือนต่างเป็นกำลังใจให้กัน เพราะต่างก็มีฝัน และแรงบันดาลใจ ที่ดีได้ ผมเชื่อเช่นนั้น

ทังหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ 5 ชอบ และ 5 ไม่ชอบ ของปี 2018 ที่ผ่านพ้นไปแล้ว มาดูกันว่าปี 2019 จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง ไม่ว่าเรื่องนั้นๆจะเป็นเช่นไร ยังไงเราก็ยังต้องใช้ชีวิตกันต่อไป สู้ไปด้วยกันครับทุกคน

ตอนนี้ คุณดองหนังสือ ไว้กี่เล่ม?

เชื่อว่ามีหลายคนก็เคยเป็น กับนิสัยชอบซื้อหนังสือมาเยอะๆ แต่ไม่มีเวลาอ่าน ก็ทำการดองหนังสือไว้เสียเลย พอไปเจอหนังสือปกสวยๆ หนังสือดัง หนังสือลดราคา ก็แวะซื้อมาอีก เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซื้อมาเป็นสิบเล่ม แต่อ่านไม่หมด อย่างมากก็จบแค่เล่ม สองเล่ม ที่เหลือก็ดองไว้เหมือนเดิม

ช่วงนี้ต้องยอมรับเลยว่า การอ่านหนังสือของผม ฟอร์มตกเป็นอย่างมาก เดือนละเล่มยังไม่ได้เลย ขนาดพยายามจะหาเวลาอ่านแล้ว ถ้าจัดอันดับคงอยู่ กลุ่มนักอ่านธรรมดาทั่วไป

-อ่านหนังสือ 1-12 เล่มต่อปี – นักอ่านทั่วไป

ก็คงเหมือนกับผมช่วงนี้แหละจะว่าไป เพราะมีเวลาอ่านได้น้อย คือ เลือก อ่าน เฉพาะเล่มที่อยากจะอ่านจริงๆ ส่วนเรื่องอื่นๆ อ่านทิ้งไว้ ยังไม่จบเล่มเลย ดองข้ามปี ก็มีหลายเล่ม แค่อ่านให้จบสักเดือนละเล่มยังไม่ได้เลยผม ยอมรับว่าฟอร์มตกจริง อะไรจริง

สำหรับ นักอ่านทั่วไป อ่านให้จบสักเดือนละ 1 เล่ม ก็เก่งแล้วล่ะ แต่ซื้อมาดองหลายสิบเล่มก็ไม่ว่ากัน ว่างก็หยิบมาอ่านได้เสมอ

-อ่านหนังสือ 50-52 เล่มต่อปี – นักอ่านตัวยง

นักอ่านตัวยง คือจุดที่ควรจะทำให้ได้ เพราะการอ่านหนังสือ 50-52 เล่มต่อปี ก็เฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 เล่มเท่านั้นเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าการจะอ่านให้ได้ขนาดนี้ก็ไม่ง่ายเช่นกัน เราอาจจะซื้อหนังสือมา 50 เล่มต่อปี แต่การจะอ่านให้หมดภายในสัปดาห์ละเล่ม มันไม่ใช่เล่นๆเลยนะ ผมเองยังทำไม่ได้ แค่เกือบๆถึงเอง ก็หวังว่าปี 2019 จะทำได้จริงๆสักที

-อ่านหนังสือ 100+ เล่มต่อปี – นักอ่านสายแข็ง

ใครที่สามารถอ่านหนังสือได้ 100 เล่มขึ้นไป ต่อปี ผมขอยกให้เป็นสุดยอด นักอ่านสายแข็งเลยครับ เพราะกว่าจะอ่านจบแต่ละเล่มมันต้องใช้เวลา ยิ่งเล่มหนาๆ ยิ่งต้องใช้เวลานานไปอีก

อีกอย่างหนังสือ 1 เล่ม ราคาก็ตกประมาณเล่มละ 200 บาท ถ้าจะซื้ออ่านเป็นร้อยๆเล่ม ก็ต้องมีเงินไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ด้วยเช่นกัน ก็ต้องยอมรับว่ามีคนที่ทำได้จริงกับการอ่านหนังสือ 100 เล่มต่อปี (แต่อาจจะมีไม่มากเท่าที่ผมทราบนะ)

ยังไงปีนี้ ก็คงอ่านไม่ทันละ เอาเป็นว่า มาเริ่มอ่านกันอีกทีปีหน้าเลยละกัน หนังสือที่ดองข้ามปี ก็ขุดขึ้นมาอ่านบ้าง หรือถ้าจะซื้อหนังสือเล่มใหม่ ก็ได้โปรดซื้อมาเพื่ออ่านทันทีเลย จะได้อ่านจบเป็นเล่มๆไป ไม่ต้องตกค้าง ดองข้ามปีกันอีก

ก็ขอจบบทความสุดท้ายของปี 2561 ไว้เพียงเท่านี้ แล้วเจอกันใหม่ปีหน้า 2562

สวัสดีปีใหม่ครับ

การ เลือกตั้ง BNK48 6th Single Senbatsu General Election กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว

ใช่แล้วครับ ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้ง…

แต่..เป็นการเลือกตั้งไอดอล ของ 48G นะครับ ที่ผมกำลังจะกล่าวถึง ซึ่งต้องย้อนประวัติกันสักเล็กน้อย เรื่องมันเริ่มขึ้นจากวงพี่สาวอย่าง AKB48 ที่ในวงจะมีสมาชิกหลายคน (วงพี่สาวที่ญี่ปุ่นมีสมาชิกมากกว่า 100 คน) การจะออก Single สักครั้งก็เลยไม่สามารถที่จะเอามาออกพร้อมกันได้ทั้งหมด ก็เลยทำให้ ผู้บริหาร ต้องเลือกสมาชิก หรือเมมเบอร์บางคนมาออก Single ครั้งละ 16 คน บ้าง หรือ 21 คน บ้าง แล้วแต่ความเหมาะสม และก็ต้องทำการเลือกเซนเตอร์ มา 1 คน ที่จะมาทำหน้าที่ถ่ายทอดความหมายของเพลง และทำการโปรโมทเพลงใน Single นั้นๆ พอจะออก Single ใหม่ ก็จะทำการคัดเลือกเมมเบอร์ใหม่อีกรอบไปเรื่อยๆ

แต่เรื่องมันเกิดขึ้น เพราะเมื่อผ่านไปหลาย Single ทางผู้บริหาร ก็เลือกแต่เมมเบอร์หน้าเดิมๆ และใช้แต่เซนเตอร์คนเดิมบ่อยๆ ไม่รู้ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ก็เลยทำให้แฟนๆของวง AKB48 บ่นกันว่าทำไมไม่ให้คนอื่นขึ้นมาทำหน้าที่เซนเตอร์บ้าง ร้องดี เต้นดี กว่าคนนี้นะ พอเสียงแฟนคลับเริ่มดัง ไปถึงฝ่ายบริหารของ AKB48 ก็เริ่มคิดไอเดียร์ และสรุปกันว่า งั้นก็เอาแบบนี้ละกัน ให้แฟนคลับทำการเลือกเมมเบอร์มาออก Single กันเองเลย (ใน 1 ปี ทางวง AKB48 จะออก Single กัน 4 ครั้ง แต่จะมี 1 ครั้งที่จะให้แฟนๆโหวตเมมเบอร์ได้เอง) นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการมี Single เลือกตั้งใน 48G นั่นเอง

พอมาถึงวง BNK48 ซึ่งเป็นวงน้องสาวของ AKB48 ซึ่งก็จะต้องมีกิจกรรมเหมือนกับวงพี่ ดังนั้นระบบการเลือกตั้ง จึงเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และแน่นอนแล้วว่าทางวงได้ประกาศ กำหนดการต่างๆออกมาแล้ว ดังนี้

——————————————–

8 พฤศจิกายน 2561

เปิด Pre-order CD BNK48 5th Single BNK Festival Limited Edition

และ Music Card Edition

https://shop.bnk48.com/

——————————————–

3 ธันวาคม 2561

ปิด Pre-order CD BNK48 5th Single BNK Festival Limited Edition

(หรือจนกว่าสินค้าจะหมด)

——————————————–

11 ธันวาคม 2561

เริ่มเปิดลงคะแนน เวลา 12:00 น.

ทาง BNK48 Official Application

หรือ BNK48 Election

https://election.bnk48.com/

——————————————–

12 ธันวาคม 2561

ประกาศผลด่วน

ประกาศผลด่วน ครั้งที่ 2 (ยังไม่กำหนดวัน)

——————————————–

22 มกราคม 2562

ปิดการจำหน่าย Music Card Edition

——————————————–

24 มกราคม 2562

ปิดลงคะแนน เวลา 12:00 น.

——————————————–

26 มกราคม 2562

ประกาศผล BNK48 6th Single Senbatsu General Election

——————————————–

ซึ่งก็แน่นอนแล้วว่า การเลือกตั้ง BNK48 ได้วางกำหนดไว้หมดแล้ว รวมไปถึง CD Single 5 ก็หมดไปแล้วด้วยเช่นกัน แต่ยังเหลือ Music Card Edition ที่คุณสามารถไปซื้อ เพื่อนำบัตรโหวตเลือกตั้ง ไปโหวตให้กับสมาชิกเมมเบอร์ที่คุณชื่นชอบได้อยู่นะ

น่าเสียดายหน่อยๆ ก็ตรงที่ทาง อฟช. กำหนดการขาย [CD]BNK48 5th Single “BNK Festival” Limited Edition ไว้ที่ 300,000 แผ่น เท่านั้น และก็ SOLD OUT ไปเรียบร้อย ภายใน 2 วันแรกที่เปิดจำหน่าย ผมเองก็ซื้อไม่ทันเช่นกัน ตอนแรกผมหวังว่ายอด CD จะทะลุล้านแผ่นสักหน่อย ตามที่เคยเขียนไว้ในบทความก่อนหน้า หรือว่า ยอดขายเพลงไทย ล้านตลับ (ซีดีล้านแผ่น) จะกลับมาอีกครั้งในรอบกว่า 10 ปี?” แต่ก็เข้าใจได้ด้วยกำลังการผลิตของประเทศไทย ที่โรงงานทำ CD มีน้อยลงมาก เพราะไม่ค่อยมีใครทำขายกันแล้ว รวมไปถึงเรื่องบัตรจับมือที่แถมมากับแผ่น CD ด้วย ซึ่งต้องวางคิวงาน และจำกัดจำนวนเพื่อให้สามารถควบคุมปริมาณคนที่จะมาร่วมงานด้วย

สำหรับสมาชิก BNK48 ทั้ง 51 คน ที่ทำการลงสมัครเลือกตั้ง ทาง อฟช. ก็ได้ปล่อยคลิปหาเลียงของสมาชิกเมมเบอร์ออกมาแล้ว วีดีโอคลิป หาเสียง ทั้ง 51 คน บน YouTube ก็สามารถไปติดตามดูกันได้ ว่าจะสนุก จะฮา แค่ไหน

เร็วๆนี้คงได้เห็นโปสเตอร์ หาเสียงทยอยออกมาให้ได้ชมกันอีก

การเลือกตั้งของ BNK48 เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกด้วย ทำให้เราไม่สามารถคาดเดาผลคะแนน ได้เลย เพราะไม่มีคะแนนจากครั้งก่อนๆมาเป็นตัววัด เปรียบเทียบ ดังนั้น คาดว่าแฟนคลับของแต่ละเมมเบอร์คงจะใส่กันเต็มที่แน่นอน เพื่อให้เมมเบอร์ที่ตัวเองชื่นชอบได้อันดับการเลือกตั้งที่ดี เพราะอาจจะมีผลกับงานอื่นๆต่อไปด้วย เช่น ถ้าติดอันดับสูงๆ สื่อหนังสือพิมพ์ ทีวี ก็จะสนใจทำข่าว ก็จะช่วยเรื่องความนิยมให้เพิ่มขึ้น เหล่าสปอนเซอร์ ก็จะสนใจนำน้องๆเมมเบอร์ไปเป็นพรีเซนเตอร์สินค้า หรือไปโปรโมทสินค้าอื่นๆ มีโอกาสได้งานนอก เช่น เล่นหนัง เล่นซีรี่ย์ ถ่ายแบบนิตยสาร เป็นต้น รวมไปถึงโอกาสในการได้ออก Single ปกติต่อๆไปด้วย จะเห็นได้ว่าอันดับที่ได้มันสำคัญกับอนาคตน้องๆเมมเบอร์มากๆเลย

อันดับที่ 17–32 : Under Girls

อันดับที่ 1–16 : Sekai Senbatsu

คนที่ได้อันดับ 1-7 : ก็จะถูกเรียกว่าเป็น คามิ7 คือคนที่ได้รับความนิยมสูง มีคนสนับสนุนเยอะ เป็นตำแหน่งที่เหล่าเมมเบอร์หลายคนต้องการมายืน เพราะมันส่งผลกับอนาคตตามที่เคยกล่าวไปก่อนหน้า

อันดับที่ 1 : จะได้เป็นเซนเตอร์ใน Single เลือกตั้ง (ของ BNK48 คือ Single ที่ 6 นั่นเอง) ตำแหน่งในฝันของใครหลายคน ที่อยากมายืนในตำแหน่งที่ 0 หรือตำแหน่งเซนเตอร์ อันเป็นจุดสูงสุดของการเป็น ไอดอล

อย่างที่ทราบกันดีว่านี่เป็นการเลือกตั้งไอดอล ครั้งแรก การคาดเดาผลเป็นเรื่องยาก แต่ผมก็อยากจะขอลองเดาผลการเลือกตั้งไว้สักหน่อย ย้ำว่าเป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัว ที่จะขอทายอันดับ 1-16 ดังต่อไปนี้ คือ

01. Cherprang

02. Music

03. Orn

04. Pun

05. Noey

06. Jennis

07. Mobile

08. Pupe

09. Kaimook

10. Kaew

11. Namneung

12. Tarwaan

13. Wee

14. Satchan

15. Mind

16. Fond

แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้เป็นแค่การคาดเดา เดี๋ยวรอผลด่วนออกมาแล้ว จะลองมาวิเคราะห์กันอีกรอบ ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน เกาะติดสนามเลือกตั้งไอดอล BNK48 กันไว้ให้ดี มีอะไรสนุก ลุ้น ตื่นเต้นอีกมากรออยู่