ธุรกิจ ไอดอล สร้างรายได้ มากกว่าแค่การขาย CD เพลง เพียงอย่างเดียว

ก็ผ่านไปแล้วสำหรับ งานเลือกตั้ง BNK48 เป็นอย่างไรกันบ้างครับ คามิโอชิ ของแต่ละท่าน ได้อันดับที่พอใจกันไหม? ยินดีกับเซนเตอร์คนใหม่ ที่ชนะเลือกตั้งครั้งนี้ กัปตัน เฌอปราง และเหล่าคามิ7 อย่างเป็นทางการ รวมไปถึงเซมฯ 16 คน และน้องๆที่ติด 32 อันดับด้วย แน่นอนว่า คามิผม อย่างน้องเนย ก็ติดอันดับที่ 7 พอดี แม้ว่าจะไม่ใช่อันดับที่คาดหวัง แต่ก็ถือว่าเราได้ทำเต็มที่แล้วสำหรับการเลือกตั้งครั้งแรก

สิ่งที่น่าสนใจหลังงานเลือกตั้งก็คือ รายได้จากการขายแผ่น CD 300,000 แผ่น และมิวสิคการ์ดอีกกว่า 4 แสนใบ ซึ่งทำเงินให้กับ อฟช. BNK48 ในงานนี้งานเดียวไปประมาณ 200 ล้านบาท เลยทีเดียว

กว่าที่วงไอดอล BNK48 จะมาได้ถึงจุดนี้ พวกเขาก็ต้องผ่านเรื่องราวมากมาย และแน่นอนว่า วงการเพลงไทย มันเปลี่ยนรูปแบบ การทำเงินไปนานแล้ว แผ่น CD ไม่ใช่รายได้หลักเหมือนยุค 90 เพราะยุคนี้ ถูกสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์ ครองหมดแล้วทั้ง Apple Music, Spotify, JOOX และYouTube แต่ BNK48 ก็ยังสามารถทำยอดขาย CD หลักแสนแผ่นได้ แม้หลายคนจะบอกว่าเพราะมีของแถมอย่างบัตรจับมือก็ตาม

การทำวงดนตรี หรือวงไอดอล จึงต้องปรับตัวเป็นอย่างมากในตอนนี้ เพราะการจะขายอะไรแบบยุคเดิมๆ มันไม่สามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว การทำธุรกิจบันเทิงครบวงจร จึงเข้ามาตอบโจทย์แทน

สิ่งสำคัญของวงไอดอลที่มีสามาชิกหลายคน ทุน เป็นสิ่งสำคัญในช่วงเริ่มต้น และสิ่งที่จะต้องมีตามมาก็คือแฟนคลับ ที่จะเข้ามาสนับสนุนวง เพื่อให้ธุรกิจไอดอลเติบโตไปได้นานๆ

การบุกเข้ามาครองตลาดแมสได้จำเป็นมาก แต่ไอดอลก็มีสไตล์ที่แตกต่างกันของแต่ละวง ที่เป็นจุดแข็ง และมีกลุ่มแฟนคลับเป็นของตัวเอง ซึ่งก็ต้องหาจุดขายของวงให้เจอด้วย

ในเมื่อเพลงมันขายยากนัก วงไอดอล ก็เลยต้องปรับวิธีการให้ขายได้ ตั้งแต่ยังไม่มีเพลงเป็นของตัวเอง ซึ่งศิลปินทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจระบบไอดอล แต่ถ้าได้ลองเข้ามาศึกษาระบบวงไอดอลดู ก็จะเห็นว่ามันมีอะไรน่าสนใจ และสามารถนำไปปรับเพื่อต่อยอดการทำธุรกิจเพลง หรือธุรกิจบันเทิงยุคใหม่ได้เลย

การทำธุรกิจบันเทิงครบวงจร ของวงไอดอล เขาทำอะไรกันบ้าง เอาเท่าที่ผมตามวง BNK48 มาปีกว่าๆ ก็เห็นว่ามีอะไรหลายๆอย่างที่น่าสนใจ และก็มองว่ามันยังสามารถเติบโตไปได้อีกหลายปีข้างหน้า


ขอบคุณภาพจาก BNK48

#ขายสินค้า แบบสุ่มกาชา : การขายแบบนี้นับว่าเป็นวิธีการทำเงินได้ดีในระบบไอดอลเลย ยิ่งมีสมาชิกเยอะ ยิ่งสุ่มเยอะ แฟนคลับก็ต้องจ่ายเยอะกว่าจะได้สินค้า หรือของตามที่ตัวเองต้องการ ทำให้เกิดการแทรดของกัน แต่บางคนก็ใช้การแก้ปัญหาด้วยเงิน

-Photo Set นับว่าเป็นสินค้าที่สามารถผลิตออกมาขายได้เรื่อยๆ และต้นทุนดูจะไม่มากด้วย โดยเฉพาะ Photo Set ชุด debut สามารถเปิดขาย ก่อนที่วงจะมีผลงานเพลง ก็สามารถทำได้แล้ว ยิ่งใช้การสุ่มกาชา และมีรูป SSR ด้วย ยิ่งมีผลต่อยอดขายเป็นอย่างมาก

-สินค้าที่ระลึกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เข็มกลัด / โปรสเตอร์ / Photobook / หนังสือเล่ม / หนังสือการ์ตูน และอื่นๆ อีกมากมายแล้วแต่ทางบริษัทจะทำออกมาจำหน่าย ซึ่งสินค้าเหล่านี้สามารถทำเงินเลี้ยงวงได้ตั้งแต่แรกๆ แม้ว่าจะยังไม่มีผลงานเพลงออกมาอย่างเป็นทางการก็ตาม และสามารถผลิตมาขายได้ทุกเดือน หรือตามแต่โอกาสสำคัญของวง ทำให้วงมีรายได้ ตลอดทุกเดือน

-CD / DVD ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ไอดอลเองก็ต้องขายเพลงด้วยเช่นกัน แม้ว่าตัวไอดอลจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง เด็กฝึก กับศิลปิน แต่ก็จำเป็นต้องมีผลงานเพลงออกมา เพื่อเป็นตัวกลางสื่อสารกัน ระหว่างตัวไอดอล และแฟนคลับ และแน่นอนว่า เพลงดังจะทำให้คนนอกรู้จักวงมากขึ้น แต่มันก็ไม่ง่ายที่จะมีเพลงฮิตออกมาได้เรื่อยๆ ดังนั้นหากมีเพลงที่แมสสักเพลง ก็เพียงพอแล้วสำหรับวงไอดอล หรือแม้แต่ศิลปินอาชีพก็ตาม ต่างก็อยากมีเพลงดังเป็นของตัวเองเหมือนกัน เพื่อที่จะนำไปต่อยอดงานอื่นๆได้ หากยังไม่มีเพลงดัง ก็ทำผลงานเพลงคุณภาพออกมาเรื่อยๆ ก็ค่อยๆต่อยอดสร้างฐานแฟนคลับได้เช่นเดียวกัน

การออก Single ของวงไอดอลก็สามารถทำได้บ่อยกว่าศิลปิน ทุก 3 เดือน หรือ 4 เดือน ก็ออกเพลงใหม่ Single ใหม่เรื่อยๆ มันก็มีโอกาสที่จะปังได้ ส่วนการรวมอัลบั้มก็แล้วแต่วงจะออก อาจจะปีละครั้ง ก็แล้วแต่ทางทีมบริหารจะวางแผน

#ดิจิทัลคอนเทนต์ : ในยุคที่อินเตอร์เน็ตครองเมือง เราคงจะทิ้งโอกาสของโลกออนไลน์ไปไม่ได้เลย เพราะเราสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และสื่อบันเทิงผ่าน ดิจิทัลคอนเทนต์ ได้ตลอดเวลา เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส บนมือถือ ดังนั้นช่องทางการทำเงินออนไลน์ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่วงไอดอลสามารถนำไปต่อยอดได้ เช่น

-สตรีมมิ่งเพลง / นอกจากการขายเพลงแบบ CD แล้ว การขายเพลงบนสตรีมมิ่งยอดนิยม ก็เป็นอีกช่องทางทำเงินได้เช่นกัน เพราะคนฟังเพลงบนโลกออนไลน์นั้นมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี

-สติ๊กเกอร์ Line / ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นิยมใช้ LINE ในการติดต่อสื่อสารกัน ดังนั้น สติ๊กเกอร์ Line น่ารักๆ ก็เป็นที่ต้องการในตลาด แถมราคาไม่แพงด้วย

-แอพพลิเคชั่น / การมี แอพพลิเคชั่น เป็นของตัวเอง ก็เป็นช่องทางทำเงิน ผ่านไลฟ์ และการแจ้งข่าวสารภายในวง อีกทั้งยังเป็นตัวเชคได้ว่า วงมีความนิยมขนาดไหน มีฐานแฟนที่ติดตามจริงจังเท่าไหร่แล้ว

-เกมมือถือ / ก็ต้องยอมรับว่ายุคนี้ มือถือ นับเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างของเราเลย เวลาว่างก็หยิบมาเปิดเล่นเน็ต เล่นเกม การทำเกมมือถือออกมา ก็เป็นการเซอร์วิสแฟนคลับ มีอะไรใหม่ๆให้ได้ติดตามอย่างต่อเนื่องไปไหนไม่ได้

#งานอีเว้นท์ภายในของวง : อีเว้นท์ต่างๆของวง ก็นับว่าเป็นเอกลักษณ์วงไอดอลอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้คนนอกจดจำ และแฟนคลับกับไอดอล ได้มีโอกาสพบเจอกันอย่างใกล้ชิด มากกว่าศิลปิน ดาราทั่วๆไป และจะว่าไปแล้ว ตัวอีเว้นท์ต่างๆนี่แหละที่เป็นตัวทำเงินให้กับวงการไอดอลจริงๆ แฟนคลับที่อยากร่วมกิจกรรมต่างๆกับวง ก็ต้องซื้อสินค้า ที่พ่วงมากับกิจกรรมอีเว้นท์หลากหลายรูปแบบแล้วแต่ว่าทางวงจะนำมาจัดทำอีเว้นท์ จนมีคนมาแซวกันว่า วงไอดอลไม่ได้ขายเพลง แต่ขายอีเว้นท์มากกว่า ก็จริงส่วนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่แปลกเพื่อให้วงอยู่ต่อไปได้นานๆ ก็จำเป็นต้องมีอีเว้นท์เพื่อดึงแฟนคลับให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง

-งานจับมือ (มีทั้งแบบเดี่ยว แบบกลุ่ม) เป็นงานที่วงไอดอลทั่วไปใช้เป็นไม้ตายเลยก็ว่าได้ เพราะการจับมือ 3 วินาที / 8 วินาที แล้วแต่วงจะกำหนด และงานจับมือก็ไม่ใช่ของวงใดวงหนึ่ง แต่เป็นกิจกรรมที่วงไอดอลไหนๆก็สามารถทำได้ ยิ่งในญี่ปุ่นถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามากที่วงไอดอลต้องมีงานจับมือ เรียกว่าเป็นกิจกรรมที่ทำกันแทบจะทุกเดือน เป็นกิจกรรมที่ไอดอล กับแฟนคลับจะได้มีเวลาพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด และส่งผ่านกำลังใจให้กันได้อย่างดีทีเดียว ซึ่ง บัตรจับมือ ก็มักจะพ่วงมากับการขาย แผ่น CD เพลงนั่นเอง (บางครั้งก็ขายพ่วงมากับสินค้าอื่นๆ แล้วแต่วงไอดอลนั้นๆจะกำหนด)

-งาน 2-shot (ถ่ายรูปคู่) เป็นอีกหนึ่งอีเว้นท์ที่แฟนคลับรอคอย เพราะนานๆจะมีกิจกรรมการถ่ายรูปคู่ (บางครั้งก็เปิดถ่ายรูปแบบกลุ่ม) ก็เหมือนเป็นการบันทึกความทรงจำ ด้วยการมีรูปคู่กับไอดอลคนโปรดสักครั้ง ก็เหมือนเดิมว่ากิจกรรมแบบนี้จะพ่วงมากับสินค้า อัลบั้มเพลง หรือบางวงก็อาจจะมีสินค้าอื่นที่มีบัตรถ่ายรูปแถมมาด้วย

-งานเลือกตั้ง เพื่อออก Single ใหม่ / อาจจะมีไม่กี่วงที่ใช้ระบบการเลือกตั้งมาใช้ในการออก Single แต่ที่โด่งดังมากๆก็ต้องของ 48G นี่ล่ะที่ทำกันมาหลายปีแล้ว เป็นการเปิดโอกาสให้แฟนคลับได้มีส่วนร่วมในการเลือกเซมฯ ปีละครั้ง เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่ฝ่ายบริหารจะเป็นผู้เลือก หากแฟนคลับอยากให้คนที่โอชิติดซิงใหม่ ก็ต้องโหวต ทำให้อีเว้นท์นี้สร้างรายได้มากที่สุดอีเว้นท์หนึ่งเลยก็ว่าได้ ตัวอย่างชัดๆก็ของ BNK48 ที่การเลือกตั้งครั้งแรกก็ทำเงินไปไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท เลยทีเดียว

-งานแฟนมีต / เป็นงานที่ไอดอล กับแฟนคลับ จะมาทำกิจกรรมร่วมกัน ทั้งแสดงโชว์ พูดคุย เล่นเกม แจกของขวัญ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวงแนวไอดอลเกาหลีทำกัน ฝั่งญี่ปุ่นอาจจะมีแต่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก

-เธียเตอร์ และคาเฟ่ BNK48 / เป็นเวทีหลักของไอดอล 48G ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากกับการมีเธียเตอร์เป็นของตัวเอง เพราะวงมีเมมเบอร์อายุน้อยอยู่ด้วย ดังนั้นการจะไปรับงานนอกตามพับ หรือร้านต่างๆ ที่ขายเครื่องดื่ม 18+ ก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสม ก็จะขาดรายได้ส่วนนี้ไป หากเทียบกับวงศิลปินอื่นๆ แต่การมีเธียเตอร์เอง สามารถควบคุมเรื่องเหล่านี้ได้ และก็สามารถสร้างรายได้ ให้กับวงได้ ยามไม่มีงานนอก จุดนี้จะทำให้วงอยู่รอดต่อไปได้แม้ไม่มีงานอื่น สมาชิกวงก็จะมีงานทำอยู่ตลอดทุกสัปดาห์ และคาเฟ่ ก็สามารถขายอาหาร และเครื่องดื่ม เป็นรายได้เสริมได้อีกด้วย

-คอนเสิร์ต / ช่วงเริ่มต้นก็อาจจะจัดแค่ มินิคอนเสิร์ตเล็กๆไปก่อนตามกำลังของวง หรือฟรีคอนเสิร์ตไปเลยก็เคยมี เพื่อเรียกแฟนคลับหน้าใหม่ๆเข้ามารู้จักกับวงก่อน แต่ก็อาศัยการขายของที่ระลึกหน้างาน มาเป็นรายได้เสริมทดแทนไป จนเมือวงมีฐานแฟนคลับที่เยอะขึ้น และมีเพลงมากพอจะจัดคอนเสิร์ตใหญ่ได้ ก็เปิดขายตั๋วกันไปเลย การที่วงไอดอลมาถึงจุดที่สามารถจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองได้ ก็ถือว่าวงประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

#งานนอก : การที่วงไอดอลเริ่มมีงานนอกเข้ามา ก็เป็นตัวพิสูจน์อย่างหนึ่งว่าวงเริ่มเป็นที่สนใจ และเริ่มมีคนนอกรู้จักมากขึ้น ทั้งกับตัววง และตัวเมมเบอร์บางคนที่จะเป็นดาวเด่นขึ้นมา ให้คนนอกสนใจ และติดตาม

-งานโฆษณา พรีเซนเตอร์สินค้า / เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้วงมีงบมากขึ้น สามารถเลี้ยงวงไปได้นานขึ้นด้วย การที่มีแบรนด์สินค้าต่างๆเข้ามาสนใจจ้างเป็นพรีเซนเตอร์ ก็เป็นโอกาสดีดีที่คนนอกจะได้รู้จักวงมากขึ้น และหากสินค้านั้นๆ ได้รับการสนับสนุนที่ดีด้วย ก็ยิ่งทำให้สินค้าตัวอื่นๆสนใจเข้ามาจ้างงานต่ออีกเรื่อยๆ มูลค่าของวงก็จะสูงขึ้นด้วย

-ถ่ายแบบนิตยสาร, ออกรายการ TV, พิธีกรรายการ, เล่น MV, ละคร ซีรีย์, ภาพยนตร์ / เมื่อวงแมส เป็นกระแส เหล่านิตยสาร รายการทีวี ต่างๆก็อยากจะให้ไปออกรายการ โชว์ตัว เรียกว่าทีวีทุกช่อง หนังสือปกดัง ต่างก็อยากได้ไปขึ้นปก ก็ส่งผลให้กับน้องๆไอดอล ได้มีโอกาสอื่นๆตามมาอีกมากมาย เช่น เล่น MV, ละคร ซีรีย์, ภาพยนตร์ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับความพร้อม และความสามารถของเมมเบอร์แต่ละคน จะคว้าโอกาสนั้นไว้ได้หรือไม่ ก็เป็นก้าวแรกที่จะขยับจากการเป็นไอดอล ไปสู่การเป็น ดารา และศิลปินเต็มตัว ในอนาคตนั่นเอง

บทสรุป : วงไอดอล ถ้าจะยืนอยู่ในวงการไปได้นานๆ ต้องหาจุดขายมากกว่าแค่เพลงเพียงอย่างเดียว โดยการปรับตัวเองให้เป็นธุรกิจบันเทิงครบวงจร 1.ขายสินค้าและของที่ระลึก ด้วยระบบสุ่มกาชา ควรต้องเน้นคุณภาพด้วย 2.บุกตลาดออนไลน์ ด้วยดิจิทัลคอนเทนต์ 3.จัดกิจกรรมงานอีเว้นท์ภายในของวงให้หลากหลาย และต่อเนื่อง 4.หางานนอก เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้คนรู้จักวงเพิ่มขึ้น และต่อยอดธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น

Leave a Reply