มาตรฐาน SEO และตอบคำถามเกี่ยวกับ SEO (ตอนพิเศษ)

อ่านกระทู้ เรื่อง มาตรฐาน SEO ทำก่อนจ่ายทีหลัง” แล้วผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ ในหลายๆเรื่อง แต่บางเรื่องก็ น่าสนใจ เลยต้องเอามาบันทึกลงบล็อกไว้สักหน่อย

แม้จะมีผู้หวังดี อยากให้วงการ SEO เมืองไทย มีมาตรฐานที่ดี ไม่มีการโกง และเพื่อความสบายใจของลูกค้า มากขึ้น ซี่งเป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะคนที่ทำอาชีพนี้ก็มีอยู่มาก และตลาด SEO ก็เริ่มเติบโตมากขึ้น คนทั่วไป พ่อค้า แม่ค้า รวมไปถึงบริษัท เอเจนซี่ ต่างๆ ก็เริ่มให้ความสนใจ ในการทำ SEO กันมากขึ้น

แต่การจะมาตั้ง มาตรฐาน SEO ให้ทำงานก่อนจ่ายเงินทีหลัง เลยทั้งหมด ผมค่อนข้างไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ กับความคิดนี้ เพราะ การทำ SEO ถือเป็นงาน ที่มีต้นทุน และต้นทุนค่อนข้างสูงด้วย เช่น การสร้างเน็ตเวิร์คเอง ก็ต้องลงทุนทั้งค่าโฮสติ้ง ต่าง ไอพี คลาส A+B+C เป็นต้น จดโดเมนก็ต้องเน้น .COM .NET .ORG เป็นหลัก บางคนต้องลงทุนซื้อโดเมนที่มีค่า PR สูงๆ ติดมาอีก ซึ่งก็ใช้ทุนเยอะมาก รวมไปถึงการต้อง เขียนบทความ SEO เพื่อใช้ในการโพสโปรโมทเว็บด้วย ยังไม่รวมค่าเครื่องมือ ทาง SEO อื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นการทำงานก่อนรับเงินทีหลัง จึงเป็นการเสี่ยงของผู้รับงานเองอย่างยิ่ง เพราะถ้าทำได้ลูกค้าไม่จ่ายก็ซวยไป ถ้าจ่ายก็รอดไป โอเคถ้าทำไม่ได้ลูกค้าไม่เสี่ยง แต่คนทำลงทุนไปแล้วก็เรียกว่าเงินจมยาวถ้างานไม่ต่อเนื่องก็ลำบาก เพราะต้องกินต้องใช้ทุกวัน แต่ SEO มันต้องใช้เวลากว่าจะทำอันดับได้แต่ละคีย์เวิร์ด

หลายคนอาจจะแย้งว่า อ้าว คุณไม่พร้อม แล้วจะมารับงาน SEO ทำไม? ไปลงทุนมาก่อนสิ อัฟตัวเองให้พร้อมก่อน ไปจดทะเบียน เป็นบริษัท หรือมีใบรับรองก่อนค่อยมาหัดรับงาน..

ในจุดนี้ผมก็ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แน่นอนว่าคนรับงาน SEO ก็ต้องมีความรู้ เรื่อง SEO และมีความพร้อมอยู่แล้วในระดับหนึ่ง (ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ควรรับงานให้เสียเครดิต) แต่การรับงาน แต่ละคีย์เวิร์ดก็มีรายละเอียดและความยากง่ายต่างกันไป ดังนั้นบางคีย์อาจจะไม่ต้องลงทุนเพิ่มเพราะคีย์ไม่ยาก แต่บางคีย์ก็ต้องลงทุนเพิ่ม เพราะการแข่งขันของคีย์เวิร์ดมีสูง

ส่วนเรื่องการเป็น บริษัท หรือ ฟรีแลนซ์ นั้น ผมว่าลูกค้าน่าจะเป็นคนตัดสินใจเองมากกว่าจะจ้างใครให้ทำงานให้ โอเค คุณอาจจะอยากได้ความมั่นใจ มีเงินจ่ายแพง ก็ไปจ้างทำกับบริษัท หรือมีงบน้อยอยากทดลองทำกับฟรีแลนซ์ ก็ทำได้ อันนี้อยู่ที่ลูกค้าจะเลือกมากกว่า เพราะฟรีแลนซ์เก่งๆก็มีเยอะ

ส่วนเรื่องจะไปบังคับให้ ทั้งบริษัทหรือฟรีแลนซ์ รับงานแบบทำงานก่อน ค่อยจ่ายเงินทีหลัง ผมมองว่ายาก เว้นแต่ว่าจะคุยกันหลังไมค์ ตกลงกันเป็นรายๆไป เพราะตอนนี้แม้แต่บริษัทรับทำ SEO ก็ยังต้องเก็บเงินมัดจำก่อนเริ่มงาน ซึ่งฟรีแลนซ์ ส่วนใหญ่ก็เก็บมัดจำก่อนเริ่มงานทั้งนั้น แทบไม่เจอใครที่ทำงานก่อนจ่ายทีหลัง ส่วนใครจะใช้สูตรไหนก็แล้วแต่เจ้าไป

มัดจำก่อนเริ่มงาน 30% ทำอันดับได้ 50% หลังดูแลอันดับครบกำหนด 20%

หรือ มักจำก่อนเริ่มงาน 30% ทำอันดับได้จ่ายทั้งหมดที่เหลือ 70% (ผมใช้วิธีนี้ในฐานะฟรีแลนซ์)

หรือ ใครจะทำสูตรอื่นๆ ก็แล้วแต่ ว่านักทำ SEO จะเลือกเปิดบริการ แต่ที่สำคัญคือ หากทำอันดับไม่ได้ ก็ควรมีการคุยกันด้วยว่า จะคืนมัดจำให้ทั้งหมด หรือ มีการหักค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เพื่อเป็นการรับประกันความมั่นใจในการทำงานกับลูกค้า ส่วนนี้ผมเห็นด้วยมากๆ

หากลูกค้า ไม่มั่นใจ กลัวว่าจะถูกโกง หรือไม่ได้รับเงินมัดจำคืน กรณีที่ผู้รับทำ SEO ไม่สามารถทำอันดับได้ตามที่ตกลงกันไว้ ผมแนะนำแบบนี้ครับ เป็นวิธีที่ผมใช้กับลูกค้า คือ ให้ขอ สำเนาบัตรประชาชน ผู้รับทำ SEO หรือจะเอาสำเนาทะเบียนบ้านด้วยก็ได้ ใบเสนอราคา ต้องมีไว้เป็นหลักฐาน สำเนาสมุดบัญชีที่เราโอนเงินไป เพื่อความมั่นใจครับ ว่าผู้รับทำ SEO จะไม่โกงเรา ถ้าหากมีปัญหาเราจะได้ดำเนินคดีได้ทันที เพราะมีหลักฐานครบ

ผู้ในฐานะที่เคยเป็นลูกค้า SEO และผู้รับทำ SEO ก็เข้าใจทั้งสองฝ่ายดีครับ ต่างก็ต้องการความมั่นใจ และความเชื่อใจในการทำงาน ดังนั้นไม่ว่าจะ จ้างบริษัท หรือ ฟรีแลนซ์ ทำ SEO ก็ควรเลือกเช็คประวัติ ความน่าเชื่อถือ และขอหลักฐานสำคัญไว้ด้วยครับ จะได้ไม่มีปัญหา

ผมในฐานะฟรีแลนซ์ เจองานมาหลายแบบ ต่อให้คุณจ้างบริษัท แต่คุณรู้ไหมว่า ก็มีบริษัท SEO ส่งงานมาจ้างฟรีแลนซ์ทำต่ออยู่ดี ซึ่งผมก็เคยได้รับงานจากบริษัท SEO อยู่บ่อยๆ และมีเอเจนซี่ติดต่อขอร่วมงานอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะจ้างจากที่ไหน ผมเชื่อครับว่า วงการ SEO มันแคบ รู้จักกันเกือบหมด รับงานส่งต่อวนเวียนไปมา

และตัวแปรสำคัญอีกอย่าง ที่เราควบคุมไปได้ก็คือ Google ที่ปรับเปลี่ยน อัลกอริทึม อยู่เป็นประจำ ดังนั้นคนทำ SEO จึงต้องรับศึกหนักหลายด้าน ตรงนี้ก็ต้องเห็นใจผู้รับงานด้วย จะหวังให้ทำอันดับได้เร็วๆ แบบเมื่อก่อนคงจะยากมาก ยิ่งการรักษาอันดับด้วย ยิ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินงานนานทีเดียว

บทสรุป ลูกค้า จะจ้างใคร ยังไงก็ได้ จะเป็นบริษัท SEO หรือ ฟรีแลนซ์ SEO ก็ไม่ต่างกันครับ ถ้าอยากได้ความมั่นใจ ขอหลักฐานสำคัญไว้ เรื่องทำก่อนจ่าย หรือ จะจ่ายมัดจำก่อนทำ มันคุยกันได้หมดครับ เชื่อผม หลังไมค์คุยได้ จะทำแบบไหน งานด่วน งานไม่ด่วน การจ่ายเงิน การทำงาน ลูกค้าอยากได้อันดับที่ต้องการ ผู้รับงานก็อยากทำอันดับให้ได้ดีดีเช่นกันครับ สุดท้ายแล้วพบกันคนละครึ่งทางน่าจะลงตัวที่สุด

แถมพิเศษ ตอบเมลจากลูกค้า

เมื่อวานก่อนมีลูกค้าเมลมาสอบถาม ว่าทำไมทำอันดับ SEO ติด Top 10 แล้วคนไม่ค่อยเข้าเว็บเลย Search ชื่อสินค้าก็หาไม่เจอ PR ก็ไม่ขึ้น เป็นกังวลมาก?

ผมเลยเข้าไปเช็คเว็บลูกค้า และก็พบว่า คีย์เวิร์ดที่เขาทำนั้นติด Top 10 จริง แต่อยู่อันดับ 7-8 และคีย์เวิร์ดที่เขาทำได้ เป็นคีย์เวิรืดที่มีการค้นหาแค่ 4000+ ครั้งต่อเดือน แน่นอนว่าเฉลี่ยต่อวันแค่ 100+ ครั้ง ดังนั้นเว็บที่ติดอันดับ 1-3 ก็ได้คนเข้าเว็บไปเยอะแล้ว เว็บอันดับท้ายๆ คนก็ย่อยจะน้อยกว่าเป็นธรรมดา และเมื่อเช็คไปเห็นการ index ยิ่งแย่ไปใหญ่เว็บเพจถูก google index ไปแค่ 10 หน้า ในร้านมีสินค้าเป็นร้อยๆรายการ แล้วใครจะค้นเจอสินค้าละครับ วิธีแก้คือต้องอัฟเดทสินค้าบ่อยๆ หรือเพิ่มบทความเข้าไป เพื่อให้บอทมาเก็บข้อมูลบ่อยขึ้น จะได้ index รายการสินค้ามากขึ้นครับ

ส่วนเรื่อง PR ไม่ต้องกังวลมาก เพราะ backlink ก็เยอะอยู่ดังนั้นแค่รอ google update PR ก็น่าจะได้ลุ้น แต่ถึงอย่างไร หาก pr ไม่ขึ้นก็ไม่ต้องเครียดครับ ขอให้อันดับดี มีคนเข้าก็พอแล้ว

คำแนะนำ อย่าหวังอะไรกับ SEO มากไปครับ เพราะการหาคนเข้าเว็บไม่ได้มีแค่การทำ SEO หรือการทำอันดับเท่านั้น ลองหาคนเข้าเว็บจากวิธีการอื่นๆ บ้างก็ได้ เช่น ทำแฟนเพจ ทำวิดีโอ ทำบล็อก รีวิวหนังสือ แล้ววางลิ้งค์เว็บเราไว้ ให้คนเข้ามา แค่นี้ก็เป็นการสร้างโอกาสให้เว็บเรามีคนเข้ามามากขึ้น และอาจจะเป็นลูกค้าเราก็ได้

วันนี้ขอจบบทความไว้เท่านี้ก่อนนะครับ ไว้มีประเด็นน่าสนใจจะเอามาเขียนอีกครับ…

Leave a Reply