หนังสือ 10 เล่ม ที่ชอบ ของผม ณ ตอนนี้ (2014)

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คงเห็นว่ามีการ Tag หนังสือที่เราชอบ 10 เล่ม และ ให้ส่งต่อให้เพื่อนอีก 10 คน แนะนำหนังสือของตัวเองที่ชอบต่อๆกันไป ใน facebook ซึ่งก็แน่นอนว่าผมก็โดน Tag กับเขาด้วย

ไม่รู้ล่ะว่าที่มาที่ไปเป็นยังไง แต่เห็นแล้ว เออ..ก็น่าสนใจดี อย่างน้อยก็เป็นการแชร์หนังสือที่เราอ่านๆ กันแล้วชอบให้เพื่อนได้เห็น หรือ เราเองได้เห็นว่าเพื่อนเราอ่านหนังสืออะไรบ้าง มันเกิดการอยากอ่านหนังสือที่เพื่อนอ่าน ว่าเอ มันดีจริงไหม มันสนุกจริงเหรอ แล้วก็ต้องออกตามหาหนังสือนั้นๆมาอ่านกัน ถือเป็นกิจกรรมที่เหมือนเป็นการ ชวนกันอ่านหนังสือ ดีครับ ยิ่งเขาว่าคนไทยไม่ค่อยสนใจอ่านหนังสืออยู่แล้วด้วย บางทีนี่อาจจะเป็นการเริ่มต้นได้อ่านหนังสือ แล้วคุณอาจจะเจอหนังสือที่ชอบเข้าสักเล่มก็เป็นได้

เกริ่นนำมานาน มาเข้าเรื่องดีกว่า บทความนี้ ผมคงจะนำ หนังสือ 10 เล่ม ที่ผมเคยโพสลงใน facebook ส่วนตัว เอามาขยายความ ถึงความชอบ และแรงบันดาลใจ เล็กๆที่ได้จากการอ่านหนังสือ แต่ละเล่มครับ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น โปรดติดตามกันได้เลยครับ

  1. แบบเรียนภาษาไทย มานี มานะ – น่าจะเป็นหนังสือเล่มแรกๆที่ทำให้อ่านออก เขียนได้ ก็ว่าได้ครับ เพราะจำได้ว่า นอกจากฝึกถ่อง ก-ฮ แล้ว การได้เริ่มหัดอ่าน จริงๆ ก็หนังสือ แบบเรียน มานี มานะ นี่แหละครับ เป็นความทรงจำวัยเด็ก ตั้งแต่ ป.1 “ มานี มานะ จะ ปะ กระทะ มะละ อะไร …”
  2. หนังสือ การ์ตูน ดราก้อนบอล – แน่นอนว่าตอนเด็กๆ การ์ตูนในดวงใจเด็กผู้ชายในยุคนั้น คงหนีไม่พ้น ดราก้อนบอล ยิ่งได้ดูการ์ตูนซีรี่ส์ทางช่อง 9 แล้วยิ่งติด ก็ตามหาหนังสือการ์ตูนมาอ่านต่ออีก โดย คิดว่าตัวเองเป็น โกฮัง เพราะแม่โกฮังอยากให้เรียนเก่งๆจะได้เป็นนักวิชาการ ผมเลยตั้งใจเรียนตามไอดอลของผมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้จะไม่ได้เป็นนักวิชาการจริงๆก็เถอะ จริงๆก็ชอบตัวละครอื่นๆทั้งหมด แต่ เหมือนเราโต มาพร้อมๆกับ โกฮัง เลยชอบ
  3. ชาร์ล็อตต์ แมงมุมเพื่อนรัก – หนังสือนอกเวลา ตอน ม.ต้น เป็นการอ่านหนังสือที่ไม่มีภาพประกอบจนจบได้ เป็นครั้งแรก เนื่องจากอาจารย์จะมีสอบ วิชาภาษาไทย และจะออกสอบหนังสืออ่านนอกเวลา ก็เลยต้องอ่าน แต่พอยิ่งอ่านยิ่งติด ไม่น่าเชื่อว่าจะอ่านได้ หนังสือที่มีแต่ตัวหนังสือ ไม่มีรูปประกอบแบบหนังสือการ์ตูน จากนั้นก็เลยทำให้รู้สึกชอบการอ่านมาตลอด
  4. ผู้ใหญ่ลีกับนางมา – นิยายที่อ่านแล้วรู้สึก ฟรุ้งฟริ้ง มาก ในเวลานั้น เพราะอยู่ในช่วงวัย พลุ่งพล่าน น่าจะเป็นการอ่าน ช่วง ม.ปลาย วัยแตกเนื้อหนุ่ม เป็นนิยายรักหนุ่มบ้านนอก กับสาวสังคม ที่ต้องมารับมรดกที่บ้านนา จนเกิดความรักที่มีต่อกัน และความผูกพันในวัยเด็ก ตอนแรกที่เห็นหนังสือหน้าปก ผู้ใหญ่ลี พอจะเคยได้ยินชื่ออยู่ แต่ นางมา เป็นใครว่ะ นั่นละคือจุดเริ่มต้นให้สนใจเปิดอ่าน แล้วก็อ่านจนจบ คงเป็นนิยายยาวเล่มแรกๆที่อ่านจบ ยิ่งเห็นผู้แต่ง เห็นปีที่พิมพ์หนังสือ โฮ มัน อมตะ มาก หนังสือบางทีแต่งตั้งแต่เรายังไม่เกิด อยู่มาได้จนถึงปัจจุบัน เทพมากๆ นั่นทำให้ผมอยากเป็นนักเขียน เลย เพราะรู้สึกว่า แม้เราจะตายไป แต่ผลงานเราก็ยังอยู่ มันรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ในงานเขียนหนังสือมากๆ
  5. แฟนผี Project – แฟน แมนฯยูฯ น่าจะรู้จักกันดี ผมตามอ่านมาตั้งแต่ฉบับแรก ผลงาน นิตยสารรายเดือน ของทีมงาน คุณ บ.บู๋ ซึ่งผมติดตามอ่านมาตั้งแต่ฉบับแรกเลย ในยุคนั้น อินเตอร์เน็ตไม่ได้แรงขนาดนี้ และโซเซียล ยังมีแค่ Hi 5 ดังนั้นการจะหาข้อมูล หรือ ข่าวสาร เกี่ยวกับทีมฟุตบอลอังกฤษ อย่างทีม แมนฯยู นั้นหาอ่านได้ยากมากๆ นิตยสารก็นานๆจะมีออกมาสักเล่ม บางเล่มออกมาไม่นานก็ ล้มหายตายจากไปในตลาด ไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม แต่แฟนผี โปรเจคนั้น เป็น นิตยสารที่ทำได้ไม่เหมือนใคร กับคำพูดจิกกัดมันส์ๆ และทำออกมาได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน ถึงปัจจุบัน มีแฟนคลับมากมาย ทังแฟนผีแดง และแฟนทีมอื่นๆด้วย
  6. Google Make Me Rich สร้างความรวย…ด้วย Google – หนังสือที่ทำให้ผมเริ่มต้นหารายได้ออนไลน์เป็นครั้งแรก ต้องบอกว่าตอนเจอหนังสือ เล่มนี้ เป็นช่วงที่ผมเรียนจบ ป.ตรี มาใหม่ๆ กำลังหางาน แล้วเพื่อนก็แนะนำให้เข้าเว็บอะไรสักอย่าง ในเชียงใหม่ เพื่อไปหาสมัครงานออนไลน์ แต่ผมกับไป สะดุดกับโฆษณาหนังสือ สอนหาเงินออนไลน์เล่มนี้ ซะอย่างนั้น ก็เลยไปร้านหนังสือ เพื่อเอามาเป็นเจ้าของ พออ่านจบแล้วทำให้ผมมีไฟมากๆ เพราะสิ่งที่ผมตามหา และอยากทำมานาน นั่นคืองานออนไลน์ งานบนเน็ต ที่ทำรายได้เยอะๆ ซึ่งมันก็ต่อยอด ให้ผมไปเจอ เว็บบอร์ด ที่พูดคุยกันในกลุ่ม เสียวในไทย และเว็บไทยเสียว ซึ่งส่งผลต่อชีวิตผมมากๆ ทำให้ผมกลายเป็นคน ทำงานออนไลน์ ด้าน IM และ Freelance มาจนถึงทุกวันนี้เลย
  7. ฟรีแลนซ์เงินล้าน (Six-Figure Freelanceing) – ชอบเป็นมนุษย์ฟรีแลนซ์มากกว่ามนุษย์เงินเดือน เลยซื้อมาอ่าน เล่มนี้ได้รับคำแนะนำมาจาก คุณอั้ม เพราะได้ฟังรายการ ช่างคุย เรื่องประสบการณ์ฟรีแลนซ์ แล้วผมก็สนใจเรื่องของฟรีแลนซ์ และทำอาชีพเป็นฟรีแลนซ์ อยู่แล้วด้วย เลยสนใจ หนังสือสอนเรื่องการเตรียมตัวเป็นฟรีแลนซ์ ได้ดีมากๆ หากใครคิดจะออกมาทำอาชีพ freelance เต็มตัวแล้วละก็ไม่ควรพลาดครับ
  8. The Secret เดอะซีเคร็ต – ความลับ แรงดึงดูด ชอบแนวคิดในหนังสือครับ เล่มนี้ก็ได้รับการแนะนำ จากเพื่อนผม ซึ่งชอบอ่านมาก ผมก็เลยไปหาซื้อมาอ่านบ้าง แต่ก็ซื้อมาอ่านไม่จบสักที อ่านไปได้นิดเดียว ยอมรับครับว่าพึ่งอ่านจบไปได้ไม่นาน ซึ่งจริงๆน่าจะอ่านมานานแล้ว มันเป็นหนังสือที่ดีมากๆเล่มหนึ่งเลยครับ สำหรับใครที่ต้องการ อยากจะรู้ว่า ความลับ ความโชคดี สิ่งดีดี นั้น เราสร้างได้อย่างไร ต้องลองหามาอ่านครับ เพราะผมก็หัดใช้ความลับ จากการอ่านหนังสือเล่มนี้เหมือนกัน
  9. พ่อรวยสอนลูก # 2 : เงินสี่ด้าน – อ่านแล้วทำให้มุมมองการหาเงินและการทำงานเปลี่ยนไปเลย ตอนแรกมีคนแนะนำให้อ่าน เพื่อนก็แนะนำ แต่ผมไม่ค่อยอยากอ่านในตอนนั้น เพราะยิ่งเห็น พวกทำ MLM หรือ พวกขายตรงชอบเอามาแจกแล้วด้วย ก็เลยมองว่ามันไม่ค่อยน่าสนใจ แต่พอหลังๆ คนเริ่มบอกว่ามันดี หากตัดมุมมองเรื่อง MLM ออกไป มันก็น่าสนใจ ซึ่งเมื่อผมได้ลองอ่านก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ มันทำให้เรามองเห็นว่า เราทำงานอยู่ ด้านไหนในสี่ด้าน ลูกจ้าง นายตัวเอง เจ้าของกิจการ นักลงทุน และมุมมองเรื่องการหาเงิน ไม่จำเป็นต้องมาจากการทำงานอย่างเดียว ถ้าหาเงินได้การ ทรัพย์สิน  ก็จะทำให้เรามี Passive income เข้ามาทุกเดือน โดยไม่ต้องเหนื่อย นั่นเอง ทำให้ผมมองเรื่องการทำงานและการหาเงินเปลี่ยนไปเลย ตอนนี้อยากเริ่มสร้าง Passive income เป็นของตัวเองขึ้นมาเลยครับ
  10.  สบายดีแต่รวยได้ The 4 Hour Workweek – เป็นแนวคิดการทำงานที่ไม่เหมือนใครดี และการใช้ชีวิตในแบบที่เลือกได้ เป็นหนังสือแปล ที่อาจจะแปลไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็พอจับประเด็นได้ หนังสือสอนเรื่องการกล้า กล้าที่จะออกมาทำอะไรใหม่ๆ ในแบบที่เราชอบ เน้นการทำงานน้อยๆแต่ได้มาก ทำงานได้แต่ต้องมีอิสระที่จะทำอะไรอย่างอื่นด้วย ออกไปท่องโลกกว้างบ้าง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆในชีวิต ยกให้เป็นหนังสือที่ไม่ธรรมดาอีกเล่ม ที่อ่านมาล่าสุดครับผม

นอกจาก หนังสือ 10 เล่ม ที่ผมแนะนำไปแล้ว ก็มีหนังสือที่ผมอ่านแล้วชอบอีกหลายๆ เล่ม อย่างเช่น หนังสือสอนทำเว็บไซต์ wordpress หนังสือสอนทำ SEO หนังสือสอนการเขียน อย่าง เขียนเก่ง รวยก่อน หนังสือ การลาออกครั้งสุดท้าย และอีกหลายๆเล่ม ที่น่าอ่าน ผมก็กำลังค่อยๆหาหนังสือจากนักเขียนคนอื่นๆ รวบรวมมาอ่าน ตั้งเป้าไว้ว่าปีนี้ จะอ่านหนังสืออย่างน้อย เดือนละ 1 เล่ม ปีต่อไป เป็นเดือนละ 2 เล่ม จนถึง สัปดาห์ละ 1 เล่ม หรือมากกว่า ให้ได้

เพราะการอ่านสามารถทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน อ่านวันละนิด เพื่อชีวิตที่ดีกว่า…ครับ

Leave a Reply