เว็บไซต์ยังสำคัญ แต่คนกำลังหันไปตาม โซเชียลมีเดีย (Social Media) กันมากขึ้น

เทรนด์ออนไลน์เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเสมอ ยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้าเท่าไหร่ สิ่งใหม่ก็จะเกิดขึ้นมาแทนสิ่งเก่าที่ล้าหลัง ผู้คนก็จะมองหาอะไรใหม่ๆที่เขาชอบ ก็จะไปรวมตัวกันที่นั่น หมุนเวียนไปเรื่อยๆ แม้แต่เว็บไซต์ก็ยังต้องปรับตัว เพื่อให้คนยังติดตามอยู่ ไม่หนีหายไปไหน”

วันที่โลกออนไลน์กำลังเติบโต ยุค .Com บูม ใครๆก็เปิด เว็บไซต์ เพื่อแสดงตัวตน และสร้างความน่าเชื่อถือบนโลกออนไลน์ เพื่อธุรกิจ จากหน้าร้านธรรมดา ก็ต้องเปิดเว็บเพื่อขายของบนออนไลน์ด้วย ทำให้เว็บไซต์ในตอนนั้นมีความสำคัญมาก  ปัจจุบันก็ยังสำคัญอยู่ ยังต้องมี แต่ก็ต้องมีการปรับตัวด้วยการเชื่อมต่อกับโลกของ SNS ไว้ด้วย

บางคนเห็นว่าการทำเว็บไซต์ดูจะยุ่งยากไป ก็หันมาเปิด บล็อก (Blog) ทำบล็อกส่วนตัว หรือผสมความเป็นร้านค้าออนไลน์ด้วยก็ได้ แบบง่ายๆ ก็เป็นที่นิยมอยู่ระยะหนึ่ง รวมถึงบล็อกส่วนตัวของผมเอง ก็เกิดขึ้นในยุคนั้น ยุคที่คนกำลังนิยมใช้ เวิร์ดเพรส ในการสร้างบล็อก

แต่ทั้งเว็บไซต์ หรือ แม้แต่บล็อก ต่างก็เจอผลกระทบ เพราะการมาของ โซเชียลมีเดีย (Social Media) ซึ่งเริ่มค่อยๆเข้ามามีบทบาทสำคัญกับคนยุคใหม่ๆ เนื่องจากมือถือที่ต่ออินเตอร์เนตความเร็วสูง ราคาเนตที่ถูกลง ทำให้เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ แค่มีมือถือก็ท่องโลกออนไลน์ได้แล้ว จึงทำให้ โซเชียลมีเดีย (Social Media) เติบโตไวมากๆ จนคนหันมาติดตามทางนี้กันเยอะเลย ส่งผลให้เว็บไซต์ของหลายๆคนกลายเป็นเว็บล้าง บล็อกเหงาๆ หากขาดการอัพเดทนานๆ เนื้อหาเก่า ไม่สดใหม่ คนก็จะค่อยๆหายไปตามกาลเวลา ต่างกับ SNS ที่คนเล่นกันเยอะ มีอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ

ส่วนการมาของ โซเชียลมีเดีย (Social Media) ก็มีหลากหลาย เช่น

Twitter : ที่คนชอบเล่นเพราะเสพข่าวสารรวดเร็ว มีข่าวอะไรก็ดูที่ # ว่าอันไหนขึ้นเทรนด์ก็ตามส่องกันไป รวมถึงคนที่ชอบติดตามข่าวดารา ละคร หรือศิลปินนักร้อง ก็มักจะใช้ Twitter ในการพูดคุยกันในด้อม แล้วแต่ว่าจะติดตามกันใน # อะไร เช่นผมติดตามวงไอดอล BNK48 ก็จะค้นหาใน #BNK48 บนทวิตเตอร์ว่ามีการพูดถึงเรื่องอะไรกันในแต่ละวัน เป็นต้น

Instagram : จะเน้นพวกถ่ายรูปภาพสวยๆ แล้วอัพขึ้นที่นี่ โดยมาก ดารา ศิลปิน ก็จะชอบเล่นกัน เพราะได้โชว์รูปสวยๆ คนทั่วไปก็ชอบติดตามดารา ศิลปิน อยู่แล้ว เลยทำให้ IG เติบโตมากขึ้นไปด้วย พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ชอบฝากร้านกันเยอะ ก็ตาม IG ดาราดังนี่แหละ

Facebook : เป็นอีก โซเชียลมีเดีย ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งแบบใช้ส่วนตัว และเปิดเพจ ในเรื่องที่สนใจ บางคนก็ทำเป็นเพจธุรกิจเลยก็มี ทั้งธุรกิจใหญ่ น้อย ต่างก็มีเพจเพื่อขายสินค้า และมีไว้อัพเดทผลงาน ข่าวสาร ให้คนมาติดตาม คนแทบทุกวงการต่างก็มีเพจเป็นของตัวเอง เพื่อติดต่อกับลูกค้า และแฟนคลับ แม้หลังๆความนิยมจะลดลงบ้าง แต่ปริมาณก็ยังมีมากอยู่ดี ทั้งนี้พวกเพจ Facebook ต่างๆ น่าจะมีผลทำให้คนทำเว็บไซต์ หรือบล็อกน้อยลงด้วย เพราะสามารถเปิดเพจได้ฟรี ใครก็เปิดเพจได้ และคนมักจะติดตามได้ง่ายด้วย นั่นเพราะใครๆก็เล่น FB แถมยังติดต่อสื่อสารกันได้รวดเร็วกว่า จึงทำให้ Facebook ยังคงเป็น หนึ่งใน SNS ที่คนยังติดตามกันเยอะ และมีผลต่อธุรกิจเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

YouTube : กำลังเป็นที่นิยมมากที่สุดในยุคนี้เลยก็ว่าได้ แม้แต่วงการ ทีวีดิจิตอล ยังต้องยอมรับ เพราะคนไม่ค่อยดูทีวี แต่หันมาเปิดยูทูปดูมากกว่า เพราะจะดูเมื่อไหร่ก็ได้ ดูไม่จบ มาเปิดย้อนหลังดูใหม่ก็ได้ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้คนไปสนใจเปิดดูรายการบน YouTube มากขึ้น และเชื่อว่าวงการโฆษณาคลิปวิดีโอบน YouTube ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนับจากนี้ เรียกว่าเป็นตลาดใหญ่อีกตลาดที่น่าสนใจเลยทีเดียว และเชื่อว่าการแข่งขันของคนทำ YouTube ในปี 2020 จะดุเดือดอย่างแน่นอน ด้วยความที่ใครก็สามารถเปิดช่องบน YouTube ได้ คนทั่วไป หรือแม้แต่ดารา ก็ยังหันมาทำช่องเป็นของตัวเอง ทีวีช่องใหญ่ๆก็ยังเอารายการ ละคร ย้อนหลัง มาลงให้คนดูบนยูทูปกันแล้ว เพราะยอดวิว ยอดผู้ติดตาม สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้จาก YouTube นั่นเอง

จะเห็นได้ว่าผู้คนต่างก็มีทางเลือกในการรับข้อมูลข่าวสาร หรือเพื่อความบันเทิง บนโลกออนไลน์มากมาย ทำให้เว็บไซต์ หรือบล็อก ไม่เป็นที่นิยมเท่าเมื่อก่อนแล้ว แม้แต่เว็บดังๆของประเทศที่เมื่อก่อนคนเข้าชมวันละเป็นล้านแบบไม่ซ้ำเครื่อง ปัจจุบันไม่ค่อยถึงล้านแล้ว แค่เกือบๆ หรือถึงบ้างเป็นบางวัน ทั้งที่เมื่อ 3-5 ปีก่อนหน้า มีหลายเว็บเคยมีคนเข้าชมหลักล้านต่อวันหลายเว็บด้วยกัน จะเห็นได้ว่าโลกมันเริ่มเปลี่ยนเทรนด์ไปแล้วนั่นเอง

ถ้าสังเกตให้ดี เทรนด์ตอนนี้ เปลี่ยนจากการอ่านตัวหนังสือบนเว็บไซต์ เป็นดูคลิปวีดีโอบน YouTube มากขึ้น มาสักพักแล้ว และปี 2020 ภาพของเทรนด์นี้จะยิ่งชัดเจนมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่เป็นแบบนี้ทั่วโลก

คงถึงเวลาที่ต้องเพิ่ม Categories หมวดหมู่ IDOL ใน Blog แล้ว

หลังจากที่ติดตามวงไอดอล BNK48 มาประมาณ 2 ปี แล้ว และใน Blog แห่งนี้ ก็ได้พูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับประเด็นวงไอดอลอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่แค่วง BNK48 อย่างเดียว แต่เป็นภาพรวมธุรกิจไอดอลด้วย และคิดว่ากระแสของวงการไอดอลไทยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ก็มีอะไรให้เขียน ให้วิเคราะห์ได้อีกมากมาย ก็เลยคิดว่าคงถึงเวลาแล้วล่ะ ที่ต้องมี หมวดหมู่ ไอดอลเฉพาะขึ้นมาอีกอย่างในบล็อกแห่งนี้

กระแสวงการไอดอลไทย

เริ่มจากกลางปี 2017 ที่ วงไอดอล BNK48 ประกาศ Debut Single แรกอย่างเป็นทางการ ก็เริ่มมีไอดอล วงที่สอง ที่สามตามมาอีกหลายต่อหลายวง แต่ก็ยังเป็นแค่ยุคเริ่มต้น คนที่ติดตามไอดอลญี่ปุ่นก็ยังเป็นแบบเฉพาะกลุ่มอยู่

ปี 2018 ปีทองของวง BNK48 จากกระแส เพลงคุกกี้เสี่ยงทาย ที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง ทำให้คนนอกเริ่มสนใจกับคำว่า วงไอดอล ทั้งกฎต่างๆ รูปแบบวง แนวเพลง ธุรกิจไอดอล ทุกอย่างสดใหม่ ทำให้เป็นกระแสแรงมาก จนมีหลายๆคนเริ่มคิดที่จะก่อตั้งวงไอดอลขึ้นมากว่า 10 วงในปีนั้น บางวงก็เปิดตัวบ้างแล้ว บางวงก็อยู่ระหว่างสร้างวงขึ้นมา เรียกว่าตลาดไอดอลกำลังบูมก็ว่าได้

ปีนี้ ผ่านไป 3 ไตรมาสแรกของปี 2019 ธุรกิจไอดอลโดยภาพรวม ดูภายนอกคือ มีวง Debut เกิดใหม่เยอะขึ้นมาก แต่กระแสตลาดไอดอลไทยกับนิ่งๆไป ด้วยสภาพเศรษฐกิจ และอะไรหลายๆอย่าง

-วงเกิดใหม่ ก็มีมาเรื่อยๆ ต่างก็พยายามหาจุดเด่นมาสู้ มาสร้างความแตกต่าง และวงที่กำลังจะมาอย่าง CGM48 คงเป็นหนึ่งในวงเกิดใหม่ที่น่าจับตามากที่สุด

-วงที่ประกาศยุบ เช่น วง 7th Sense / Lemonade / Taste of Love ที่ต้องโบกมือลาวงการไปก่อนเพื่อน ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดไอดอลไทย วงที่มีปัญหาภายใน และสายป่านไม่ยาวพอ ย่อมได้รับผลกระทบแน่นอน ยิ่งมีตัวเลือกมาก แต่ฐานแฟนคลับกำลังเปย์มีน้อย อาจจะทำให้วงการไอดอลยืนต่อไม่ไหว ก็ต้องมาลุ้นกันว่าไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 จะมีอะไรมาจุดกระแสไอดอลให้กลับมาร้อนแรงได้อีกครั้ง เพื่อสร้างแฟนคลับหน้าใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาในตลาดไอดอลไทย

พูดถึงวง BNK48 วงหลักที่ผมติดตาม

ช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์ นี้ ก็มีงาน BNK48 6th Single “Beginner” Handshake ในวันที่ 21 – 22 กันยายน 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ฮอลล์ EH106-107

ลุ้นประกาศสำคัญ ว่าจะมีอะไรบ้าง ที่เดาๆกันก็อย่างเช่น

-MV เพลง Candy ยูนิต Mimigumo

-ประกาศ Single 7

-ประกาศ ตั้งทีม NV

-ประกาศ คอนเสิร์ตใหญ่ ครั้งที่ 2 ของวง

-ประกาศ อื่นๆ

สำหรับวง BNK48 ตอนนี้ที่ลุ้นกันอยู่ก็คงเป็น ประกาศ Single 7 ว่าใครจะติดเซมฯ /  ใครจะได้เป็นเซนเตอร์คนต่อไป / จะใช้เพลงอะไร / จะเปิดตัวที่ไหน และจะขายยังไง?

ยังจะขายในรูปแบบ CD เหมือนเดิม หรือจะปรับมาขายเป็น Music Card แบบ ยูนิต Mimigumo อันนี้ก็ต้องติดตาม

ถ้าขายรูปแบบ CD เหมือนเดิม จะยังคงมี งานจับมือ 6 วัน แบ่งเป็นพรีออเดอร์ ซีดี วันละ 50,000 แผ่น เหมือนเดิมหรือเปล่า? เพราะตอน Single 6 ยอดขายลดลงกว่าครึ่ง จากที่เป้า 300,000 แผ่น (ขายหมดตอน Single 5 ที่มีเลือกตั้ง) แต่ซิง 6 ยอดขายไม่เป็นเช่นนั้น ยอดขายอยู่ที่ประมาณ 160,000 แผ่นเท่านั้น

ก็ต้องมาลุ้นซิง 7 ว่ายอดขายจะกลับมาได้ดีแค่ไหน ส่วนตัว ผมว่าน่าจะกลับมาทำยอดได้ดีขึ้นกว่าซิง 6 ยอดซิง 7 น่าจะเกิน 200,000 แผ่น+ แต่จะเข้าเป้าสามแสนหรือไม่ คงต้องไปลุ้นกันอีกที

Single 7 เลยกลายเป็นความหวังของแฟนคลับ เป็นแรงกดดันไม่ใช่น้อย เพราะยอดขายซิงนี้ น่าจะสะท้อน ว่าวงการไอดอล ยังยืนอยู่ได้ไหม กระแสอาจจะเงียบๆไป แต่ถ้ายอดขายยังมากพอที่จะทำกำไร ความหวังของตลาดไอดอลไทย ก็ยังพอมีแสงสว่างรออยู่เช่นกัน เพราะถ้าหากวงใหญ่ยังขายไม่ออกแล้ว วงเล็กๆ ก็คงไม่ต้องหวังอะไร…

วงการไอดอลไทย กำลังค่อยๆพา ยุคแผ่น CD เพลง กลับมาอีกครั้ง

ในยุคที่ Music Streaming กำลังครองตลาดโลก การฟังเพลงออนไลน์สามารถเข้าถึงผู้คนได้มากกว่า รวดเร็วกว่า แต่ว่าตลาดเก่า อย่าง CD เพลง ก็ยังไม่ได้หายไปไหน แต่ยังอยู่ในสถานะ “ของสะสม” ที่จับต้องได้ ซึ่งนั่นคือความสุขอย่างหนึ่งของแฟนคลับ ที่พร้อมสนับสนุนศิลปินที่พวกเขารัก

แม้แต่ค่ายเพลงใหญ่ๆในประเทศยังถอนตัวจากการขายแผ่น CD ไป แต่บางค่ายก็ยังผลิตอยู่ เพื่อประคองสายการผลิต CD ไม่ให้ตายไปจากวงการเพลงไทย

ค่ายเพลงอินดี้ ที่ทำเพลงนอกกระแส กลับเป็นกลุ่มศิลปินส่วนใหญ่ ที่ยังคงทำเพลง และผลิต CD เพลงมาขายให้กับแฟนคลับอยู่เสมอ โดยเฉพาะงานที่ทาง Cat Radio จัดขึ้นอย่าง งาน Cat Expo ที่ศิลปินลงมาขายเพลงเองให้กับแฟนคลับ แม้จะผลิตมาไม่มาก จำนวนจำกัด แต่ก็ขายหมด บางวงหมดอย่างรวดเร็วด้วย นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีเลย

กลับมาที่วงการไอดอลไทย นับตั้งแต่ ปี 2017 ที่วงไอดอลเริ่มก่อตั้งและเป็นที่รู้จัก จนมาบูมในปี 2018-ปัจจุบัน ก็มีการขายแผ่น CD กันตั้งแต่เริ่มต้น Single แรกเลย เพราะความเป็น เมเจอร์ไอดอล ที่มีค่ายรองรับ ผู้นำตลาดอย่างวง BNK48 และ วงSweat16! ที่ออกผลงานมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2017-ปัจจุบัน

แม้ว่า ปี 2018 ช่วงที่วงการไอดอลไทยพีคสุดๆ จะมีวงไอดอลเกิดขึ้นตามมามากมาย แต่ก็ไม่มีวงไหนที่จะสามารถทำเพลง และผลิตซีดีเพลงออกมาขายได้เลย นอกจากสองวงก่อนหน้าที่กล่าวไป หลายๆวงยังเป็นแค่ จิกะไอดอล ซึ่งก็คงยากที่จะสามารถลงทุนในจุดนี้ได้ทันที นอกจากจะมีค่ายไหนมาสนใจทำเพลงให้

ปี 2019 วงการไอดอลอาจจะดูนิ่งๆไปบ้าง แต่ก็ยังมีสัญญาณที่ดี ยังมีวงไอดอลไทยเกิดขึ้นใหม่อีกมาก และหลายๆวง เริ่มกล้าที่จะออกอัลบั้ม และผลิตแผ่น CD Single มาขายให้กับแฟนคลับกันหลายวง และยอดขายก็ไม่เลวเลยทีเดียวกับอัลบั้มแรก หรือ Single ที่เปิดพรีออเดอร์

รูปแบบการขายผลงานของวงไอดอล อาจจะแตกต่างกับการขายผลงานเพลงของศิลปินทั่วไป แต่ก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การขายงานก็ต้องปรับตัว วงไอดอล ขายผลงาน CD ที่จับต้องได้ + เซอร์วิสแฟนคลับไปด้วย ผ่านอีเว้นท์ต่างๆ แล้วแต่วงไหน อยากจะจัดกิจกรรมอะไร เพื่อจูงใจแฟนคลับของตัวเอง ให้มาซื้อ CD และเป็นการส่งเสิรมการขายไปในตัว เช่น

-Handshake Event (งานจับมือ)

-2-Shot (งานถ่ายรูปคู่กับไอดอล)

-HI-FIVE (งานแตะมือไอดอล)

-อื่นๆ เช่น เชกิ เป็นต้น

วงไอดอลไทย ที่มีการเปิดพรีออเดอร์ CD อย่างเป็นทางการ (ข้อมูลล่าสุด 9 กันยายน 2019)

BNK48

มี CD Single ออกมาแล้ว 6 Single กับอัลบั้ม CD/DVD Album อีก 2 อัลบั้มด้วยกัน ซึ่งยอดรวมทุกซิงเกิลและอัลบั้ม ยอดขายทะลุหลักล้านแผ่นไปแล้วแน่นอน

Single 1. “อยากจะได้พบเธอ” / ยอดขาย CD จำนวน 13,000 แผ่น

Single 2. “คุกกี้เสี่ยงทาย” / ยอดขาย CD จำนวน 30,000 แผ่น

Single 3. “วันแรก” / ยอดขาย CD จำนวน 170,000 แผ่น

Album 1. “ริเวอร์” / ยอดขาย CD จำนวน 80,000 แผ่น

Single 4. “เธอคือ…เมโลดี้” / ยอดขาย CD จำนวน 320,000 แผ่น

Single 5. “บีเอ็นเคเฟสติวัล” / ยอดขาย CD จำนวน 300,000 แผ่น (**ไม่รวมยอด Music Card Edition ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล)

Single 6. “บีกินเนอร์” / ยอดขาย CD จำนวน 160,000 แผ่น (***เป็นยอดประมาณการณ์ อฟช. ยังไม่สรุป)

Album 2. “จาบาจา” / ยอดขาย CD จำนวน 70,000 แผ่น (***เป็นยอดประมาณการณ์ อฟช. ยังไม่สรุป)

ยูนิตพิเศษ Mimigumo

Mimigumo Mini Photobook+Music Card (*อยู่ระหว่างการเปิดพรีออเดอร์)

Sweat16!

มี CD Single ออกมาแล้ว 5 Single แม้จะไม่มีตัวเลขยอดขาย CD อย่างเป็นทางการออกมาจาก อฟช. แต่แฟนๆก็คาดกันว่าน่าจะมียอดขายหลัก 10,000+ แผ่น ซึ่งประเมินจาก การจัดงานอีเว้นท์ และกิจกรรมภายในของวง

FEVER

เป็นอีกวงที่พึ่งจะออก CD 1st Single เมื่อช่วงกลางปีนี้ แม้จะยังไม่สรุปยอดขายออกมา แต่ดูจากรายชื่อแฟนคลับ จากยอดการสั่งจองพรีออเดอร์ ก็คิดว่าขายได้ไม่ต่ำกว่าหลัก 1,000+ แผ่น ด้วยแนวทางเพลงที่ชัดเจน โอกาสที่วงจะเติบโต ยังไปได้อีกไกล หากรักษาคุณภาพผลงานไว้ได้

SY51

ออกเป็นแผ่น CD Boxset  (1st & 2nd album) จำกัดยอดอยู่ที่ 2,000 แผ่น (ได้ข่าวว่าขายหมดแล้ว) แม้ว่าจะเป็นวงไอดอลต่างจังหวัด อยู่เชียงใหม่ แต่ก็มีการทำการตลาดทั้งในตัวจังหวัดเอง และลงมาที่ กทม. ด้วย ทำให้ฐานแฟนขยายอย่างรวดเร็ว เป็นอีกวงที่การเติบโต น่าจับตาทีเดียว

Secret12

ออกเป็นแผ่น CD Boxset จำกัดยอดแค่ 100 แผ่น เห็นว่าใกล้หมดแล้ว แม้จะออกมาน้อย แต่ก็สามารถขายได้ดี ก็น่าสนใจทีเดียวสำหรับวงขนาดเล็ก แต่ก็มีความพยายามที่จะต่อสู้ในวงการเพลงไทย

** หากมีวงไหนตกหล่นไป ท่านใดพอทราบว่ามีวงไอดอลวงไหนที่เปิดขายแผ่น CD อีก ก็สามารถแจ้งมาทาง อีเมล ผมได้เลยครับ E-Mail : harry_mutd@hotmail.com

วงไอดอล ที่มีศักยภาพ พอที่จะสามารถผลิตแผ่น CD เพลง ออกมาจำหน่ายได้ และน่าจับตามองในอนาคต เช่น

-CGM48 ด้วยรูปแบบวงภายใต้การบริหารของ BNK48 ยังไงก็น่าจะออก แผ่น CD Single มาขายแน่นอน แต่ก็ต้องมาลุ้นยอดขายกันหน่อย ด้วยความที่เป็นวงต่างจังหวัด กำลังซื้ออาจจะไม่เท่าวงหลัก แต่คงไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นแผ่นแน่ถ้าเปิดขาย

-Cm Cafe ทีมงานเคยทำงานเบื้องหลังค่ายดังมาก่อน ก็น่าจะทำเพลง และผลิตแผ่น CD ได้ไม่ยาก อยู่ที่ว่าจะทำหรือเปล่า เพราะดูจากฐานแฟนคลับแล้ว คิดว่ากำลังซื้อมีแน่นอน ด้วยจำนวนเมมเบอร์ที่หลากหลายยอดขายน่าจะพุ่งพอตัว

-DAISY DAISY ทีมงานคัดเมมเบอร์ได้น่าสนใจ และมีใจรักด้านนี้ หากทำแผ่นซีดีมาขาย ด้วยฐานแฟนคลับที่ตามเมมเบอร์จากวงเก่ามา และฐานแฟนคลับไอดอลใหม่ๆ กำลังซื้อถือว่าไม่ธรรมดา

-Siam Dream ตัวผู้บริหารเองมีความเข้าใจในวัฒนธรรมไอดอลญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และวงสามารถทำเพลงขายได้ทั้งแฟนชาวไทย และชาวญี่ปุ่น หากจะทำแผ่นซีดีมาขาย ก็คงไม่ใช่เรื่องยาก หากจะทำ

สรุป : แม้วงการไอดอลไทยจะเกิดมาได้ไม่นาน แต่ก็มีหลายๆเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะยอดขายอัลบั้มเพลง แผ่น CD ที่แทบจะไม่ค่อยมีใครผลิตมาขายแล้ว แต่กับวงไอดอล กลับขายได้ดีระดับหนึ่งเลย ด้วยฐานแฟนคลับที่พร้อมสนับสนุนศิลปินไอดอลแบบเต็มที่ แม้เจ้าตลาดใหญ่ อย่างวง BNK48 จะดูโดดจากเพื่อนมาก แต่วงไอดอลอื่นๆ ก็เริ่มขยับตัวแล้ว ก็นับว่าเป็นเรื่องดี สำหรับวงการเพลงไทย ที่การทำเพลงแล้วผลิตแผ่น CD มาขาย กำลังค่อยๆกลับมาอีกครั้ง หลังเงียบหายไปพักใหญ่ ไม่แน่ว่าการตลาดแบบวงการไอดอล อาจจะเป็นตัวจุดฉนวนให้วงการเพลงไทยกลับมาบูมอีกรอบ ก็ เป็น ได้