10 ปี กับเส้นทาง บริการซับมิทไดเรคทอรี่ และบริการรับจ้างโพสต่างๆ

เดือนมิถุนายน 2008 คือช่วงที่ผมเริ่มรับงานอย่างเป็นทางการ เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการ เป็น ฟรีแลนซ์ ของผมเลยก็ว่าได้ กับงานแรกๆ คือเปิดบริการ รับจ้างซับมิทไดเรคทอรี่ และบริการซับมิทบุ๊คมาร์ค ก่อนที่จะต่อยอดมาเป็น โพสการโพสเว็บเนตเวิร์ค รับจ้างโพสเว็บบอร์ด ในช่วงต่อมา ปีนี้ ปี 2018 ก็ถือว่าครบรอบ 10 ปีเต็มๆ สำหรับการเปิดบริการนี้ และผมก็คิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่จะยุติบริการซับมิทลงในเดือนนี้ เช่นเดียวกัน

เอาจริงๆ ผมเริ่มรู้จักวงการหาเงินในอินเตอร์เน็ต (แบบที่หาเงินได้จริงๆนะ) ในปี 2006 หรือ ปีที่เรียนจบมหาลัยพอดี เป็นช่วงที่เริ่มออกหางาน แต่ก็มารู้จักวงการนี้จากหนังสือสอนหาเงินออนไลน์ และได้มารู้จักเว็บบอร์ดที่พูดคุยในการหาเงินออนไลน์ และมาจบที่เว็บบอร์ด TSB นั่นเอง (เล่าแบบย่อๆ)

และที่บอร์ด TSB หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อ บอร์ดไทยเสียว ผมได้เริ่มต้นเปิดกระทู้รับบริการ ซับมิทไดเรคทอรี่ขึ้น ก่อนที่จะต่อยอดมาสู้เว็บไซต์ harrysubmit.com ในปัจจุบัน

ในยุคนั้น ปี 2008 ในช่วงเริ่มต้น ก็ล้มลุกน่าดู กว่าจะได้ลูกค้า กว่าจะปิดงานได้ลำบากมาก เพราะไม่มีคอม ไม่มีเนต ที่บ้าน ต้องไปทำงานตามร้านอินเตอร์เน็ต เคยแอบเข้าไปทำในมหาลัยเก่าด้วย แต่ก็นั่นแหละ เป็นช่วงเริ่มต้น

ก่อนที่ปี 2009 จะออกมาทำงานฟรีแลนซ์ รับซับมิทแบบเต็มตัว ก็เคยทำงานประจำไปด้วย รับงานไปด้วยมาก่อน ไปอาศัยใช้คอมบ้านเพื่อนบ้าง ทำงานส่งลูกค้า

ปี 2010-2014 ถือว่า เป็นช่วงที่ดีในการทำงาน เพราะมีห้องทำงาน มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง แล้ว แต่ว่าก็ยังทำงานที่บ้านเพื่อนอยู่นะ ช่วยแชร์ค่าไฟ ค่าเน็ต มีโปรเจคต่างๆมากมายร่วมกันทำงาน นับว่าเป็นช่วงที่สนุกที่สุด ในการทำงานออนไลน์เลยทีเดียว งานซับมิท งานโพส บูม มากๆ ในเวลานั้น

ปี 2015-ปัจจุบัน ความนิยมในการใช้บริการ ซับมิทไดเรคทอรี่ เริ่มน้อยลง รวมถึงบริการโพสด้วย เนื่องจาก บริการรับทำ SEO และการเติบโตของ Facebook คนหันไปสนใจบริการทำ SEO มากกว่า เพราะเน้นผลอันดับชัดเจน ในขณะที่บริการซับมิทหรือรับจ้างโพส เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการทำ SEO เท่านั้น แถมยังหวังผลไม่ชัดเจน เป็นแค่การเพิ่ม Backlink เท่านั้นเอง

อีกทั้งการเติบโตของ Facebook ที่คนนิยมเล่นกันเยอะอยู่แล้ว ทำให้ได้กลุ่มลูกค้าที่เร็วกว่า ไลค์ แชร์ โต้ตอบ ขายของได้ นั่นทำให้ การโปรโมทเว็บ ด้วยวิธีเดิมๆเริ่มตายไป ตามกระแสที่รวดเร็วของโลกออนไลน์

แม้ว่า บริการไดเรคทอรี่ หรือ บริการรับจ้างโพสเว็บบอร์ด โพสเนตเวิร์ค จะยังคงมีคนสนใจใช้บริการอยู่ แต่ก็มีการใช้บริการที่ไม่ได้เยอะ และเป็นที่นิยมอีกต่อไปแล้ว ผมจึงตัดสินใจ ปิดบริการ รับจ้างซับมิทไดเรคทอรี่และซับมิทบุ๊คมาร์ค รวมถึงบริการรับจ้างโพส ไว้ ณ ที่นี้เลย (ยังเปิดรับงานจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2018 นี้)

แต่บริการอื่นๆ เช่น รับทำ SEO หรือ บริการ ขาย Backlink ก็ยังคงรับงานอยู่เช่นเดิมครับ

ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านและผู้ให้การสนับสนุนที่ดีเสมอมาไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

ขอบคุณครับ
HARRY.
13 มิถุนายน 2561 ณ บ้านเลขที่ 113

5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ปี 2560

กลับมาอีกครั้ง กับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ประจำปี 2560 ซึ่งปีนี้มาช้ามาก ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องรอให้ข้อมูลตกตะกอนเสียก่อน ถึงจะเขียนได้ แบบการประกาศรางวัลออสการ์ ที่ก็ต้องให้ผ่านปีใหม่มาสักเดือนสองเดือนก่อนค่อยประกาศผล ว่าไปนั่น เอาจริงๆก็เป็นแค่ข้ออ้างนั่นแหละครับ บทความในบล็อกนี้อาจจะออกมาน้อยหน่อยในช่วงนี้ แต่ก็จะทยอยลงให้ได้อย่างน้อยก็เดือนละ 1-2 บทความ จะได้ไม่เหงา เพราะตั้งแต่กลางปีที่แล้วจนมาปีใหม่ แทบไม่ได้เขียนอะไรอัพเดทเลย ไม่รู้ว่าจะยังมีแฟนคลับเหลือตามอ่านกันอยู่หรือเปล่า ยังไงก็ส่งเสียงกันหน่อย หรือส่งเมลมาคุยกันก็ได้เน้อ.. เอาล่ะ ลองมาดูว่าปีที่ผ่านมานี้มีอะไรที่ผมชอบและไม่ชอบบ้าง จัดไป…

5 ไม่ชอบ

1. อ่านหนังสือได้น้อยลงเรื่อยๆ

ปี 2560 เป็นปีที่อ่านหนังสือได้น้อยมากในรอบ 3-4 ปี หลังมานี้เลย ไม่ถึง 20 เล่ม ที่อ่านจบจริงๆ ถือว่าน้อยมาก ด้วยเหตุการณ์หลายๆอย่าง ปีนี้ตั้งใจจะอ่านให้ได้มากกว่าเดิม เพื่อชดเชยปีที่ผ่านมา แต่เอาเข้าจริงผ่านมาจะครึ่งปีก็ยังอ่านได้ไม่กี่เล่มเอง แฮร่ แต่หนังสือซื้อมาดองตลอดนะ ประเด็นคือหาเวลาอ่านให้จบยังไงได้

2. ไม่ค่อยได้เที่ยวเลย

เรียกได้ว่าทั้งปี ทำแต่งานก็ว่าได้ ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหนไกล ๆ เลย ต่างจังหวัดก็ไม่ได้ออกไปไหน ทำงานเหงาๆ เฝ้าบ้านอย่างเดียวจริงๆ ก็คิดถึงการออกเดินทางไกลๆอยู่เหมือนกัน ปกติปีหนึ่งก็มักจะนัดกับเพื่อนๆออกไปเที่ยวกันสักทริป แบบ 3 วัน 2 คืน อะไรประมาณนี้ แต่เดี๋ยวนี้ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง ก็เลยหาโอกาสรวมตัวกันออกเที่ยวแบบนั้นไม่ค่อยได้แล้ว ส่วนตัวผมเองก็ทำแต่งาน อยู่บ้าน เฝ้าหน้าจอกันไป ปีนี้ก็เลยคิดไว้ว่า ขอออกไปเที่ยวสัก 2-3 ทริปเถอะไม่ไหวแล้ว

3. งานน้อยลง

เป็นเรื่องธรรมดาที่คลื่นลูกเก่าผ่านไป คลื่นลูกใหม่ก็วิ่งเข้ามา เหมือนกันงานระบบเดิมๆ ก็ถูกแทนที่ด้วยระบบใหม่ที่ดีกว่า แถมคู่แข่งที่มากขึ้น ใหญ่ขึ้น เราเป็นแค่ฟรีแลนซ์ตัวเล็กๆ ก็ต้องยอมรับสภาพกันไป มีงานอะไรเข้ามาก็รับไว้ก่อน ทำให้ดีที่สุด สู้ในแบบของเราที่เคยทำมา อย่างน้อยมันก็ไม่ได้แย่ที่สุด ก็ยังมีความหวัง มีช่องทางใหม่ๆที่รออยู่ ตอนนี้คงถึงเวลาปรับเปลี่ยนงานแล้วแหละ ไม่ได้ทิ้งงานเดิมไปทั้งหมดนะ แต่เพิ่มช่องทางงานใหม่ๆที่เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเข้ามา

4. อายุที่เยอะขึ้น

วัยกลางคน กับคนที่อายุสามสิบกลางๆ มันก็มีหลายเรื่องที่คิด เพราะบางอย่างเรายังไม่มี ในขณะที่คนอื่นมี เพื่อนรุ่นเดียวกันมี และไปไกลกว่าเราหลายช่วงตัว ก็ไม่รู้ว่าเราคิดมากไปหรือเปล่า หรือเราไม่ต้องไปคิดอะไร ทำเท่าที่เราไหวคือดีที่สุดแล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างก็ได้ ใช้ชีวิตให้มีความสุขเท่าที่เราสบายใจ อาจเป็นสิ่งดีที่สุดในเวลาตอนนี้แล้วก็เป็นได้ เพราะชีวิตมันก็เท่านี้ อายุก็เป็นแค่ตัวเลขไว้ให้นับเท่านั้นเอง

5. ชีวิตครึ่งๆกลางๆ ยังไม่เจอทางที่ใช่

ก็คงจะต่อเนื่องมาจาก ข้อ 3 และ 4 ที่เป็นผลกระทบ ทับถมกันมา เลยทำให้รู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมา มันยังครึ่งๆกลางๆ จะสำเร็จก็ไม่เชิง จะว่าล้มเหลวก็ไม่ใช่ เพราะที่ผ่านมามันก็ดีนี่ ไม่ได้แย่ขนาดนั้น มันมีขึ้นมีลง แล้วแต่ช่วงเวลา เพียงแต่ตอนนี้มันไม่ใช่ช่วงที่ดี และกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ หรือกำลังเริ่มต้นทำอะไรใหม่อีกครั้ง ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาครึ่งทางแล้ว มันเลยดูน่ากลัว ยาก ลำบาก และยังหาทางออกไม่ค่อยได้ แต่ก็นั่นแหละ ถ้าไม่เริ่มทำ ก็ไม่มีคำว่าสำเร็จ ไม่ทำแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าที่ทำอยู่ มันคือทางที่ใช่หรือเปล่า ทำให้รู้คำตอบ เริ่ม!!!

5 ชอบ

1. อินเตอร์เน็ตมือถือ

เพราะการที่มือถือสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ กับแพคเกจเน็ตไม่อั้น ความเร็ว 10MB ที่สำคัญแชร์อินเตอร์เนตกับโน๊ตบุ๊คได้ด้วย ผมชอบเลย เพราะทำให้การทำงานง่ายขึ้นเยอะเลย แม้ไม่มีอินเตอร์เนตแบบวางสายทั่วไปผ่านมาให้ใช้บริการ ก็ยังมีตัวเลือกใหม่แบบนี้เข้ามาทดแทน คิดว่าภายในปี 61 ก็คงย้ายออกจากหอแน่ เพราะไม่ต้องเช่าหอเพื่อเล่นเน็ตอีกต่อไปแล้ว ใช้อินเตอร์เน็ตมือถือแชร์เอา ทำงานอยู่บ้านชิวๆเลยดีกว่า

2. ซีรี่ย์ และหนังสั้น

เป็นปีที่ได้มีเวลา นั่งดู ซีรี่ย์ และหนังสั้น หลายเรื่องเลย หนังสั้นฝีมือคนไทยเก่งๆ ก็มีเยอะหลายเรื่อง ลองค้นหาดูในยูทูป ที่เขาลงให้ดูฟรีก็มี ส่วนซีรี่ย์ก็พอจะหาเวลาดูได้บ้าง อย่างเรื่องดังๆ ก็ดูเกือบจบตามทันเพื่อนล่ะ และก็มีอีกหลายเรื่องเลยที่น่าติดตามชม ถ้ามีเวลาก็คงจะได้ดูอะไรสนุกๆแบบนี้อีก

3. YouTube

ผมชอบนะที่มีรายการออนไลน์ทางช่อง YouTube เยอะขึ้น และได้รับความนิยมมากขึ้น มีช่องใหม่ๆ มีแนวทางเป็นของตัวเอง และคนติดตามก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน ที่สำคัญมีคนหารายได้จากการทำรายการลงช่อง YouTube มากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งก็น่าสนใจไม่น้อยในยุคนี้ เพราะคนเทการดู ทีวี มาดูรายการ คลิปต่างๆ ใน YouTube กันมากขึ้นทุกวัน ผมเองก็สนใจเปิดช่อง YouTube อยู่เหมือนกัน ฝากติดตามกันด้วยนะครับ

4. ROV

เป็นหนึ่งในเกมที่ติดมากเมื่อปีที่แล้ว เรียกว่าเล่นแทบทุกวัน มันจะเป็นแนวเกมคล้ายๆกับ DotA ที่เล่นในคอมพิวเตอร์ แต่เกม ROV เป็นเกมในมือถือ ที่เล่นง่าย จบเร็ว และมีตัวละครหลายๆตัวให้เลือกเล่น สนุก รวมทีมกับเพื่อนจะยิ่งสนุกมาก ในตอนนี้ต้องยอมรับเลยว่าเป็นเกมมือถือที่มาแรงสุดๆในประเทศไทย เพราะใครก็เล่นได้ และมีรายการแข่งขันชิงเงินรางวัลกันบ่อยด้วย รวมไปถึงมีทีมส่งไปแข่งระดับโลกแล้วสำหรับประเทศไทย เรียกได้ว่าเป็นเกมมหาชนไปแล้ว

5. BNK48

ชั่วโมงนี้ คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก วง BNK48 วง ไอดอล แห่งยุคนี้ ซึ่งเป็นวงน้องสาวของวง AKB48 จากญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ได้สนใจ แต่เหมือนโดนป้ายยา จากการได้ฟังรายวิทยุ ดู YouTube ติดตามสื่อออนไลน์อื่นๆ และเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย สุดท้ายก็โดนตกจนได้ เพราะน้องๆน่ารักกันจริงๆ ยิ่งเราติดตามก็ยิ่งรู้สึกผูกพันมากขึ้น ระบบการบริหารวงก็น่าสนใจ มีเรื่องราวมากมาย รวมถึงกิจกรรมต่างๆให้เราได้มีส่วนร่วมอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะ งานจับมือ ที่สามารถเรียกผมให้ออกจากบ้านเพื่อไปเจอน้องๆ BNK48 ได้ ใครที่ยังหาโอชิ หรือคามิโอชิ ไม่ได้ ก็ลองไปติดตามกันได้ที่ แฟนเพจ และเว็บไซต์ ของวง BNK48 ดูสักครั้ง ไม่แน่คุณอาจจะโดนตก กลายมาเป็น โอตะ หรือแฟนคลับเข้าสักวันก็เป็นได้

และนั่นก็คือ 5 ชอบ และ 5 ไม่ชอบ ประจำปี 2560 ที่ผ่านมาของผมเองครับ แล้วของแต่ละคน เป็นอย่างไรกันบ้าง ลองคอมเม้น มาให้อ่านกันหน่อย แล้วเจอกันอีกทีปีหน้าสำหรับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ครับผม

 

รีวิวอีเวนท์ งานจับมือ BNK48 : 2nd Single Koisuru Fortune Cookie คุกกี้เสี่ยงทาย วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 13-14 มกราคม พ.ศ. 2561

ก่อนอื่นเลยคงต้องกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ กันก่อนเลยเพราะไม่ได้อัพเดทบล็อกนี้นานมาก ตั้งแต่ปีที่แล้ว มาอีกทีก็โพตส์นี้เลยจะเป็นการอัพเดทครั้งแรกของปีใหม่นี้

แต่เปิดมาก็มาอัพเรื่อง BNK48 เลยหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า BNK48 คือใคร ก็ขอเล่าแบบย่อสุดๆเลยว่าเป็น วงน้องสาวของ AKB48 ของญี่ปุ่นนั่นเอง โดยทางประเทศไทยเราได้ซื้อลิขสิทธิ์มาเปิดเป็นวง ไอดอลในประเทศไทย โดยปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 28 คน ณ วันที่เขียนบล็อก

แล้วทำไมต้องมีอีเวนท์ งานจับมือ เหตุผลหลักก็คือเป็นการวัดกระแสความนิยมในตัวเมมเบอร์แต่ละคน ซึ่งจะมีผลต่อการได้ออก Single ต่อๆไปในอนาคตด้วย เนื่องจากสมาชิกมีหลายคน จะเอามาออกอัลบั้มพร้อมๆกันทั้งหมดก็คงไม่ไหว ดังนั้นก็เลยจะคัดเอา 16 คน มาเป็นตัวจริง ที่เหลือก็เป็นตัวสำรอง เหมือนทีมฟุตบอลเลย ทั้งนี้รูปแบบการจัดงานเราก็นำมาจากวงพี่ที่ญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

อีกเหตุผลหนึ่ง ของงานจับมือ ก็คือการได้ใกล้ชิดกับเมมเบอร์ที่เราชื่นชอบด้วย ได้ไปพบเจอกันใกล้ๆ ไปให้กำลังใจกันส่งผ่านความรู้สึกดีดีให้กันแบบใกล้ชิด เนื่องจากวงไอดอลนั้นมีกฎอยู่มากมาย แฟนคลับไม่สามารถถ่ายรูปกับไอดอลได้ ไม่สามารถไปขอจับมือแบบศิลปินอื่นๆได้ จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีอีเว้นท์ที่ทางบริษัทจัดให้เท่านั้น ซึ่งเราก็เข้าใจได้ว่าเป็นเหตุผลทางธุรกิจนั่นเอง

การจะไปจับมือกับไอดอลที่เราชื่นชอบได้ก็ต้องมีบัตรจับมือเสียก่อน ซึ่ง บัตรจับมือนั้นหลักๆเลย จะแถมมากับ CD Single แน่นอนว่าหากอยากได้บัตรจับมือ ก็ต้องสั่งซื้อแผ่น CD กันก่อน 1 แผ่นได้บัตรจับมือ 1 ใบ หากเราอยากจับมือหลายๆรอบ หรืออยากจับมือกับไอดอลหลายๆคน ก็ต้องสั่งซื้อหลายๆแผ่น เช่นกัน ซึ่งบัตรจับมืออาจจะแถมมากับสินค้าอื่นๆ ที่ทางบริษัทจะนำออกมาจำหน่ายก็ได้ ซึ่งแฟนคลับต้องคอยติดตามรายละเอียดกับทางเพจหลักของ BNK48 ที่ https://web.facebook.com/bnk48official/ หรือ เว็บไซต์หลัก https://www.bnk48.com/

นี่น่าจะเป็นงานจับมือครั้งที่ 4 แต่เป็นจับมือเดี่ยวครั้งที่ 3 ถ้าจำไม่ผิด เอาจริงๆผมก็พึ่งมาตามได้สักพัก ก็พึ่งได้มาศึกษาระบบของวง และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งก็น่าสนใจดี เพราะไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย โดยเฉพาะงานจับมือ ได้ไปส่องตาม Youtube ที่คนเคยไปงานมาเล่าความรู้สึกให้ฟัง ผมก็เลยอยากลองไปงานดูสักครั้ง อยากรู้ว่าจะตื่นเต้นจริงเหรอ จะฟินแค่ไหน แม้ว่าผมจะอยู่ต่างจังหวัด แต่ก็ขอเข้ากรุงเทพฯ เพื่องานนี้ดูสักครั้ง

บอกก่อนเลยว่าผมมี โอชิ (คนที่ชอบ) ทั้งหมด 7 คน จะเรียกว่าเป็น โอชิ 7 ก็ได้ คือ เฌอปราง, มิวสิค, ปัญ, เจนนิษฐ์, แจน, จ๋า และ เนย ซึ่งคนที่ผมหวีดหนักมากที่สุดก็คนสุดท้ายนี่แหละครับ ตั้งใจไปงานจับมือ เพื่อจับกับน้องเนย โดยเฉพาะเลย ส่วนเรื่องราวในวันงานจะเป็นอย่างไรไปติดตามกันได้เลยครับ

กับการมางานจับมือครั้งแรกของผม ณ MCC Hall ชั้น 4 เดอะมอลล์งามวงศ์วาน แน่นอนว่ามันก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา เดินเข้าห้างไปหากาแฟกินก่อนไปจับมือ เพราะรอบแรกวันเสาร์เริ่มตอน 13.30 น. คนเยอะอยู่พอสมควรเลยก่อนเข้างานก็ต้องตรวจร่างกาย ตรวจกระเป๋า ซึ่งก็มีทีมงานเยอะอยู่ใช้เวลาไม่นาน พอเข้าไปในงานก็จะเห็นจุดที่แฟนคลับนำสินค้าของ BNK48 มาเทรดแลกกัน มีจุดขายสินค้าของบริษัท โดยแยกจากโซนจับมือ หากเราต้องการจะไปจับมือก็ต้องผ่านด่านตรวจว่าเรามีบัตรจับมือหรือเปล่า หากไม่มีก็จะไม่สามารถเข้าไปในโซนนี้ได้ เขาห้ามถ่ายรูปในงาน ห้ามบันทึกเสียงด้วยนะครับ

ในรอบธรรมดา บัตรจับมือ 1 ใบ จะจับมือได้ 8-10 วินาที เท่านั้น ถ้าจะจับอีกก็ต้องวนไปต่อแถวใหม่ เว้นรอบพิเศษ รอบสุดท้ายซึ่งจะเปิดแค่รอบเดียวในวันอาทิตย์ จะสามารถรวมบัตรจับมือทั้งหมดได้ก็จะจับได้นานกว่ารอบธรรมดา แต่ว่าจำกัดไม่เกิน 100 ใบ และเลือกจับกับไอดอลคนใดคนหนึ่งเท่านั้นไม่สามารถวนได้อีก

บันทึกงานจับมือ #NoeyBNK48

งานวันแรก  13 ม.ค. 61

รอบแรก แถวน้องยาวพอสมควรสองขดครึ่งได้ วันนี้น้องน่ารักมากแต่งชุดในธีมวันเด็ก รอคิวไม่นานก็ได้เข้าไปจับมือแล้ว รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะพึ่งมาเจอตัวจริงครั้งแรก ไม่เคยตามงานอื่นมาก่อนด้วย ตอนเดินเข้าไปน้องเนยยกมือไหว้ก่อนเลย

เนย : สวัสดีค่ะ

ผม : สวัสดีครับ (รับไหว้แทบไม่ทัน)

ผม : พึ่งมางานจับมือครั้งแรกเลย

เนย : งือ..ตื่นเต้นละซี่ (น้องยิ้ม และจ่องตา)

ผม : … (เขิน ใจสั่น ผมพูดต่อไม่ได้เลย สติหลุดไปแล้ว)

–หมดเวลา–

เดินออกจากเลนด้วยใจลอยๆ พยายามไม่เผลอยิ้มออกมาเพราะความฟิน อายคนที่ยืนต่อแถวน้องอยู่ด้วยแหละ

รอบสอง

รอบนี้ผมเรียกสติกลับมาได้แล้ว อยากยินดีกับน้องเรื่อง Single ที่ 3

ผม : ยินดีด้วยนะครับ เรื่องเซนเตอร์

เนย : (จองตา ตั้งใจฟังมาก)

ผม : รอฟังเพลงใหม่อยู่นะ

–ใกล้หมดเวลาค่ะ–

(น้องปล่อยมือเลย คงคิดว่าหมดเวลาแล้ว ผมก็เดทแอร์ไปเลย)

–หมดเวลาค่ะ–

เนย : โบกมือ บ๊ายบาย

ผม : โบกมือตอบกลับไป

(แต่ใจยังไม่อยากออกจากเลนเลย)

บันทึกงานจับมือ #NoeyBNK48

งานวันที่สอง  14 ม.ค. 61

ช่วงเช้าแถววันนี้ไม่ยาวมากประมาณขดครึ่งแต่ก็มีคนมาเติมอยู่เรื่อยๆ น้องมาในชุดเดรส  ปล่อยผม น่ารักกว่าวันแรกอีกบอกเลย แต่วันนี้ผมเตรียมตัวมาดี ลดความตื่นเต้นไปได้เยอะแล้ว

รอบแรก

เนย : สวัสดีค่ะ (ยกมือไหว้)

ผม : มาขอกำลังใจ คุณนางฟ้า

เนย : (จับมือผม แล้วดึงมือผมไป แล้วก็หลับตา)

เนย : ซิ้ง..(ทำท่าส่งพลังมาให้)

ผม : ขอบคุณครับ (ตอนที่น้องหลับตาผมมองหน้าน้องเนยชัดๆ แล้วรู้เลยว่าน้องน่ารักมากจริงๆ)

–หมดเวลาค่ะ–

น้องเนยดึงมือไว้ไม่ยอมปล่อย พี่การ์ดมาสะกิดแขนเลย สงสัยอยากจะจับชดเชยที่เมื่อวานปล่อยมือก่อนหมดเวลา แต่ว่ารอบนี้รู้สึกได้รับพลังบวกกลับมาเยอะจริงๆ (มือเนยนิ่มมาก)

รอบสอง

เนย : สวัสดีค่ะ

ผม : เหนื่อยไหม?

เนย : ไม่เหนื่อย..แต่เมื่อยนิดนึ่ง

ผม : กินอะไรหรือยัง?

เนย : กินแล้ว กินก๋วยเตี๋ยว

เนย : แล้วกินอะไรหรือยัง?

ผม : กินแล้วครับ

–หมดเวลาค่ะ–

เป็นรอบธรรมดาที่ได้คุยเยอะสุดแล้ว จับมือแบบประสานนิ้วกันด้วยรอบนี้

รอบสาม

ผม : ขอเพลงนึ่ง

เนย : เพลงอะไรอ่ะ

ผม : เพลงอะไรก็ได้ครับ

เนย : อยากบอกว่ารักมากมาย..รักเธอมากมาย

ผม : เดทแอร์

–หมดเวลาค่ะ–

ได้ฟังน้องเนยร้องเพลงให้ฟังใกล้ๆ ฟินมากบอกเลย แต่ตอนเดินออกจากเลน ทำไมน้ำตาซึมๆก็ไม่รู้

รอบพิเศษ กับบัตรจับมือ 8 ใบ เพื่อบอกความในใจ รอบนี้เป็นรอบพิเศษ ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายของงานจับมือแล้วด้วย แถวน้องก็ยาวใช้ได้นะ สามขดได้ และมีคนถือบัตรจับมือ 100 ใบ ด้วย!!! รอบพิเศษก็จะรอนานหน่อย แต่ผมรอได้

ผม : หิวไหม?

เนย : ไม่หิว

ผม : เพลงที่ร้องให้ฟังก่อนหน้านี้เพลงอะไรนะ

เนย : เพลงอะไรอ่ะ ไหนร้องสิ

ผม : เขิน (แกล้งจำไม่ได้)

เนย : ไว้ครั้งหน้ามาร้องใหม่นะ

ผม : อือ (พยักหน้ารับ)

** ผมพยายามชวนน้องคุยนอกเรื่อง เพราะก่อนหน้านั้นน้องเนยร้องไห้หนักมาก เพราะแฟนคลับทำซึ้ง ตอนที่คุยกันก็ยังได้ยินเสียงน้องสั่นๆอยู่เลย แต่ยังไงวันนี้ ผมก็ต้องบอกความในใจให้ได้

ผม : จะมาบอกว่าเนยเป็นคามิโอชิของผมนะ

เนย : ขอบคุณนะคะ (น้องพูดพร้อมกับบีบมือผมแรงขึ้นจนรู้สึกได้)

เนย : (เนยปล่อยมือข้างหนึ่ง แล้วชี้นิ้วก้อยออกมา) มาสัญญากันนะ

ผม : (ยื่นนิ้วก้อยออกไปเพื่อเกี่ยวก้อยกับน้องเนย เขินมากจังหวะนี้ เหมือนโลกหยุดหมุน)

เนย : อยู่กับเค้าไปนานๆนะ (ยกมือข้างที่เกี่ยวก้อยกันขึ้นมา พร้อมกับแกว่งมือไปมา)

ผม : (เดทแอร์ไปนิดหนึ่งก่อนจะบอกว่า) ยินดีกับการได้เป็นเซนเตอร์อีกครั้งนะ

–หมดเวลาครับ–

เนย : (ปล่อยมือ แล้วทำท่าสู้ๆ)

ผม : บ๊ายบาย

ได้บอกความในใจสมกับที่ตั้งใจไว้แล้ว ใช่แล้วครับ ผมคามิน้องเนย จริงๆก็เลือกคามิเนยมานานแล้ว แค่อยากจะมาบอกกับน้องใกล้ๆ ให้น้องรับรู้ไว้ ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ ผมรอจนน้องจับมือคนสุดท้ายรอบพิเศษหมด ได้ส่งเสียงเชียร์ และถ่ายรูปกับกลุ่มแฟนคลับน้อง มันรู้สึกอบอุ่นโรแมนติกมาก

สรุป : มางานจับมือครั้งแรกสนุกมาก คุ้มมาก ฟินมาก แอบซึ้งนิดๆ การได้มาเจอใกล้ๆ ได้จับมือ ได้เห็นรอยยิ้ม ได้มองตา และส่งกำลังใจให้กัน มันมีค่าเสมอ ต่อให้ต้องเดินทางมาไกลกว่า 700 กิโลเมตร เพื่อมาหาน้องเนยก็ยอม

ปล. ด้อมเนย (กลุ่มแฟนคลับน้องเนย เพจ https://web.facebook.com/NoeyBNK48ThailandFanclub/  ) ดูสนุกเฮฮาดี (เพราะเฮไปกับทุกบ้าน) ได้คุยกับบางคนในระหว่างต่อแถวรอบพิเศษ ได้รูปและของที่ระลึกมาหลายใบตอนไปจับมือเลนเนย ขอบคุณมากๆครับ

+++ แล้วคงจะได้พบกันอีกในงานจับมือครั้งต่อๆไป หากมีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก +++

ฝากสนับสนุนน้องเนย ด้วยครับ

Noey BNK48 เนย BNK48 ヌイ。

https://web.facebook.com/bnk48official.noey/

https://www.instagram.com/noey.bnk48office/