ฤดู(กาล)ใหม่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ทุกๆ ครั้งที่เห็นฤดูเปลี่ยนผัน คืนวันเปลี่ยนไป”

นี่คือท่อนแรกของ เพลง ฤดูใหม่ ของวง BNK48 ซึ่งเป็นเพลงที่ใช้ในการเปิดตัวของรุ่นที่ 2 นั่นเอง ที่มาพร้อมกับความน่ารักสดใส หากใครยังไม่เคยได้ชม MV. ก็แนะนำให้ไปดูกันได้เลยที่ลิ้งค์นี้ https://www.youtube.com/watch?v=A2VrbwgWjT0

ข้อควรระวัง ก็คือ ระวังโดนตก นะครับ เพราะน้องๆน่ารักมาก เอาล่ะวันนี้ไม่ได้จะมาคุยกันถึงเรื่อง BNK48 แต่จะมาพูดถึงเรื่องของ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่ 2018-2019 ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในคืนนี้

แต่ก่อนจะมาพูดถึงคู่แรกพรีเมียร์ลีกคืนนี้ ก็ต้องย้อนไปสรุป ผลงานของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมรักของผมก่อน เมื่อฤดูกาลที่แล้วจะบอกว่าประสบความสำเร็จก็คงไม่ใช่ เพราะไม่มีถ้วยแชมป์ใดติดมือเลย แม้ว่าจะได้เข้าชิง FA. CUP ก็ตาม แต่ก็พลาดแชมป์ไป และผลงานในลีกก็ได้แค่รองแชมป์ลีกด้วยเช่นกัน ถึงผลงานในลีกจะดีขึ้น แต่การไม่มีแชมป์ก็พูดยากว่าสำเร็จ เพราะทีมอย่าง แมนฯยูฯ คือต้องมีแชมป์เท่านั้น

ฤดูเปลี่ยน คืนวันก็เปลี่ยนไป เช่นเดียวกัน หลังการวางมือของป๋าเพอร์กี้ ทีมผีแดง ก็ตกต่ำลง กับทรงตัวไปเรื่อยๆ ยังไม่สามารถขึ้นมาครองแชมป์ลีกได้เลย ส่วนผลงานในยุโรปไม่ต้องพูดถึง เว้นก็แต่การได้แชมป์ยูโรป้าลีก เท่านั้นที่เป็นผลงานพอให้กล่าวถึงได้

ยิ่งฤดูกาลใหม่ กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว น้ามู ที่คุมผีแดง ก็ต้องเจอกับสารพัดปัญหา ทั้งนักเตะบาดเจ็บ และการเสิรมทัพที่ล่าช้า จนไม่สามารถหานักเตะชื่อดังมาเข้าทีมได้ทัน ซึ่งการเสริมนักเตะใหม่ แค่ 3 คน สำหรับทีมใหญ่แล้วเรียกว่าน้อยมาก กับปัญหา กองหลังที่ยังไว้ใจไม่ค่อยได้ ต้องบอกเลยว่า ฤดูกาลนี้ แฟนผี ต้องทำใจ รักษาอันดับ Top 4 ไว้ให้ได้ก่อนเป็นดี

แต่ก็ไม่แน่ บางทีเรื่องร้ายก็อาจจะกลายเป็นดี ก็หวังว่า น้ามู จะแสดงฝีมือ พาทีมประสบความสำเร็จได้ เพื่อให้คนยอมรับอีกครั้ง จากการทำทีมที่ไม่ค่อยพร้อมเช่นนี้ ไม่ใช่งานง่ายแน่นอน แต่ก็ต้องรอดู

คืนนี้ คู่เปิดสนามพรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูฯ พบ เลสเตอร์ หากแฟนผีอยากหวังแชมป์ ก็ต้องผ่านนัดแรก กับสามแต้มแรกให้ได้ก่อน ต้องลองดูฝีมือน้ามู ว่าจะเอายังไง กับตัวผู้เล่นที่มี และรูปแบบการเล่นที่ไม่ค่อยจะถูกใจแฟนบอลเท่าไหร่ แต่สุดท้ายหากเก็บ สามแต้มแรกได้ แฟนคลับก็คงทำเป็นลืม และฉลองเฮฮา กันไป แต่หากทำไม่ได้ บางทีเก้าอี้น้ามูอาจจะเริ่มร้อนขึ้นมาอีกหลายองศา ตีสองคืนนี้เดี๋ยวได้รู้กัน…ผมในฐานะแฟนบอลผีแดง ก็ได้แต่ให้กำลังใจ ดั่งบทเพลงฤดูใหม่ ท่อนสุดท้าย ที่ร้องว่า..

ที่ปลายท้องฟ้าสีครามรออยู่ ถ้าพวกเราพร้อม ก้าวเดินไปด้วยกัน”

10 ปี กับเส้นทาง บริการซับมิทไดเรคทอรี่ และบริการรับจ้างโพสต่างๆ

เดือนมิถุนายน 2008 คือช่วงที่ผมเริ่มรับงานอย่างเป็นทางการ เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการ เป็น ฟรีแลนซ์ ของผมเลยก็ว่าได้ กับงานแรกๆ คือเปิดบริการ รับจ้างซับมิทไดเรคทอรี่ และบริการซับมิทบุ๊คมาร์ค ก่อนที่จะต่อยอดมาเป็น โพสการโพสเว็บเนตเวิร์ค รับจ้างโพสเว็บบอร์ด ในช่วงต่อมา ปีนี้ ปี 2018 ก็ถือว่าครบรอบ 10 ปีเต็มๆ สำหรับการเปิดบริการนี้ และผมก็คิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่จะยุติบริการซับมิทลงในเดือนนี้ เช่นเดียวกัน

เอาจริงๆ ผมเริ่มรู้จักวงการหาเงินในอินเตอร์เน็ต (แบบที่หาเงินได้จริงๆนะ) ในปี 2006 หรือ ปีที่เรียนจบมหาลัยพอดี เป็นช่วงที่เริ่มออกหางาน แต่ก็มารู้จักวงการนี้จากหนังสือสอนหาเงินออนไลน์ และได้มารู้จักเว็บบอร์ดที่พูดคุยในการหาเงินออนไลน์ และมาจบที่เว็บบอร์ด TSB นั่นเอง (เล่าแบบย่อๆ)

และที่บอร์ด TSB หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อ บอร์ดไทยเสียว ผมได้เริ่มต้นเปิดกระทู้รับบริการ ซับมิทไดเรคทอรี่ขึ้น ก่อนที่จะต่อยอดมาสู้เว็บไซต์ harrysubmit.com ในปัจจุบัน

ในยุคนั้น ปี 2008 ในช่วงเริ่มต้น ก็ล้มลุกน่าดู กว่าจะได้ลูกค้า กว่าจะปิดงานได้ลำบากมาก เพราะไม่มีคอม ไม่มีเนต ที่บ้าน ต้องไปทำงานตามร้านอินเตอร์เน็ต เคยแอบเข้าไปทำในมหาลัยเก่าด้วย แต่ก็นั่นแหละ เป็นช่วงเริ่มต้น

ก่อนที่ปี 2009 จะออกมาทำงานฟรีแลนซ์ รับซับมิทแบบเต็มตัว ก็เคยทำงานประจำไปด้วย รับงานไปด้วยมาก่อน ไปอาศัยใช้คอมบ้านเพื่อนบ้าง ทำงานส่งลูกค้า

ปี 2010-2014 ถือว่า เป็นช่วงที่ดีในการทำงาน เพราะมีห้องทำงาน มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง แล้ว แต่ว่าก็ยังทำงานที่บ้านเพื่อนอยู่นะ ช่วยแชร์ค่าไฟ ค่าเน็ต มีโปรเจคต่างๆมากมายร่วมกันทำงาน นับว่าเป็นช่วงที่สนุกที่สุด ในการทำงานออนไลน์เลยทีเดียว งานซับมิท งานโพส บูม มากๆ ในเวลานั้น

ปี 2015-ปัจจุบัน ความนิยมในการใช้บริการ ซับมิทไดเรคทอรี่ เริ่มน้อยลง รวมถึงบริการโพสด้วย เนื่องจาก บริการรับทำ SEO และการเติบโตของ Facebook คนหันไปสนใจบริการทำ SEO มากกว่า เพราะเน้นผลอันดับชัดเจน ในขณะที่บริการซับมิทหรือรับจ้างโพส เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการทำ SEO เท่านั้น แถมยังหวังผลไม่ชัดเจน เป็นแค่การเพิ่ม Backlink เท่านั้นเอง

อีกทั้งการเติบโตของ Facebook ที่คนนิยมเล่นกันเยอะอยู่แล้ว ทำให้ได้กลุ่มลูกค้าที่เร็วกว่า ไลค์ แชร์ โต้ตอบ ขายของได้ นั่นทำให้ การโปรโมทเว็บ ด้วยวิธีเดิมๆเริ่มตายไป ตามกระแสที่รวดเร็วของโลกออนไลน์

แม้ว่า บริการไดเรคทอรี่ หรือ บริการรับจ้างโพสเว็บบอร์ด โพสเนตเวิร์ค จะยังคงมีคนสนใจใช้บริการอยู่ แต่ก็มีการใช้บริการที่ไม่ได้เยอะ และเป็นที่นิยมอีกต่อไปแล้ว ผมจึงตัดสินใจ ปิดบริการ รับจ้างซับมิทไดเรคทอรี่และซับมิทบุ๊คมาร์ค รวมถึงบริการรับจ้างโพส ไว้ ณ ที่นี้เลย (ยังเปิดรับงานจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2018 นี้)

แต่บริการอื่นๆ เช่น รับทำ SEO หรือ บริการ ขาย Backlink ก็ยังคงรับงานอยู่เช่นเดิมครับ

ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านและผู้ให้การสนับสนุนที่ดีเสมอมาไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

ขอบคุณครับ
HARRY.
13 มิถุนายน 2561 ณ บ้านเลขที่ 113

5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ปี 2560

กลับมาอีกครั้ง กับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ประจำปี 2560 ซึ่งปีนี้มาช้ามาก ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องรอให้ข้อมูลตกตะกอนเสียก่อน ถึงจะเขียนได้ แบบการประกาศรางวัลออสการ์ ที่ก็ต้องให้ผ่านปีใหม่มาสักเดือนสองเดือนก่อนค่อยประกาศผล ว่าไปนั่น เอาจริงๆก็เป็นแค่ข้ออ้างนั่นแหละครับ บทความในบล็อกนี้อาจจะออกมาน้อยหน่อยในช่วงนี้ แต่ก็จะทยอยลงให้ได้อย่างน้อยก็เดือนละ 1-2 บทความ จะได้ไม่เหงา เพราะตั้งแต่กลางปีที่แล้วจนมาปีใหม่ แทบไม่ได้เขียนอะไรอัพเดทเลย ไม่รู้ว่าจะยังมีแฟนคลับเหลือตามอ่านกันอยู่หรือเปล่า ยังไงก็ส่งเสียงกันหน่อย หรือส่งเมลมาคุยกันก็ได้เน้อ.. เอาล่ะ ลองมาดูว่าปีที่ผ่านมานี้มีอะไรที่ผมชอบและไม่ชอบบ้าง จัดไป…

5 ไม่ชอบ

1. อ่านหนังสือได้น้อยลงเรื่อยๆ

ปี 2560 เป็นปีที่อ่านหนังสือได้น้อยมากในรอบ 3-4 ปี หลังมานี้เลย ไม่ถึง 20 เล่ม ที่อ่านจบจริงๆ ถือว่าน้อยมาก ด้วยเหตุการณ์หลายๆอย่าง ปีนี้ตั้งใจจะอ่านให้ได้มากกว่าเดิม เพื่อชดเชยปีที่ผ่านมา แต่เอาเข้าจริงผ่านมาจะครึ่งปีก็ยังอ่านได้ไม่กี่เล่มเอง แฮร่ แต่หนังสือซื้อมาดองตลอดนะ ประเด็นคือหาเวลาอ่านให้จบยังไงได้

2. ไม่ค่อยได้เที่ยวเลย

เรียกได้ว่าทั้งปี ทำแต่งานก็ว่าได้ ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหนไกล ๆ เลย ต่างจังหวัดก็ไม่ได้ออกไปไหน ทำงานเหงาๆ เฝ้าบ้านอย่างเดียวจริงๆ ก็คิดถึงการออกเดินทางไกลๆอยู่เหมือนกัน ปกติปีหนึ่งก็มักจะนัดกับเพื่อนๆออกไปเที่ยวกันสักทริป แบบ 3 วัน 2 คืน อะไรประมาณนี้ แต่เดี๋ยวนี้ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง ก็เลยหาโอกาสรวมตัวกันออกเที่ยวแบบนั้นไม่ค่อยได้แล้ว ส่วนตัวผมเองก็ทำแต่งาน อยู่บ้าน เฝ้าหน้าจอกันไป ปีนี้ก็เลยคิดไว้ว่า ขอออกไปเที่ยวสัก 2-3 ทริปเถอะไม่ไหวแล้ว

3. งานน้อยลง

เป็นเรื่องธรรมดาที่คลื่นลูกเก่าผ่านไป คลื่นลูกใหม่ก็วิ่งเข้ามา เหมือนกันงานระบบเดิมๆ ก็ถูกแทนที่ด้วยระบบใหม่ที่ดีกว่า แถมคู่แข่งที่มากขึ้น ใหญ่ขึ้น เราเป็นแค่ฟรีแลนซ์ตัวเล็กๆ ก็ต้องยอมรับสภาพกันไป มีงานอะไรเข้ามาก็รับไว้ก่อน ทำให้ดีที่สุด สู้ในแบบของเราที่เคยทำมา อย่างน้อยมันก็ไม่ได้แย่ที่สุด ก็ยังมีความหวัง มีช่องทางใหม่ๆที่รออยู่ ตอนนี้คงถึงเวลาปรับเปลี่ยนงานแล้วแหละ ไม่ได้ทิ้งงานเดิมไปทั้งหมดนะ แต่เพิ่มช่องทางงานใหม่ๆที่เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเข้ามา

4. อายุที่เยอะขึ้น

วัยกลางคน กับคนที่อายุสามสิบกลางๆ มันก็มีหลายเรื่องที่คิด เพราะบางอย่างเรายังไม่มี ในขณะที่คนอื่นมี เพื่อนรุ่นเดียวกันมี และไปไกลกว่าเราหลายช่วงตัว ก็ไม่รู้ว่าเราคิดมากไปหรือเปล่า หรือเราไม่ต้องไปคิดอะไร ทำเท่าที่เราไหวคือดีที่สุดแล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างก็ได้ ใช้ชีวิตให้มีความสุขเท่าที่เราสบายใจ อาจเป็นสิ่งดีที่สุดในเวลาตอนนี้แล้วก็เป็นได้ เพราะชีวิตมันก็เท่านี้ อายุก็เป็นแค่ตัวเลขไว้ให้นับเท่านั้นเอง

5. ชีวิตครึ่งๆกลางๆ ยังไม่เจอทางที่ใช่

ก็คงจะต่อเนื่องมาจาก ข้อ 3 และ 4 ที่เป็นผลกระทบ ทับถมกันมา เลยทำให้รู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมา มันยังครึ่งๆกลางๆ จะสำเร็จก็ไม่เชิง จะว่าล้มเหลวก็ไม่ใช่ เพราะที่ผ่านมามันก็ดีนี่ ไม่ได้แย่ขนาดนั้น มันมีขึ้นมีลง แล้วแต่ช่วงเวลา เพียงแต่ตอนนี้มันไม่ใช่ช่วงที่ดี และกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ หรือกำลังเริ่มต้นทำอะไรใหม่อีกครั้ง ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาครึ่งทางแล้ว มันเลยดูน่ากลัว ยาก ลำบาก และยังหาทางออกไม่ค่อยได้ แต่ก็นั่นแหละ ถ้าไม่เริ่มทำ ก็ไม่มีคำว่าสำเร็จ ไม่ทำแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าที่ทำอยู่ มันคือทางที่ใช่หรือเปล่า ทำให้รู้คำตอบ เริ่ม!!!

5 ชอบ

1. อินเตอร์เน็ตมือถือ

เพราะการที่มือถือสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ กับแพคเกจเน็ตไม่อั้น ความเร็ว 10MB ที่สำคัญแชร์อินเตอร์เนตกับโน๊ตบุ๊คได้ด้วย ผมชอบเลย เพราะทำให้การทำงานง่ายขึ้นเยอะเลย แม้ไม่มีอินเตอร์เนตแบบวางสายทั่วไปผ่านมาให้ใช้บริการ ก็ยังมีตัวเลือกใหม่แบบนี้เข้ามาทดแทน คิดว่าภายในปี 61 ก็คงย้ายออกจากหอแน่ เพราะไม่ต้องเช่าหอเพื่อเล่นเน็ตอีกต่อไปแล้ว ใช้อินเตอร์เน็ตมือถือแชร์เอา ทำงานอยู่บ้านชิวๆเลยดีกว่า

2. ซีรี่ย์ และหนังสั้น

เป็นปีที่ได้มีเวลา นั่งดู ซีรี่ย์ และหนังสั้น หลายเรื่องเลย หนังสั้นฝีมือคนไทยเก่งๆ ก็มีเยอะหลายเรื่อง ลองค้นหาดูในยูทูป ที่เขาลงให้ดูฟรีก็มี ส่วนซีรี่ย์ก็พอจะหาเวลาดูได้บ้าง อย่างเรื่องดังๆ ก็ดูเกือบจบตามทันเพื่อนล่ะ และก็มีอีกหลายเรื่องเลยที่น่าติดตามชม ถ้ามีเวลาก็คงจะได้ดูอะไรสนุกๆแบบนี้อีก

3. YouTube

ผมชอบนะที่มีรายการออนไลน์ทางช่อง YouTube เยอะขึ้น และได้รับความนิยมมากขึ้น มีช่องใหม่ๆ มีแนวทางเป็นของตัวเอง และคนติดตามก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน ที่สำคัญมีคนหารายได้จากการทำรายการลงช่อง YouTube มากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งก็น่าสนใจไม่น้อยในยุคนี้ เพราะคนเทการดู ทีวี มาดูรายการ คลิปต่างๆ ใน YouTube กันมากขึ้นทุกวัน ผมเองก็สนใจเปิดช่อง YouTube อยู่เหมือนกัน ฝากติดตามกันด้วยนะครับ

4. ROV

เป็นหนึ่งในเกมที่ติดมากเมื่อปีที่แล้ว เรียกว่าเล่นแทบทุกวัน มันจะเป็นแนวเกมคล้ายๆกับ DotA ที่เล่นในคอมพิวเตอร์ แต่เกม ROV เป็นเกมในมือถือ ที่เล่นง่าย จบเร็ว และมีตัวละครหลายๆตัวให้เลือกเล่น สนุก รวมทีมกับเพื่อนจะยิ่งสนุกมาก ในตอนนี้ต้องยอมรับเลยว่าเป็นเกมมือถือที่มาแรงสุดๆในประเทศไทย เพราะใครก็เล่นได้ และมีรายการแข่งขันชิงเงินรางวัลกันบ่อยด้วย รวมไปถึงมีทีมส่งไปแข่งระดับโลกแล้วสำหรับประเทศไทย เรียกได้ว่าเป็นเกมมหาชนไปแล้ว

5. BNK48

ชั่วโมงนี้ คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก วง BNK48 วง ไอดอล แห่งยุคนี้ ซึ่งเป็นวงน้องสาวของวง AKB48 จากญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ได้สนใจ แต่เหมือนโดนป้ายยา จากการได้ฟังรายวิทยุ ดู YouTube ติดตามสื่อออนไลน์อื่นๆ และเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย สุดท้ายก็โดนตกจนได้ เพราะน้องๆน่ารักกันจริงๆ ยิ่งเราติดตามก็ยิ่งรู้สึกผูกพันมากขึ้น ระบบการบริหารวงก็น่าสนใจ มีเรื่องราวมากมาย รวมถึงกิจกรรมต่างๆให้เราได้มีส่วนร่วมอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะ งานจับมือ ที่สามารถเรียกผมให้ออกจากบ้านเพื่อไปเจอน้องๆ BNK48 ได้ ใครที่ยังหาโอชิ หรือคามิโอชิ ไม่ได้ ก็ลองไปติดตามกันได้ที่ แฟนเพจ และเว็บไซต์ ของวง BNK48 ดูสักครั้ง ไม่แน่คุณอาจจะโดนตก กลายมาเป็น โอตะ หรือแฟนคลับเข้าสักวันก็เป็นได้

และนั่นก็คือ 5 ชอบ และ 5 ไม่ชอบ ประจำปี 2560 ที่ผ่านมาของผมเองครับ แล้วของแต่ละคน เป็นอย่างไรกันบ้าง ลองคอมเม้น มาให้อ่านกันหน่อย แล้วเจอกันอีกทีปีหน้าสำหรับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ครับผม