Blog ตายแล้ว จริงหรือ?

เฮ้ย…จริงดิ ใครกันที่ว่า บล็อก ตายแล้ว ตายเพราะอะไร ยังไง?

ถ้าจะให้ลอง คิด วิเคราะห์ โดยไม่ต้องแยกแยะให้มากความ เจาะลงไปที่เนื้อหาในบล็อก ผมว่า Blogger ก็มีหลายแนว บางบล็อกอาจจะคุยเรื่องหนัง บางที่พูดถึงเรื่องเกม บางคนถนัดท่องเที่ยว บางจ้าวชอบรีวิว หรือเก่งเทคโนโลยี เป็นต้น ต่างก็แตกสาขาวิชา ตามความชอบความถนัด ก็จัดกันไป ส่วน blogger คนไหนมีความสามารถหลายด้าน ก็สามารถทำ contents ออกมาได้หลายแนวเพื่อตอบโจทย์แฟนคลับได้หลายกลุ่ม

ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า บล็อก ใคร จะมีแฟนคลับเข้ามาอ่านได้มากกว่าและความต่อเนื่องในการเขียนบทความลงบล็อก เพราะบทความใหม่ๆ ที่น่าสนใจย่อมดึงดูดให้คนติดตามอ่านเป็นประจำ รวมถึงแฟนขาจรที่ผ่านมาเจอด้วย หากเป็นบทความที่เด็ดรับรองว่าใครเข้ามาเจอก็ต้องหยุดอ่าน และฝากตัวเป็นแฟนประจำอย่างแน่นอน

เมื่อ Blog ดังแล้วทีนี้แหละที่น่าสนใจ เพราะเหล่านักการตลาด นักทำโฆษณาออนไลน์ ก็อยากจะเอาสินค้ามาให้รีวิวบ้าง ลงโฆษณาบ้าง ทีนี้ก็อยู่ที่ตัวบล็อกเกอร์เองแล้วล่ะครับ ว่าจะใจแข็งไม่รับโฆษณาได้ไหม ถ้าไม่รับ (นั่นแหล่งรายได้เชียวนา) คุณก็ต้องหารายได้จากทางอื่นๆแทน เพราะ Blog จะอยู่ได้ก็จำเป็นต้องมีน้ำเลี้ยงที่ดีเช่นกัน

แต่ถ้าหากคุณรับโฆษณามา ก็ควรเลือกสักหน่อยไหม ดูว่ามันเข้ากับเนื้อหาในบล็อกหรือเปล่า คนอ่านจะได้ประโยชน์จริงไหม รีวิวยังไงไม่ให้ดูอวยเกินไป การทำข้อตกลงกับจ้าวของสินค้า ก่อนรับงานเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เช่นนั้น การทำการตลาดผ่านบล็อก ก็คงจะ ตาย จริงๆเพราะคนไม่เชื่อการรีวิว เจ้าของสินค้าขายสินค้าไม่ออก บล็อกก็ไม่มีรายได้เช่นกัน

หรือ Blog จะตายเพราะ การเติบโตของโซเชียลมีเดีย ทั้งหลาย เช่น Facebook, Youtube, IG เป็นต้น ทำให้คนไปสนใจสื่อด้านอื่นๆมากกว่า การอ่านบล็อกยาวๆ ที่นานๆ จะอัพเดทสักที เลยดูไม่มีอะไรน่าสนใจอีกแล้ว

ซึ่งจุดนี้ก็น่าคิดครับ เพราะโซเชียลทั้งหลายนั้น ดูจะตอบรับได้ไวกว่า รวดเร็วกว่า เพราะผู้คนใช้งานบนสื่อโซเชียลตลอดเวลา ทั้งวัน ทั้งคืน ดังนั้นเมื่อมีการโพสข้อความ หรืออัพโหลดภาพ คลิป ผู้ติดตามก็จะสามารถเข้ามาอ่าน มาดู และแสดงความคิดเห็นได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ก็น่าสนใจว่าสื่อโฆษณา อาจจะไหลมาทางนี้มากกว่า ให้ blogger เขียนรีวิวก็เป็นได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่นักการตลาดออนไลน์จะลดบทบาทของ Blog ลงมามาก

แต่โดยส่วนตัวผมก็ยังเชื่อมั่นใน Blog อยู่ แม้ว่ามันจะไม่ได้ ปัง เท่ากับเมื่อ 5-6 ปีก่อนก็ตาม แต่ Blog ก็ยังคงมีเสน่ห์ในตัวของมันเอง เราอาจจะชอบอ่านอะไรสั้นๆ กระชับ ในโลกโซเชียลอื่นๆ ที่มีการตอบสนองแบบทันใจ แต่ Blog ก็ให้รายละเอียดกับเนื้อหาได้มากกว่า ปรับแต่งได้ดีกว่า มีความเฉพาะตัว และอยู่กับเรานานกว่า เพราะเราเป็นผู้สร้างบล็อกขึ้นมาเอง ตรงจุดนี้นับว่าเป็นจุดแข็งเลยทีเดียว เพราะใครจะไปรู้ว่าวันพรุ่งนี้ โซเชียล มีเดีย ตัวไหนจะปิดตัวเองลงก่อนกัน

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เหล่า Blogger ก็ต้องปรับใช้ โซเชียลเพื่อดึงคนกลับเข้ามาที่ บล็อก ไม่ใช่เอาเนื้อหาไปฝากไว้ในโซเชียลทั้งหมด แต่ควรเขียนเพื่อดึงคนที่อยู่บนโซเชียล ให้เข้ามาอ่านเนื้อหาเต็มๆที่อยู่ใน Blog จุดนี้เองที่จะทำให้บล็อกเราไม่มีวันตาย แม้ว่าโซเชียล มีเดีย บางตัวจะตายจากไปก็ตาม

Blog to Blog

มาอัพเดทความคืบหน้า Project Blog ครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจคในครึ่งปีหลังนี้ ในตอนนี้ทำการจดโดเมนมาส่วนหนึ่งแล้ว และทำการเช่าโฮสไว้แล้ว รอการติดตั้งบล็อกเท่านั้น ส่วนเรื่องการปรับแต่ง ธีมบล็อก ช่วงแรกนี้ก็คงเน้นของฟรีไปก่อนครับ รอดูว่าบล็อกไหนจะเกิดค่อยปรับเปลี่ยนกันได้ในภายหลังส่วนเนื้อหา บทความ แน่นอนว่า ผมเขียนเองล้วนๆ

โดเมน หลักๆที่ใช้ผมก็จดกับผู้ให้บริการรับจดโดเมนในไทยนี่แหละครับ สะดวกกว่า ง่ายด้วย มีอะไรก็ติดต่อได้เลย และแน่นอนว่าผมเน้น จดโดเมน .Com (ดอทคอม) เป็นหลัก โดยหวังผลในเรื่องของการสร้างแบรนด์ และผลทางด้าน SEO ด้วยส่วนหนึ่ง แต่ถ้าหากชื่อโดเมนนั้นไม่ว่าง แต่อยากได้เพราะชื่อมันสวย ก็อาจจะยอมจดใน .net .org หรือ อื่นๆ บ้าง แต่แน่นอนว่าผมเน้นไปที่ โดเมน .com เป็นหลัก

โฮส ก็เช่นกัน ที่ผมเลือกใช้กับผู้ให้บริการในไทยเป็นหลัก เพราะสะดวกในการติดต่อ อีกอย่างคือ ผมทำเว็บเนื้อหาภาษาไทย เน้นคนไทยเป็นหลักด้วย ดังนั้นการใช้โฮสไทยก็ดูจะเหมาะสมกว่า เพราะจะทำให้เข้าเว็บได้เร็ว โหลดหน้าเว็บไซต์ได้เร็วกว่าโฮสนอก แต่ใครทำบล็อกแล้วใช้โฮสนอกก็ไม่ผิดนะครับ เพราะจ้าวที่ถูกๆกว่าในไทยก็มีเยอะ ที่สำคัญกว่าคือโฮสอย่าล่มบ่อยละกัน เพราะมันมีผลต่อการเข้าใช้งานของลูกค้าเรามากๆ ยิ่งเว็บไหนทำเงินให้เรา ยิ่งต้องดูแลให้ดีเลย เพราะเว็บล่มเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็อาจจะเสียลูกค้า และยอดขายไปหลายหมื่น (หากบล็อกคุณดังพอย่อมทำเงินได้มากมาย) อีกอย่างโฮสล่มนานๆ บ่อยๆ ก็มีผลต่ออันดับ seo ด้วยเช่นกัน

WordPress คือ โปรแกรมหลักที่ผมใช้ในการติดตั้ง Blog เพราะชอบเป็นการส่วนตัว ใช้งานง่าย ติดตั้งไม่ยาก มีธีมสวยๆให้เลือกใช้งานได้เยอะ แถมฟรีก็มีอยู่มากมายให้ดาวน์โหลดไปใช้งาน โปรแกรมเสริมที่น่าสนใจก็มีเยอะด้วย จริงๆก่อนหน้าผมพยายามลองตัวอื่นๆอยู่เหมือนกันแต่ดูแล้วจะไม่ค่อยโดน จนได้มาลองใช้งาน เวิร์ดเพรส แล้วก็รู้สึก รักเลย ตอบโจทย์ คนที่ชอบเขียนบทความ ข่าว เล่าเรื่องต่างๆ หรือ จะปรับจากบล็อกให้ดูเป็นเว็บไซต์เล็กๆก็สามารถทำได้ ปัจจุบันผมจึงเลือกใช้งาน เวิร์ดเพรส ในการสร้างเว็บไซต์และทำบล็อก เป็นหลักทั้งหมด

บทความ ความหลายหลากของบทความ ขึ้นอยู่กับว่าเราทำบล็อกเกี่ยวกับอะไรบ้าง ถ้าทำหลายๆแนว ก็ต้องเตรียมบทความที่หลากหลายไว้รอ การอัพเดท ระยะความถี่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับเนื้อหาในเรื่องๆนั้นๆ บางบล็อกต้องอัพเดทอยู่บ่อยๆทุกวัน บางบล็อก 7 วัน 15 วัน หรือ 1 เดือน ค่อยอัพทีก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่า บล็อกนั้นๆมีเนื้อหาให้ต้องเขียนถี่แค่ไหน แน่นอนว่าถ้าคุณสามารถเขียนและอัพเดทบล็อกได้ทุกวันก็ยิ่งดีต่อผู้ใช้งาน แฟนคลับที่คอยติดตามอ่านบล็อกจะชอบ และการทำ SEO ก็จะส่งผลดีต่ออันดับด้วย เพราะบทความที่เขียนเราต้องเน้นในเรื่องนี้ด้วย การวางคีย์เวิร์ดตั้งแต่ ชื่อเรื่อง เนื้อหา การเน้นคำ ทุกอย่างส่งผลต่ออันดับและการค้นหาทั้งหมด ประเด็นคือ ผมต้องเขียนบทความเองทั้งหมด นี่คือความท้าทาย ว่าจะไหวไหม กับการอัพเดทบล็อกที่กำลังจะเกิดขึ้นกว่า 50 บล็อก (ไหนบอกมินิโปรเจคไง)

โปรโมท บล็อก ยังไง? คิดว่าจะไม่โปรโมท แต่เอาเข้าจริงก็คงต้องทำบ้าง เพราะ SEO เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่คงแบบค่อยเป็นค่อยไป พวกซับมิทไดเรคทอรี่ โพสตามบอร์ด พวกนี้ถ้ามีเวลาก็จะทำบ้าง และคงใช้โซเชียลมีเดีย มาช่วยด้วย ทำแบบค่อยๆโตผมเชื่อว่าถ้า Contents เราแข็งแรงมากๆ การโปรโมทก็แทบไม่จำเป็นเท่าไหร่ เพราะคนที่มาอ่าน เขาจะเป็นคนช่วยโปรโมทให้เราเอง ทั้งแชร์ ทั้งแนะนำบอกต่อบล็อกของเราให้โลกได้รู้

Project Blog นับว่าเป็นโปรเจคที่ผมค่อยข้างจะจริงจัง พอสมควร เพราะอยากทำมานานแล้ว อยู่ในวงการออนไลน์มาก็เป็นสิบปีได้ อยากทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ที่จะสามารถบอกกับคนอื่นๆได้ว่า นี่ไงผลงานของผม เพราะที่ผ่านๆมา รับงานมาทำให้แต่คนอื่น โปรโมทเว็บบ้าง ทำเว็บบ้าง จบแล้วก็แล้วกันไป มันไม่มีอะไรเป็นของเราเอง ที่จะจับต้องได้ นี่จึงเป็นสิ่งที่ผมอยากจะสร้าง อย่างน้อย Project Blog ก็เป็นบล็อกของเรา ทุกบล็อก ทุกเรื่อง คือเรื่องที่เราสนใจ และอยากเล่า จึงเอามาเขียน เพื่อส่งต่อให้คนอีกมากมายได้อ่านและได้ประโยชน์จากบล็อกเล็กๆเหล่านั้นจริงๆ

บล็อกที่ผมสร้าง จึงมีความหลากหลาย มีทั้งเรื่องที่ชอบ ที่รัก ที่สนใจ และที่ฝันอยากจะทำ รวมถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย

ไม่แน่ว่ามันอาจจะมีสักบล็อกที่ปังขึ้นมาก็เป็นได้ และวันนั้นก็จะเป็นอีกความสำเร็จของโปรเจคชุดนี้เลยทีเดียว แต่เราไม่รู้หรอกว่าบล็อกไหนมันจะเกิด หรือจะดับ เราก็แค่ทำบล็อกที่เราอยากทำขึ้นมาให้เป็นจริง สร้างบทความคุณภาพขึ้นมา เชื่อว่ามันต้องเป็นประโยชน์บ้าง กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย

และนี่คือทั้งหมดของ Project Blog ที่ผมนำมาอัพเดทให้ได้ทราบกัน ว่าผมกำลังจะทำอะไร และคิดอะไร ภายในก่อนสิ้นปีนี้ โปรเจคชุดนี้ ก็น่าจะสำเร็จด้วยดี แต่อย่าลืมว่านี่เป็นแค่โปรเจคเดียวที่ผมจะทำ ยังมีอีกหลายๆโปรเจครออยู่และต้องเริ่มลงมือทำด้วยเช่นกัน ส่วนจะเป็นเรื่องอะไร เดี๋ยวจะมาอัพเดทกันที่บล็อกแห่งนี้อีกทีครับ

ไม่ว่าจะทำเว็บเล็กหรือเว็บใหญ่ก็ต้องใช้ทุน #บล็อกก็เช่นกัน

ช่วงนี้ผมอาจจะเงียบๆไปบ้างสำหรับการอัพเดทบล็อก เพราะต้องรีบเคียร์งานเก่าและเร่งทำโปรเจค Mini Project ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว แต่ก็ยังต้องการทุนเพิ่ม เพื่อทำให้ครบตามเป้าอยู่บ้างนิดหน่อย

พอได้ลงมาลุย งานมินิโปรเจค ได้รู้เลยว่า หากจะทำเว็บดีดีสักเว็บมันต้องใช้ทุนเยอะกว่าที่คาดไว้พอสมควร ทั้งจดโดเมนและเช่าโฮส ก็จำเป็นต้องใช้โฮสที่รองรับคนเข้าเยอะๆด้วย ราคาก็จะสูงขึ้นไปอีกขั้น ทั้งนี้ผมไม่ถนัดออกแบบ ก็เลยต้องหาซื้อธีมมาใช้ในการทำงานด้วย ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมาก รวมไปถึงค่าปรับแก้เว็บเบื้องต้นด้วย ออ ยังมีค่าโลโก้ แบนเนอร์อีกด้วย แต่เพื่อให้งานออกมาดีและคุณภาพ งานนี้ก็ต้องยอมจ่ายแพงหน่อย

ส่วนเรื่องเนื้อหา ผมก็มีแหล่งข้อมูลแล้ว พร้อมที่จะลงข้อมูลเนื้อหา และจัดทำแฟนเพจไว้รองรับแล้ว งานนี้แค่เว็บเดียวใช้พลังงานไปเยอะเลย และลงทุนไปเกือบหมื่น แค่เว็บเดียวนะเนี่ย

งานนี้ บล็อกมินิ อื่นๆ คงต้องใช้ธีมโมเอง กับ ธีมฟรีมาช่วยด้วย ถ้าบล็อกไหนมีแววเกิดค่อยขยับขยายงานกันต่อไป เพราะลงทุนเยอะ เดี๋ยวหมดทุนก่อนจะทำครบ 30 บล็อกแน่

อีกเรื่องคือ งานหนักไม่ใช่การออกแบบเว็บ หรือ สร้างบล็อก แต่เป็นการทำ Contents ต่างหาก ที่ต้องใช้เวลาในการผลิตและหาข้อมูลมาลงเว็บ การจะผลิตบทความ คุณภาพไม่ใช่ง่ายๆเลย ถ้าไม่มีแหล่ง ก็ต้องจ้างคนเขียนบทความให้ช่วยทำงานให้ หากมีแหล่งบทความ ก็ยังสามารถนำมารีไรท์บทความได้บ้าง ก็พอช่วยให้งานเร็วขึ้น

ดังนั้นนี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ผมจะเลือกทำเว็บที่สามารถเขียนบทความได้เอง หรือมีความรู้ที่จะหาบทความ รวมทั้งเขียนเอง รีไรท์เองได้ ถ้ามีแหล่งที่บทความใช้ได้ ก็จะทำบล็อกในเรื่องนั้นๆทันที

อุปกรณ์ที่ยังขาด คือ กล้องถ่ายรูปดิจิตอล จะเป็นกล้องคอมแพค หรือ DSLR สักตัว ปีนี้ต้องจัดให้ได้ เผื่อเอาไว้ลุยงานทำเว็บท่องเที่ยวด้วย (เว็บท่องเที่ยวนี่โปรเจคใหญ่ผมเลย)

ผมต้องเร่งปิดงาน โปรเจคมินิให้ได้ในสิ้นเดือนนี้ เพราะจะทำโปรเจค อีบุ๊คต่อในเดือนหน้า ให้ออกทันงานสัปดาห์หนังสือ ช่วงนี้เลยเป็นช่วงงานยุ่งของผมเลยก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ตาม จะพยายามมาเขียนบล็อกอัพเดท ให้ได้สัปดาห์ละ 1-2 บทความ เป็นอย่างน้อย (ทั้งที่ใจจริงอยากเขียนให้ได้ทุกวัน)

การทำงานหรือโปรเจคบางทีก็ต้องใช้ทุนบ้าง หากจะให้ประสบความสำเร็จเร็วๆหรือได้ผลตอบแทนสูงๆ ผมเคยทำแบบไม่ใช้ทุนเลย (หากไม่นับค่าไฟฟ้ากับค่าเน็ต) ก็ได้ผลตอบแทนมาระดับหนึ่ง แต่ระยะยาวก็ไม่สามารถทำเงินได้ตลอด ดังนั้นหากจะทำแล้วหวังผลตอบแทนระยะยาวด้วย ก็ต้องใช้ทุนบ้าง ตามกำลัง

ซึ่งการลงทุนและทำอะไรจริงๆจังๆ อย่างน้อย เราก็จะมีผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันแน่ๆ และมันสามารถต่อยอดอย่างอื่นได้ด้วย เพียงแค่วันนี้เริ่มสร้างอะไรที่เรารักไว้ วันข้างหน้ามันย่อมให้ ดอก ผล ตอบแทนเราสักวัน #ความรักก็เช่นกัน