ตอนนี้ คุณดองหนังสือ ไว้กี่เล่ม?

เชื่อว่ามีหลายคนก็เคยเป็น กับนิสัยชอบซื้อหนังสือมาเยอะๆ แต่ไม่มีเวลาอ่าน ก็ทำการดองหนังสือไว้เสียเลย พอไปเจอหนังสือปกสวยๆ หนังสือดัง หนังสือลดราคา ก็แวะซื้อมาอีก เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซื้อมาเป็นสิบเล่ม แต่อ่านไม่หมด อย่างมากก็จบแค่เล่ม สองเล่ม ที่เหลือก็ดองไว้เหมือนเดิม

ช่วงนี้ต้องยอมรับเลยว่า การอ่านหนังสือของผม ฟอร์มตกเป็นอย่างมาก เดือนละเล่มยังไม่ได้เลย ขนาดพยายามจะหาเวลาอ่านแล้ว ถ้าจัดอันดับคงอยู่ กลุ่มนักอ่านธรรมดาทั่วไป

-อ่านหนังสือ 1-12 เล่มต่อปี – นักอ่านทั่วไป

ก็คงเหมือนกับผมช่วงนี้แหละจะว่าไป เพราะมีเวลาอ่านได้น้อย คือ เลือก อ่าน เฉพาะเล่มที่อยากจะอ่านจริงๆ ส่วนเรื่องอื่นๆ อ่านทิ้งไว้ ยังไม่จบเล่มเลย ดองข้ามปี ก็มีหลายเล่ม แค่อ่านให้จบสักเดือนละเล่มยังไม่ได้เลยผม ยอมรับว่าฟอร์มตกจริง อะไรจริง

สำหรับ นักอ่านทั่วไป อ่านให้จบสักเดือนละ 1 เล่ม ก็เก่งแล้วล่ะ แต่ซื้อมาดองหลายสิบเล่มก็ไม่ว่ากัน ว่างก็หยิบมาอ่านได้เสมอ

-อ่านหนังสือ 50-52 เล่มต่อปี – นักอ่านตัวยง

นักอ่านตัวยง คือจุดที่ควรจะทำให้ได้ เพราะการอ่านหนังสือ 50-52 เล่มต่อปี ก็เฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 เล่มเท่านั้นเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าการจะอ่านให้ได้ขนาดนี้ก็ไม่ง่ายเช่นกัน เราอาจจะซื้อหนังสือมา 50 เล่มต่อปี แต่การจะอ่านให้หมดภายในสัปดาห์ละเล่ม มันไม่ใช่เล่นๆเลยนะ ผมเองยังทำไม่ได้ แค่เกือบๆถึงเอง ก็หวังว่าปี 2019 จะทำได้จริงๆสักที

-อ่านหนังสือ 100+ เล่มต่อปี – นักอ่านสายแข็ง

ใครที่สามารถอ่านหนังสือได้ 100 เล่มขึ้นไป ต่อปี ผมขอยกให้เป็นสุดยอด นักอ่านสายแข็งเลยครับ เพราะกว่าจะอ่านจบแต่ละเล่มมันต้องใช้เวลา ยิ่งเล่มหนาๆ ยิ่งต้องใช้เวลานานไปอีก

อีกอย่างหนังสือ 1 เล่ม ราคาก็ตกประมาณเล่มละ 200 บาท ถ้าจะซื้ออ่านเป็นร้อยๆเล่ม ก็ต้องมีเงินไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ด้วยเช่นกัน ก็ต้องยอมรับว่ามีคนที่ทำได้จริงกับการอ่านหนังสือ 100 เล่มต่อปี (แต่อาจจะมีไม่มากเท่าที่ผมทราบนะ)

ยังไงปีนี้ ก็คงอ่านไม่ทันละ เอาเป็นว่า มาเริ่มอ่านกันอีกทีปีหน้าเลยละกัน หนังสือที่ดองข้ามปี ก็ขุดขึ้นมาอ่านบ้าง หรือถ้าจะซื้อหนังสือเล่มใหม่ ก็ได้โปรดซื้อมาเพื่ออ่านทันทีเลย จะได้อ่านจบเป็นเล่มๆไป ไม่ต้องตกค้าง ดองข้ามปีกันอีก

ก็ขอจบบทความสุดท้ายของปี 2561 ไว้เพียงเท่านี้ แล้วเจอกันใหม่ปีหน้า 2562

สวัสดีปีใหม่ครับ

อ่าน อ่าน และอ่าน ในงาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 45 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 15

ชวนไปเที่ยวงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 45 กันครับ เริ่มงานอย่างเป็นทางการแล้ว วันที่ 30 มี.ค. 60 – 9 เม.ย. 60 นี้ เวลา 10.00 น. – 21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ชื่นใจไปกับเหล่าสำนักพิมพ์ต่างๆ เมื่อส่องไปตามโลกโซเชียล ก็ยังเห็นคนแชร์ภาพหนังสือ บรรยากาศในงานหนังสือ อย่างน้อยในตอนนี้ที่วงการสื่อสิ่งพิมพ์เซมาเซไป ก็ยังมีคนสนใจงานหนังสือ ยังมีคนอ่านที่เต็มใจไปช่วยยกระดับให้งานดูคึกคักยิ่งขึ้น

ในยุคที่หนังสือพิมพ์และนิตยสาร ทยอยปิดตัวลงไป ทีละเล่มๆ อาจจะด้วยเพราะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่อยู่ได้ด้วย ค่าโฆษณา เป็นหลัก เมื่อรูปแบบการอ่านเปลี่ยนไป โลกออนไลน์เริ่มเข้ามาบุกเบิกการอ่านแบบใหม่ ทำให้การอ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสาร กลายเป็นข้อมูลที่หาอ่านที่ไหนก็ได้ เมื่อยอดขายและค่าโฆษณาไม่เข้าเป้า ก็ทำให้ต้องยุติการออกวางจำหน่าย และปิดตัวลงไปตามกาลเวลา

ต่างกับ หนังสือเล่ม ที่ยังคงขายได้และบางเล่มขายดีอยู่ เนื่องจากหนังสือเล่มนั้น ขายโดยไม่พึ่งพาค่าโฆษณาอะไรในเล่ม มันขายด้วยตัวมันเอง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจ ด้วยความเป็นแฟนนักเขียน หรือสำนักพิมพ์ก็ตาม ที่มีส่วนผลักดันให้หนังสือเล่ม ยังขายได้ ทั้งหนังสือเก่าที่กลับมาพิมพ์ใหม่ รวมถึงหนังสือเล่มออกใหม่ก็ดูน่าสนใจอยู่เรื่อยๆ

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จึงเป็นงานที่แจ้งเกิดให้กับ หนังสือเล่ม ของสำนักพิมพ์ต่างๆอย่างแท้จริง และยังดันหนังสือนิตยสาร และหนังสืออื่นๆ ให้ขายออกในงานนี้ได้อีกด้วย

กระแสที่ผมเห็นในโซเชียลปีนี้ รู้สึกว่าจะมีคนรับหิ้วหนังสือกันหลายเจ้าเลยทีเดียว ราคาก็ไม่แพง น่าสนใจทีเดียว ปีก่อนผมก็เคยฝากน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไปเดินงาน ก็เลยฝากหิ้วหนังสือด้วยเลย ไม่คิดว่าจะมีคนรับทำเยอะเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นการหารายได้พิเศษของน้องๆในช่วงปิดเทอมพอดี

อีกข้อสังเกต ปีนี้รู้สึกว่าหนังสือจะออกแบบปกได้สวยมาก เห็นหลายเล่มแล้ว และหลายๆสำนักพิมพ์ด้วย ซึ่งปกติจะมีไม่กี่สำนักพิมพ์ที่ทำรูปเล่มและออกแบบปกได้สวยโดนใจ แต่ปีนี้เหมือนเป็นกระแสหลายๆสำนักพิมพ์ออกหนังสือเล่มมา แค่เห็นปก ก็อยากได้อยากโดนมากๆ

ยิ่งเป็นหนังสือเล่มที่ออกใหม่ไม่ต้องพูดถึง ปกสวยๆแข่งกันน่าดู ไม่เพียงเท่านั้นหนังสือเก่าที่พิมพ์ใหม่ ก็ออกแบบปกใหม่หลายเล่ม ปกก็สวย เนื้อหาก็ดีแบบนี้ทำให้น่าเก็บสะสมมากครับ

อย่างไรก็ตาม ผมก็อยากให้คนที่อยู่ใกล้ หรือมีโอกาสได้ไปเดินเที่ยวในงาน ไปกันเยอะๆ ส่วนจะซื้อกี่เล่ม กี่มากน้อยก็แล้วแต่กำลังทรัพย์ ไปอุดหนุนให้กำลังใจ นักเขียน และสำนักพิมพ์ต่างๆกัน เพื่อให้งานหนังสือดีดีแบบนี้ เกิดขึ้นต่อไปนานๆ คู่กับ นักอ่าน อ่าน และอ่าน หนังสือ

เริ่มแล้ว งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้้งที่ 21กับธีม “เสนอหน้า”

งานหนังสือที่แม้ว่า 1 ปี จะจัดกันแค่เพียง 2 ครั้งเท่านั้น แต่ผมก็รู้สึกว่ามันมาถึงเร็วจัง เชื่อว่าหนังสือที่หลายๆคนซื้อไว้เมื่องานหนังสือครั้งก่อน มาถึงวันนี้ก็ยังอ่านไม่หมดเลย ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว เพราะนี่คือโอกาสที่ดีที่เราจะได้ไปเดินเลือกซื้อหนังสือที่เราสนใจในราคาที่ถูกกว่าการไปซื้อตามร้านค้าทั่วไป หรือสั่งซื้อผ่านออนไลน์

แถมยังจะได้มีโอกาสไปกระทบไหล่นักเขียนที่ชื่นชอบ หรือนักเขียนดังๆมากมายในงาน รวมทั้งยังจะได้ไปเปิดหูเปิดตา เจอเพื่อนนักอ่าน อีกด้วย

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้้งที่ 21 มาใน ธีม“เสนอหน้า” ซึ่งน่าจะหมายถึง การนำเสนอหนังสือที่น่าอ่านของแต่ละคน เพื่อบอกเล่าว่าเราทำไมถึงชอบหนังสือ เล่มนั้นๆ เพื่อส่งต่อให้คนอื่นๆได้อ่านต่อไป ในวันที่วงการสื่อสิ่งพิมพ์กำลังจะหมดลมหายใจ

โดยงาน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้้งที่ 21 (BOOK EXPO THAILAND 2016)

จัดขึ้นใน วันที่ : 13 – 24 ตุลาคม 2559

เวลา : 10.00 – 21.00 น.

สถานที่ : ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

ใครที่อยู่ใกล้หรือสนใจก็ขอเชิญไปร่วมงานกันได้เลยครับผม นอกจากจะได้ไปหาซื้อหนังสือและพบเจอนักเขียนแล้ว ในงานก็ยังมีกิจกรรมต่างๆมากมาย ซึ่งแต่ละสำนักพิมพ์ก็มีทีเด็ดต่างๆมากมาย เพื่อเรียกลูกค้า ทั้งของแจก ของแถม ส่วนลดพิเศษ ที่จะมีเฉพาะในงานหนังสือ งานนี้เท่านั้น

ในยุคที่การอ่านเปลี่ยนแปลงไปมาก ในยุคดิจิตอล คนหันไปจับมือถือ หรืออ่านหนังสือในโลกออนไลน์มากขึ้น ทำให้หนังสือเล่ม รวมถึงนิตยสารหลายๆหัวทยอยปิดตัวลงไปหลายเล่มแล้วในปีนี้ และคงจะมีปิดตัวลงเพิ่มขึ้นอีกแน่ ด้วยสถานการณ์เช่นนี้

แม้ว่าจะยังมีกลุ่มผู้ที่ชอบอ่านหนังสือเป็นเล่มอยู่ แต่ก็มีจำนวนจำกัดเหลือเกิน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงานและคนรุ่นเก่าๆที่ยังนิยมหนังสือเล่มอยู่ ส่วนเด็กรุ่นใหม่ๆนั้นก็หันไปทางโลกออนไลน์ อ่านหนังสือ e-book แทนซะมากกว่า

ก็ได้แต่หวังว่า คนรุ่นใหม่ และรุ่นเก่า จะหันมาให้ความสนใจการอ่านมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหนๆ เผื่อว่าวงการสื่อสิ่งพิมพ์จะได้พื้นตัวกลับมาตีพิมพ์หนังสือเล่มกันอีกครั้งเพราะมีความหวังและได้เห็นการสนับสนุนจากนักอ่าน

ผมยังเชื่อว่า หนังสือเล่ม ยังมีพื้นที่ในตัวของมันเองอยู่ อย่างน้อยในงานหนังสือ ที่เป็นจุดชุมนุมของนักอ่านจากทั่วสารทิศ ก็เป็นข้อพิสูตรในเรื่องนี้ได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นโปรด “เสนอหน้า” ออกมาเที่ยวงาน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งนี้กันเยอะๆนะครับ