อ่าน อ่าน และอ่าน ในงาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 45 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 15

ชวนไปเที่ยวงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 45 กันครับ เริ่มงานอย่างเป็นทางการแล้ว วันที่ 30 มี.ค. 60 – 9 เม.ย. 60 นี้ เวลา 10.00 น. – 21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ชื่นใจไปกับเหล่าสำนักพิมพ์ต่างๆ เมื่อส่องไปตามโลกโซเชียล ก็ยังเห็นคนแชร์ภาพหนังสือ บรรยากาศในงานหนังสือ อย่างน้อยในตอนนี้ที่วงการสื่อสิ่งพิมพ์เซมาเซไป ก็ยังมีคนสนใจงานหนังสือ ยังมีคนอ่านที่เต็มใจไปช่วยยกระดับให้งานดูคึกคักยิ่งขึ้น

ในยุคที่หนังสือพิมพ์และนิตยสาร ทยอยปิดตัวลงไป ทีละเล่มๆ อาจจะด้วยเพราะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่อยู่ได้ด้วย ค่าโฆษณา เป็นหลัก เมื่อรูปแบบการอ่านเปลี่ยนไป โลกออนไลน์เริ่มเข้ามาบุกเบิกการอ่านแบบใหม่ ทำให้การอ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสาร กลายเป็นข้อมูลที่หาอ่านที่ไหนก็ได้ เมื่อยอดขายและค่าโฆษณาไม่เข้าเป้า ก็ทำให้ต้องยุติการออกวางจำหน่าย และปิดตัวลงไปตามกาลเวลา

ต่างกับ หนังสือเล่ม ที่ยังคงขายได้และบางเล่มขายดีอยู่ เนื่องจากหนังสือเล่มนั้น ขายโดยไม่พึ่งพาค่าโฆษณาอะไรในเล่ม มันขายด้วยตัวมันเอง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจ ด้วยความเป็นแฟนนักเขียน หรือสำนักพิมพ์ก็ตาม ที่มีส่วนผลักดันให้หนังสือเล่ม ยังขายได้ ทั้งหนังสือเก่าที่กลับมาพิมพ์ใหม่ รวมถึงหนังสือเล่มออกใหม่ก็ดูน่าสนใจอยู่เรื่อยๆ

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จึงเป็นงานที่แจ้งเกิดให้กับ หนังสือเล่ม ของสำนักพิมพ์ต่างๆอย่างแท้จริง และยังดันหนังสือนิตยสาร และหนังสืออื่นๆ ให้ขายออกในงานนี้ได้อีกด้วย

กระแสที่ผมเห็นในโซเชียลปีนี้ รู้สึกว่าจะมีคนรับหิ้วหนังสือกันหลายเจ้าเลยทีเดียว ราคาก็ไม่แพง น่าสนใจทีเดียว ปีก่อนผมก็เคยฝากน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไปเดินงาน ก็เลยฝากหิ้วหนังสือด้วยเลย ไม่คิดว่าจะมีคนรับทำเยอะเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นการหารายได้พิเศษของน้องๆในช่วงปิดเทอมพอดี

อีกข้อสังเกต ปีนี้รู้สึกว่าหนังสือจะออกแบบปกได้สวยมาก เห็นหลายเล่มแล้ว และหลายๆสำนักพิมพ์ด้วย ซึ่งปกติจะมีไม่กี่สำนักพิมพ์ที่ทำรูปเล่มและออกแบบปกได้สวยโดนใจ แต่ปีนี้เหมือนเป็นกระแสหลายๆสำนักพิมพ์ออกหนังสือเล่มมา แค่เห็นปก ก็อยากได้อยากโดนมากๆ

ยิ่งเป็นหนังสือเล่มที่ออกใหม่ไม่ต้องพูดถึง ปกสวยๆแข่งกันน่าดู ไม่เพียงเท่านั้นหนังสือเก่าที่พิมพ์ใหม่ ก็ออกแบบปกใหม่หลายเล่ม ปกก็สวย เนื้อหาก็ดีแบบนี้ทำให้น่าเก็บสะสมมากครับ

อย่างไรก็ตาม ผมก็อยากให้คนที่อยู่ใกล้ หรือมีโอกาสได้ไปเดินเที่ยวในงาน ไปกันเยอะๆ ส่วนจะซื้อกี่เล่ม กี่มากน้อยก็แล้วแต่กำลังทรัพย์ ไปอุดหนุนให้กำลังใจ นักเขียน และสำนักพิมพ์ต่างๆกัน เพื่อให้งานหนังสือดีดีแบบนี้ เกิดขึ้นต่อไปนานๆ คู่กับ นักอ่าน อ่าน และอ่าน หนังสือ

เริ่มแล้ว งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้้งที่ 21กับธีม “เสนอหน้า”

งานหนังสือที่แม้ว่า 1 ปี จะจัดกันแค่เพียง 2 ครั้งเท่านั้น แต่ผมก็รู้สึกว่ามันมาถึงเร็วจัง เชื่อว่าหนังสือที่หลายๆคนซื้อไว้เมื่องานหนังสือครั้งก่อน มาถึงวันนี้ก็ยังอ่านไม่หมดเลย ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว เพราะนี่คือโอกาสที่ดีที่เราจะได้ไปเดินเลือกซื้อหนังสือที่เราสนใจในราคาที่ถูกกว่าการไปซื้อตามร้านค้าทั่วไป หรือสั่งซื้อผ่านออนไลน์

แถมยังจะได้มีโอกาสไปกระทบไหล่นักเขียนที่ชื่นชอบ หรือนักเขียนดังๆมากมายในงาน รวมทั้งยังจะได้ไปเปิดหูเปิดตา เจอเพื่อนนักอ่าน อีกด้วย

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้้งที่ 21 มาใน ธีม“เสนอหน้า” ซึ่งน่าจะหมายถึง การนำเสนอหนังสือที่น่าอ่านของแต่ละคน เพื่อบอกเล่าว่าเราทำไมถึงชอบหนังสือ เล่มนั้นๆ เพื่อส่งต่อให้คนอื่นๆได้อ่านต่อไป ในวันที่วงการสื่อสิ่งพิมพ์กำลังจะหมดลมหายใจ

โดยงาน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้้งที่ 21 (BOOK EXPO THAILAND 2016)

จัดขึ้นใน วันที่ : 13 – 24 ตุลาคม 2559

เวลา : 10.00 – 21.00 น.

สถานที่ : ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

ใครที่อยู่ใกล้หรือสนใจก็ขอเชิญไปร่วมงานกันได้เลยครับผม นอกจากจะได้ไปหาซื้อหนังสือและพบเจอนักเขียนแล้ว ในงานก็ยังมีกิจกรรมต่างๆมากมาย ซึ่งแต่ละสำนักพิมพ์ก็มีทีเด็ดต่างๆมากมาย เพื่อเรียกลูกค้า ทั้งของแจก ของแถม ส่วนลดพิเศษ ที่จะมีเฉพาะในงานหนังสือ งานนี้เท่านั้น

ในยุคที่การอ่านเปลี่ยนแปลงไปมาก ในยุคดิจิตอล คนหันไปจับมือถือ หรืออ่านหนังสือในโลกออนไลน์มากขึ้น ทำให้หนังสือเล่ม รวมถึงนิตยสารหลายๆหัวทยอยปิดตัวลงไปหลายเล่มแล้วในปีนี้ และคงจะมีปิดตัวลงเพิ่มขึ้นอีกแน่ ด้วยสถานการณ์เช่นนี้

แม้ว่าจะยังมีกลุ่มผู้ที่ชอบอ่านหนังสือเป็นเล่มอยู่ แต่ก็มีจำนวนจำกัดเหลือเกิน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงานและคนรุ่นเก่าๆที่ยังนิยมหนังสือเล่มอยู่ ส่วนเด็กรุ่นใหม่ๆนั้นก็หันไปทางโลกออนไลน์ อ่านหนังสือ e-book แทนซะมากกว่า

ก็ได้แต่หวังว่า คนรุ่นใหม่ และรุ่นเก่า จะหันมาให้ความสนใจการอ่านมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหนๆ เผื่อว่าวงการสื่อสิ่งพิมพ์จะได้พื้นตัวกลับมาตีพิมพ์หนังสือเล่มกันอีกครั้งเพราะมีความหวังและได้เห็นการสนับสนุนจากนักอ่าน

ผมยังเชื่อว่า หนังสือเล่ม ยังมีพื้นที่ในตัวของมันเองอยู่ อย่างน้อยในงานหนังสือ ที่เป็นจุดชุมนุมของนักอ่านจากทั่วสารทิศ ก็เป็นข้อพิสูตรในเรื่องนี้ได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นโปรด “เสนอหน้า” ออกมาเที่ยวงาน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งนี้กันเยอะๆนะครับ

ฤดูกาล งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ (ครั้งที่ 44) กลับมา พร้อมกับ “ความหวัง”

หนังสือที่คุณซื้อไว้ อ่านกันจบหมดหรือยัง? เพราะตอนนี้งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 44 กลับมาแล้วครับ โดยในขณะที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ งานก็ได้เริ่มไปแล้ว เพราะงานเปิดมาตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2559 แล้วครับ ถึง วันที่ 10 เมษายน 2559 มาพร้อมกับธีมงานที่ว่า “ความหวัง”

เอาจริงๆผมก็ยังไม่เคยได้ไปสัมผัสงานสัปดาห์หนังสือเลยสักครั้งในชีวิต ก็ได้แต่ส่องว่างานนี้สำนักพิมพ์ต่างๆจะออกหนังสือใหม่ๆอะไรบ้าง หรือหนังสือเก่าลดราคาเท่าไหร่ ก็ค่อยไปเดินหาซื้อตามร้านหนังสือใกล้บ้าน หรือไม่ก็สั่งซื้อทางออนไลน์ มาดองไว้เป็นส่วนใหญ่ อ่านไม่ค่อยจะทัน หนังสือเก่ายังไม่ทันอ่านจบ หนังสือใหม่น่าอ่านก็ออกมาวางขายอีกแล้ว

ปีนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะอ่านหนังสือให้ได้สัก 100 เล่ม แต่ตอนนี้ยังอ่านมาได้ไม่ถึง 10 เล่มเลย คงต้องเร่งมือหน่อยแล้ว มัวแต่ทำงาน คิดงาน ไม่ค่อยได้จับหนังสือเท่าไหร่ช่วงนี้ แต่ก็พยายามอ่านให้ได้ทุกวัน แม้ว่าจะเป็นแค่วันละบทก็ตาม

ผมชอบชื่อธีมงานนะ ความหวัง” สิ่งที่ผมคิดต่อจากคำนี้ มีหลายความหมาย อย่างแรก คือ

ความหวัง” หวังว่าสื่อสิ่งพิมพ์จะยังคงอยู่ต่อไป ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง จากหนังสือเล่ม กลายเป็นดิจิตอล e-book ให้ดาวน์โหลดทางออนไลน์ จนทำให้นิตยสารหลายๆเล่มต้องปิดตัวไป บางเจ้ายังคงอยู่แต่เปลี่ยนรูปแบบไปเป็นอ่านออนไลน์บนเว็บไซต์ หรือขายกันในรูปแบบของ e-book หนังสือเล่มที่ขายยากอยู่แล้ว ต้นทุนก็ยังสูงอีกด้วย แม้ว่านิตยสารจะเริ่มตายไป แต่หนังสือเล่มนิยาย หรือหนังสือเฉพาะทางก็ยังคงขายได้อยู่ อาจจะเพราะยังมีกลุ่มคนที่สนใจอยากเก็บหนังสือเล่มที่คุ้นเคยอยู่ ก็เป็นได้ ไม่เช่นนั้นงานหนังสือก็คงจะไม่คงอยู่จนถึงทุกวันนี้ การได้ไปเดินในงาน ไปสัมผัสบรรยากาศ ได้เจอนักอ่านด้วยกัน ได้เจอนักเขียนที่ชื่นชอบ ได้จับหนังสือจริงๆ มันคงได้ความรู้สึกที่มากกว่า แค่การดาวน์โหลดมาอ่านแน่นอน ก็หวังว่าหนังสือเล่มที่เป็นกระดาษจะยังคงอยู่ต่อไปอีกนานๆ

ความหวัง” หวังที่สอง หวังว่าคนหนุ่ม สาว และเด็กๆยุคใหม่ จะให้ความสนใจกับการอ่านมากขึ้นไปอีก อย่าให้ใครมาว่า เด็กไทยไม่อ่านหนังสือ หรืออ่านหนังสือแค่วันละไม่กี่บรรทัด ก็อย่างที่ผมเคยบอกไปในหลายๆครั้ง ว่าการอ่านช่วยเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนชีวิตเราให้ดีขึ้นได้ หนังสือคือแหล่งความรู้ขนาดใหญ่ มีมากมายหลากหลายแนว เท่าที่เราอยากรู้ ทุกคำถามในชีวิต หนังสือจะมีคำตอบ แม้ว่าจะตอบได้ไม่ตรงที่สุด แต่คำตอบที่ใกล้เคียงที่สุด หนังสือตอบได้ อ่านเถอะครับแล้วคุณจะรู้ทุกเรื่องที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

ความหวัง” หวังที่สาม ผมหวังว่างานสัปดาห์หนังสือจะยังคงมีต่อไปนานๆ เพื่อเป็นแหล่งรวมนักอ่าน นักเขียน และสำนักพิมพ์ต่างๆ ได้มีกำลังใจผลิตผลงานดีดีออกมาอย่างต่อเนื่อง ผมหวังว่างานดีดีแบบนี้คงจะไม่เลิกจัดไปซะก่อน เพราะผมอยากจะลองไปสัมผัสงานสัปดาห์หนังสือสักครั้งในชีวิต จากนักอ่านต่างจังหวัดคนหนึ่ง