ยอดขายอัลบั้ม BNK48 และ CD Single สรุปรวม ล้านแตก!!! ภายใน 2 ปี ที่ Debut

แม้คนฟังเพลงในยุคนี้ จะชื่นชอบของฟรี เพราะหาฟังง่าย โหลดง่าย เทป ซีดี กลายเป็นของล้าสมัยไปแล้ว การมาของเว็บสตรีมมิ่งกลายเป็นสื่อออนไลน์ที่ทุกคนเข้าถึงอย่างรวดเร็ว ทำให้ศิลปินหลายคนท้อ บริษัทเพลงหลายแห่งเลิกผลิตแผ่นซีดีไปแล้ว เพราะขายได้น้อย

แต่ก็ยังมีศิลปินบางวง ยังทำเพลง ผลิตซีดี มาขายอยู่บ้าง แต่ยอดที่ได้ก็ไม่ค่อยคุ้มกับการลงทุน จนมีการแซวกันว่า “หากขายได้เกิน 1,000 แผ่น ก็แทบจะปิดบริษัทเลี้ยงแล้วในยุคนี้” นั่นสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการทำเพลงของยุคนี้

ทำให้ศิลปินส่วนหนึ่งเลือกที่จะออก Single แล้วลงสตรีมมิ่ง ทำ MV. ลง YouTube แล้วรับงานโชว์ตัว เพื่อเลี้ยงชีพ พร้อมกับทำธุรกิจส่วนตัวไปด้วย แทบไม่มีใครหวังกับการทำอัลบั้มแล้วขายแผ่น CD อีกแล้ว

แต่รู้หรือไม่ ว่าเมื่อ1-2 ปี ที่ผ่านมา ได้มีวงไอดอล girl group ที่สามารถทำเพลง และผลิตแผ่นซีดีออกมาขายได้ครั้งละเป็นหมื่นแผ่น บาง Single ขายได้เป็นแสนแผ่น ยอดขายรวมทั้งหมด ตอนนี้ถึงหลักล้านแผ่นไปแล้ว นั่นก็คือ ไอดอล วง BNK48 นั่นเอง

#สรุป ยอดขายอัลบั้ม BNK48 และ CD Single

Single 1. “อยากจะได้พบเธอ” / ยอดขาย CD จำนวน 13,000 แผ่น

Single 2. “คุกกี้เสี่ยงทาย” / ยอดขาย CD จำนวน 30,000 แผ่น

Single 3. “วันแรก” / ยอดขาย CD จำนวน 170,000 แผ่น

อัลบั้ม 1. “ริเวอร์” / ยอดขาย CD จำนวน 80,000 แผ่น

Single 4. “เธอคือ…เมโลดี้” / ยอดขาย CD จำนวน 320,000 แผ่น

Single 5. “บีเอ็นเคเฟสติวัล” / ยอดขาย CD จำนวน 300,000 แผ่น (**ไม่รวมยอด Music Card Edition ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล)

Single 6. “บีกินเนอร์” / ยอดขาย CD จำนวน 160,000 แผ่น (***เป็นยอดประมาณการณ์ อฟช. ยังไม่สรุป)

อัลบั้ม 2. “จาบาจา” / (*อยู่ระหว่างรอการเปิดพรีออเดอร์)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
forbesthailand.com/news/other/ช่องว่างการตลาด-bnk48.html

https://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อผลงานของบีเอ็นเคโฟร์ตีเอต

นับตั้งแต่ที่วง BNK48 ทำการเปิดตัว Debut Single แรก อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 มิถุนายน 2560 มาถึงวันนี้ ก็เกือบสองปีเต็มแล้ว จากจำนวน 6 Single กับอีก 1 อัลบั้มเต็ม ที่เปิดขายแบบพรีออเดอร์ ยอดรวมทั้งหมดผ่านหลักล้านไปแล้ว และแน่นอนว่าวงยังอยู่ ก็จะยังคงออกอัลบั้ม และ Single อยู่เรื่อยๆ ก็จะทำยอดขายต่อไปอีก

# ข้อโต้แย้ง แน่นอนว่าต้องมีบางท่าน ที่มองว่าที่วง BNK48 ทำยอดขาย CD ได้เยอะ ก็เพราะว่าอยากได้บัตรจับมือมากกว่า

ให้ถูกครึ่งหนึ่ง ผมไม่ปฏิเสธครับ ที่ Single CD เพลง BNK48 ทำยอดขายได้เยอะมาก เพราะพ่วงบัตรจับมือมาด้วย (ถ้าเป็นอัลบั้มจะพ่วงอีเว้นท์ 2-Shot) แต่นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของ วัฒนธรรมไอดอล ที่จะทำให้วงมีรายได้ และอยู่รอดไปได้นานๆ

แม้แต่ วง K-POP เอง ก็ยังต้องออก CD มาหลายไทป์ มีของแถม มีรูป มีการ์ดสุ่มแบบ เพื่อเพิ่มยอดขายเหมือนกัน รวมไปถึงยังมีการสุ่มสิทธิ์เพื่อเข้าร่วมงานอีเว้นท์ต่างๆอีกด้วย

ดังนั้นผมไม่ติดใจเรื่องของแถม ของที่พ่วงอีเว้นท์เท่าไหร่ เพราะถ้าวงไม่ดีจริง ต่อให้แถมมากกว่านี้ ก็ขายไม่ได้เท่านี้ครับ ด้วยเพราะฐานแฟนที่รักและอยากสนับสนุนวงไอดอล และเมมเบอร์ มันจึงเกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้ มันคือส่วนหนึ่งของการทำตลาดเพลงในยุคนี้

ความสำเร็จของวง BNK48 นอกจากยอดขาย CD แล้ว ยอดบนสตรีมมิ่ง ก็ดีด้วยเช่นกัน เพลงที่มีคนฟังหลักแสนก็หลายเพลงอยู่ แม้ว่าจะเป็นเพลงแนวไอดอลก็ตาม

# ยอด สตรีมมิ่ง บน Spotify ( 5 อันดับ ณ เดือนพฤษภาคม 2562)

- “คุกกี้เสี่ยงทาย” / ยอด สตรีมมิ่ง 2,434,719 ครั้ง

- “วันแรก” / ยอด สตรีมมิ่ง 835,249 ครั้ง

- “365 วันกับเครื่องบินกระดาษ” / ยอด สตรีมมิ่ง 725,727 ครั้ง

- “เธอคือ…เมโลดี้” / ยอด สตรีมมิ่ง 572,630 ครั้ง

- “อยากจะได้พบเธอ” / ยอด สตรีมมิ่ง 517,369 ครั้ง

สำหรับประเทศไทยในยุคนี้ หากจะวัดว่าศิลปินวงไหนดัง เพลงไหนโดน ยอดวิวบน YouTube คือหนึ่งในมาตรฐานเพลงไทย โดยเฉพาะเพลงที่มียอดวิวเกิน 100 ล้านวิว ก็มักจะได้รับการยอมรับ และพูดถึงมาก ทั้งจากแฟนคลับ แฟนเพลง และสื่อต่างๆด้วย แน่นอนว่า BNK48 เอง ก็มีเพลงฮิต ร้อยล้านวิว อย่างเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย แม้เพลงอื่นๆจะมียอดวิวตามหลังอยู่มาก แต่ก็มียอดวิวหลักล้าน และหลักสิบล้านอยู่หลายเพลง ก็ลองตามไปฟังกันได้ครับ

# ยอดวิวบน YouTube ( 10 อันดับ ณ เดือนพฤษภาคม 2562)

1.Koisuru Fortune Cookie – คุกกี้เสี่ยงทาย / ยอดวิว 171,306,000

2.Kimi wa Melody – เธอคือ…เมโลดี้ / ยอดวิว 19,686,675

3.RIVER / ยอดวิว 19,551,998

4.Tsugi no Season – ฤดูใหม่ / ยอดวิว 16,205,973

5.Aitakatta – อยากจะได้พบเธอ / ยอดวิว 12,704,023

6.Shonichi – วันแรก / ยอดวิว 11,251,128

7.BNK Festival / ยอดวิว 6,438,165

8.Beginner / ยอดวิว 5,484,195

9.Anata to Christmas Eve – คำสัญญาแห่งคริสต์มาสอีฟ / ยอดวิว 4,926,255

10.Kimi no Koto ga Suki Dakara – ก็เพราะว่าชอบเธอ / ยอดวิว 3,883,884

สรุป : แม้ว่าวง BNK48 จะเป็นวงน้องสาวของวง AKB48 แต่จุดเริ่มต้นกว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ ก็ผ่านช่วงเวลายากลำบากมาเหมือนกัน แต่วงก็ผ่านมาได้เร็ว จากกระแสของเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย ก็สามารถต่อยอดมาถึงตอนนี้ จากยอดพรีออเดอร์หลักหมื่น มาถึงหลักแสน ในแต่ละ Single ส่วนตัวเป็นแฟนคลับวงนี้ก็อยากเห็นยอดขาย  CD ต่อ Single หนึ่งล้านแผ่น กลับมาในประเทศไทยอีกครั้ง เชื่อว่าวงการเพลงไทยสามารถกลับมายิ่งใหญ่ได้ หากแฟนคลับยังคงพร้อมใจกันสนับสนุนเพลงไทยอย่างจริงจัง

ธุรกิจ ไอดอล สร้างรายได้ มากกว่าแค่การขาย CD เพลง เพียงอย่างเดียว

ก็ผ่านไปแล้วสำหรับ งานเลือกตั้ง BNK48 เป็นอย่างไรกันบ้างครับ คามิโอชิ ของแต่ละท่าน ได้อันดับที่พอใจกันไหม? ยินดีกับเซนเตอร์คนใหม่ ที่ชนะเลือกตั้งครั้งนี้ กัปตัน เฌอปราง และเหล่าคามิ7 อย่างเป็นทางการ รวมไปถึงเซมฯ 16 คน และน้องๆที่ติด 32 อันดับด้วย แน่นอนว่า คามิผม อย่างน้องเนย ก็ติดอันดับที่ 7 พอดี แม้ว่าจะไม่ใช่อันดับที่คาดหวัง แต่ก็ถือว่าเราได้ทำเต็มที่แล้วสำหรับการเลือกตั้งครั้งแรก

สิ่งที่น่าสนใจหลังงานเลือกตั้งก็คือ รายได้จากการขายแผ่น CD 300,000 แผ่น และมิวสิคการ์ดอีกกว่า 4 แสนใบ ซึ่งทำเงินให้กับ อฟช. BNK48 ในงานนี้งานเดียวไปประมาณ 200 ล้านบาท เลยทีเดียว

กว่าที่วงไอดอล BNK48 จะมาได้ถึงจุดนี้ พวกเขาก็ต้องผ่านเรื่องราวมากมาย และแน่นอนว่า วงการเพลงไทย มันเปลี่ยนรูปแบบ การทำเงินไปนานแล้ว แผ่น CD ไม่ใช่รายได้หลักเหมือนยุค 90 เพราะยุคนี้ ถูกสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์ ครองหมดแล้วทั้ง Apple Music, Spotify, JOOX และYouTube แต่ BNK48 ก็ยังสามารถทำยอดขาย CD หลักแสนแผ่นได้ แม้หลายคนจะบอกว่าเพราะมีของแถมอย่างบัตรจับมือก็ตาม

การทำวงดนตรี หรือวงไอดอล จึงต้องปรับตัวเป็นอย่างมากในตอนนี้ เพราะการจะขายอะไรแบบยุคเดิมๆ มันไม่สามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว การทำธุรกิจบันเทิงครบวงจร จึงเข้ามาตอบโจทย์แทน

สิ่งสำคัญของวงไอดอลที่มีสามาชิกหลายคน ทุน เป็นสิ่งสำคัญในช่วงเริ่มต้น และสิ่งที่จะต้องมีตามมาก็คือแฟนคลับ ที่จะเข้ามาสนับสนุนวง เพื่อให้ธุรกิจไอดอลเติบโตไปได้นานๆ

การบุกเข้ามาครองตลาดแมสได้จำเป็นมาก แต่ไอดอลก็มีสไตล์ที่แตกต่างกันของแต่ละวง ที่เป็นจุดแข็ง และมีกลุ่มแฟนคลับเป็นของตัวเอง ซึ่งก็ต้องหาจุดขายของวงให้เจอด้วย

ในเมื่อเพลงมันขายยากนัก วงไอดอล ก็เลยต้องปรับวิธีการให้ขายได้ ตั้งแต่ยังไม่มีเพลงเป็นของตัวเอง ซึ่งศิลปินทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจระบบไอดอล แต่ถ้าได้ลองเข้ามาศึกษาระบบวงไอดอลดู ก็จะเห็นว่ามันมีอะไรน่าสนใจ และสามารถนำไปปรับเพื่อต่อยอดการทำธุรกิจเพลง หรือธุรกิจบันเทิงยุคใหม่ได้เลย

การทำธุรกิจบันเทิงครบวงจร ของวงไอดอล เขาทำอะไรกันบ้าง เอาเท่าที่ผมตามวง BNK48 มาปีกว่าๆ ก็เห็นว่ามีอะไรหลายๆอย่างที่น่าสนใจ และก็มองว่ามันยังสามารถเติบโตไปได้อีกหลายปีข้างหน้า


ขอบคุณภาพจาก BNK48

#ขายสินค้า แบบสุ่มกาชา : การขายแบบนี้นับว่าเป็นวิธีการทำเงินได้ดีในระบบไอดอลเลย ยิ่งมีสมาชิกเยอะ ยิ่งสุ่มเยอะ แฟนคลับก็ต้องจ่ายเยอะกว่าจะได้สินค้า หรือของตามที่ตัวเองต้องการ ทำให้เกิดการแทรดของกัน แต่บางคนก็ใช้การแก้ปัญหาด้วยเงิน

-Photo Set นับว่าเป็นสินค้าที่สามารถผลิตออกมาขายได้เรื่อยๆ และต้นทุนดูจะไม่มากด้วย โดยเฉพาะ Photo Set ชุด debut สามารถเปิดขาย ก่อนที่วงจะมีผลงานเพลง ก็สามารถทำได้แล้ว ยิ่งใช้การสุ่มกาชา และมีรูป SSR ด้วย ยิ่งมีผลต่อยอดขายเป็นอย่างมาก

-สินค้าที่ระลึกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เข็มกลัด / โปรสเตอร์ / Photobook / หนังสือเล่ม / หนังสือการ์ตูน และอื่นๆ อีกมากมายแล้วแต่ทางบริษัทจะทำออกมาจำหน่าย ซึ่งสินค้าเหล่านี้สามารถทำเงินเลี้ยงวงได้ตั้งแต่แรกๆ แม้ว่าจะยังไม่มีผลงานเพลงออกมาอย่างเป็นทางการก็ตาม และสามารถผลิตมาขายได้ทุกเดือน หรือตามแต่โอกาสสำคัญของวง ทำให้วงมีรายได้ ตลอดทุกเดือน

-CD / DVD ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ไอดอลเองก็ต้องขายเพลงด้วยเช่นกัน แม้ว่าตัวไอดอลจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง เด็กฝึก กับศิลปิน แต่ก็จำเป็นต้องมีผลงานเพลงออกมา เพื่อเป็นตัวกลางสื่อสารกัน ระหว่างตัวไอดอล และแฟนคลับ และแน่นอนว่า เพลงดังจะทำให้คนนอกรู้จักวงมากขึ้น แต่มันก็ไม่ง่ายที่จะมีเพลงฮิตออกมาได้เรื่อยๆ ดังนั้นหากมีเพลงที่แมสสักเพลง ก็เพียงพอแล้วสำหรับวงไอดอล หรือแม้แต่ศิลปินอาชีพก็ตาม ต่างก็อยากมีเพลงดังเป็นของตัวเองเหมือนกัน เพื่อที่จะนำไปต่อยอดงานอื่นๆได้ หากยังไม่มีเพลงดัง ก็ทำผลงานเพลงคุณภาพออกมาเรื่อยๆ ก็ค่อยๆต่อยอดสร้างฐานแฟนคลับได้เช่นเดียวกัน

การออก Single ของวงไอดอลก็สามารถทำได้บ่อยกว่าศิลปิน ทุก 3 เดือน หรือ 4 เดือน ก็ออกเพลงใหม่ Single ใหม่เรื่อยๆ มันก็มีโอกาสที่จะปังได้ ส่วนการรวมอัลบั้มก็แล้วแต่วงจะออก อาจจะปีละครั้ง ก็แล้วแต่ทางทีมบริหารจะวางแผน

#ดิจิทัลคอนเทนต์ : ในยุคที่อินเตอร์เน็ตครองเมือง เราคงจะทิ้งโอกาสของโลกออนไลน์ไปไม่ได้เลย เพราะเราสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และสื่อบันเทิงผ่าน ดิจิทัลคอนเทนต์ ได้ตลอดเวลา เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส บนมือถือ ดังนั้นช่องทางการทำเงินออนไลน์ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่วงไอดอลสามารถนำไปต่อยอดได้ เช่น

-สตรีมมิ่งเพลง / นอกจากการขายเพลงแบบ CD แล้ว การขายเพลงบนสตรีมมิ่งยอดนิยม ก็เป็นอีกช่องทางทำเงินได้เช่นกัน เพราะคนฟังเพลงบนโลกออนไลน์นั้นมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี

-สติ๊กเกอร์ Line / ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นิยมใช้ LINE ในการติดต่อสื่อสารกัน ดังนั้น สติ๊กเกอร์ Line น่ารักๆ ก็เป็นที่ต้องการในตลาด แถมราคาไม่แพงด้วย

-แอพพลิเคชั่น / การมี แอพพลิเคชั่น เป็นของตัวเอง ก็เป็นช่องทางทำเงิน ผ่านไลฟ์ และการแจ้งข่าวสารภายในวง อีกทั้งยังเป็นตัวเชคได้ว่า วงมีความนิยมขนาดไหน มีฐานแฟนที่ติดตามจริงจังเท่าไหร่แล้ว

-เกมมือถือ / ก็ต้องยอมรับว่ายุคนี้ มือถือ นับเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างของเราเลย เวลาว่างก็หยิบมาเปิดเล่นเน็ต เล่นเกม การทำเกมมือถือออกมา ก็เป็นการเซอร์วิสแฟนคลับ มีอะไรใหม่ๆให้ได้ติดตามอย่างต่อเนื่องไปไหนไม่ได้

#งานอีเว้นท์ภายในของวง : อีเว้นท์ต่างๆของวง ก็นับว่าเป็นเอกลักษณ์วงไอดอลอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้คนนอกจดจำ และแฟนคลับกับไอดอล ได้มีโอกาสพบเจอกันอย่างใกล้ชิด มากกว่าศิลปิน ดาราทั่วๆไป และจะว่าไปแล้ว ตัวอีเว้นท์ต่างๆนี่แหละที่เป็นตัวทำเงินให้กับวงการไอดอลจริงๆ แฟนคลับที่อยากร่วมกิจกรรมต่างๆกับวง ก็ต้องซื้อสินค้า ที่พ่วงมากับกิจกรรมอีเว้นท์หลากหลายรูปแบบแล้วแต่ว่าทางวงจะนำมาจัดทำอีเว้นท์ จนมีคนมาแซวกันว่า วงไอดอลไม่ได้ขายเพลง แต่ขายอีเว้นท์มากกว่า ก็จริงส่วนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่แปลกเพื่อให้วงอยู่ต่อไปได้นานๆ ก็จำเป็นต้องมีอีเว้นท์เพื่อดึงแฟนคลับให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง

-งานจับมือ (มีทั้งแบบเดี่ยว แบบกลุ่ม) เป็นงานที่วงไอดอลทั่วไปใช้เป็นไม้ตายเลยก็ว่าได้ เพราะการจับมือ 3 วินาที / 8 วินาที แล้วแต่วงจะกำหนด และงานจับมือก็ไม่ใช่ของวงใดวงหนึ่ง แต่เป็นกิจกรรมที่วงไอดอลไหนๆก็สามารถทำได้ ยิ่งในญี่ปุ่นถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามากที่วงไอดอลต้องมีงานจับมือ เรียกว่าเป็นกิจกรรมที่ทำกันแทบจะทุกเดือน เป็นกิจกรรมที่ไอดอล กับแฟนคลับจะได้มีเวลาพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด และส่งผ่านกำลังใจให้กันได้อย่างดีทีเดียว ซึ่ง บัตรจับมือ ก็มักจะพ่วงมากับการขาย แผ่น CD เพลงนั่นเอง (บางครั้งก็ขายพ่วงมากับสินค้าอื่นๆ แล้วแต่วงไอดอลนั้นๆจะกำหนด)

-งาน 2-shot (ถ่ายรูปคู่) เป็นอีกหนึ่งอีเว้นท์ที่แฟนคลับรอคอย เพราะนานๆจะมีกิจกรรมการถ่ายรูปคู่ (บางครั้งก็เปิดถ่ายรูปแบบกลุ่ม) ก็เหมือนเป็นการบันทึกความทรงจำ ด้วยการมีรูปคู่กับไอดอลคนโปรดสักครั้ง ก็เหมือนเดิมว่ากิจกรรมแบบนี้จะพ่วงมากับสินค้า อัลบั้มเพลง หรือบางวงก็อาจจะมีสินค้าอื่นที่มีบัตรถ่ายรูปแถมมาด้วย

-งานเลือกตั้ง เพื่อออก Single ใหม่ / อาจจะมีไม่กี่วงที่ใช้ระบบการเลือกตั้งมาใช้ในการออก Single แต่ที่โด่งดังมากๆก็ต้องของ 48G นี่ล่ะที่ทำกันมาหลายปีแล้ว เป็นการเปิดโอกาสให้แฟนคลับได้มีส่วนร่วมในการเลือกเซมฯ ปีละครั้ง เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่ฝ่ายบริหารจะเป็นผู้เลือก หากแฟนคลับอยากให้คนที่โอชิติดซิงใหม่ ก็ต้องโหวต ทำให้อีเว้นท์นี้สร้างรายได้มากที่สุดอีเว้นท์หนึ่งเลยก็ว่าได้ ตัวอย่างชัดๆก็ของ BNK48 ที่การเลือกตั้งครั้งแรกก็ทำเงินไปไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท เลยทีเดียว

-งานแฟนมีต / เป็นงานที่ไอดอล กับแฟนคลับ จะมาทำกิจกรรมร่วมกัน ทั้งแสดงโชว์ พูดคุย เล่นเกม แจกของขวัญ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวงแนวไอดอลเกาหลีทำกัน ฝั่งญี่ปุ่นอาจจะมีแต่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก

-เธียเตอร์ และคาเฟ่ BNK48 / เป็นเวทีหลักของไอดอล 48G ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากกับการมีเธียเตอร์เป็นของตัวเอง เพราะวงมีเมมเบอร์อายุน้อยอยู่ด้วย ดังนั้นการจะไปรับงานนอกตามพับ หรือร้านต่างๆ ที่ขายเครื่องดื่ม 18+ ก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสม ก็จะขาดรายได้ส่วนนี้ไป หากเทียบกับวงศิลปินอื่นๆ แต่การมีเธียเตอร์เอง สามารถควบคุมเรื่องเหล่านี้ได้ และก็สามารถสร้างรายได้ ให้กับวงได้ ยามไม่มีงานนอก จุดนี้จะทำให้วงอยู่รอดต่อไปได้แม้ไม่มีงานอื่น สมาชิกวงก็จะมีงานทำอยู่ตลอดทุกสัปดาห์ และคาเฟ่ ก็สามารถขายอาหาร และเครื่องดื่ม เป็นรายได้เสริมได้อีกด้วย

-คอนเสิร์ต / ช่วงเริ่มต้นก็อาจจะจัดแค่ มินิคอนเสิร์ตเล็กๆไปก่อนตามกำลังของวง หรือฟรีคอนเสิร์ตไปเลยก็เคยมี เพื่อเรียกแฟนคลับหน้าใหม่ๆเข้ามารู้จักกับวงก่อน แต่ก็อาศัยการขายของที่ระลึกหน้างาน มาเป็นรายได้เสริมทดแทนไป จนเมือวงมีฐานแฟนคลับที่เยอะขึ้น และมีเพลงมากพอจะจัดคอนเสิร์ตใหญ่ได้ ก็เปิดขายตั๋วกันไปเลย การที่วงไอดอลมาถึงจุดที่สามารถจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองได้ ก็ถือว่าวงประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

#งานนอก : การที่วงไอดอลเริ่มมีงานนอกเข้ามา ก็เป็นตัวพิสูจน์อย่างหนึ่งว่าวงเริ่มเป็นที่สนใจ และเริ่มมีคนนอกรู้จักมากขึ้น ทั้งกับตัววง และตัวเมมเบอร์บางคนที่จะเป็นดาวเด่นขึ้นมา ให้คนนอกสนใจ และติดตาม

-งานโฆษณา พรีเซนเตอร์สินค้า / เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้วงมีงบมากขึ้น สามารถเลี้ยงวงไปได้นานขึ้นด้วย การที่มีแบรนด์สินค้าต่างๆเข้ามาสนใจจ้างเป็นพรีเซนเตอร์ ก็เป็นโอกาสดีดีที่คนนอกจะได้รู้จักวงมากขึ้น และหากสินค้านั้นๆ ได้รับการสนับสนุนที่ดีด้วย ก็ยิ่งทำให้สินค้าตัวอื่นๆสนใจเข้ามาจ้างงานต่ออีกเรื่อยๆ มูลค่าของวงก็จะสูงขึ้นด้วย

-ถ่ายแบบนิตยสาร, ออกรายการ TV, พิธีกรรายการ, เล่น MV, ละคร ซีรีย์, ภาพยนตร์ / เมื่อวงแมส เป็นกระแส เหล่านิตยสาร รายการทีวี ต่างๆก็อยากจะให้ไปออกรายการ โชว์ตัว เรียกว่าทีวีทุกช่อง หนังสือปกดัง ต่างก็อยากได้ไปขึ้นปก ก็ส่งผลให้กับน้องๆไอดอล ได้มีโอกาสอื่นๆตามมาอีกมากมาย เช่น เล่น MV, ละคร ซีรีย์, ภาพยนตร์ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับความพร้อม และความสามารถของเมมเบอร์แต่ละคน จะคว้าโอกาสนั้นไว้ได้หรือไม่ ก็เป็นก้าวแรกที่จะขยับจากการเป็นไอดอล ไปสู่การเป็น ดารา และศิลปินเต็มตัว ในอนาคตนั่นเอง

บทสรุป : วงไอดอล ถ้าจะยืนอยู่ในวงการไปได้นานๆ ต้องหาจุดขายมากกว่าแค่เพลงเพียงอย่างเดียว โดยการปรับตัวเองให้เป็นธุรกิจบันเทิงครบวงจร 1.ขายสินค้าและของที่ระลึก ด้วยระบบสุ่มกาชา ควรต้องเน้นคุณภาพด้วย 2.บุกตลาดออนไลน์ ด้วยดิจิทัลคอนเทนต์ 3.จัดกิจกรรมงานอีเว้นท์ภายในของวงให้หลากหลาย และต่อเนื่อง 4.หางานนอก เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้คนรู้จักวงเพิ่มขึ้น และต่อยอดธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น

5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ปี 2561

ถึงเวลาก็กลับมาเจอกันอีกครั้งสำหรับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ของปี 2561 แต่เป็นบทความแรกของปีนี้ 2562 ก็ลองมาดูกันว่าในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2561) มีเรื่องอะไรกันบ้าง ที่ผมชอบ และไม่ชอบ ก็ต้องบอกไว้ตรงนี้ก่อนเลยว่า เป็นแค่ความคิดเห็น และความรู้สึกส่วนตัวของผมเองล้วนๆ เพราะมันเป็นเรื่องที่มีทั้งทำให้ ใจเสีย และเรื่องที่ทำให้ ใจเต้นแรง ในรอบปีอาจจะมีหลายๆเรื่องที่พุ่งเข้ามา แต่ก็คัดเอาที่สุดเท่าที่อยากจะบอกได้ มาเขียนไว้ตรงนี้

ก็เหมือนเดิมมาเริ่มต้นที่เรื่องไม่ชอบกันก่อน และจบท้ายสวยๆ ด้วยเรื่องที่ชอบ ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย …

5 ไม่ชอบ

1.ผลงานผีแดงในรอบปี 2018

ใครที่เป็นแฟนผีแดง ก็คงจะทราบกันดีว่าตลอดปี 2018 ฟอร์มของทีมเป็นเช่นไร ต้นปีมีลุ้นแชมป์ FA CUP แต่ก็พลาดไป พอเปิดฤดูกาลใหม่ น้ามู ก็ไม่ได้งบซื้อตัวผู้เล่นอย่างที่หวัง เหมือนมีปัญหาภายในหลายๆอย่าง ทีมก็จมอยู่กลางตาราง จนสุดท้ายก็ต้องปลดน้ามูออกไป น่าเสียดาย แต่ก็เข้าใจโลกของฟุตบอล โซลชาร์ เข้ามาแทนที่ ตอนนี้ผลงานก็ถือว่าดี น่าพอใจ แต่ก็ต้องดูกันยาวๆ เพราะตำแหน่งผู้จัดการทีมตอนนี้ยังเป็นแค่ตำแหน่งชั่วคราว ไม่แน่ว่าจบฤดูกาลไปแล้ว ผู้จัดการทีมตัวจริงจะเป็นใคร ก็ได้แต่หวังว่าทีมจะกลับมาได้ลุ้นแชมป์เสียที หลังจากรอมานานนับตั้งแต่ป๋าวางมือไป

2.งานอดิเรก ทำได้น้อยลง (ดูหนัง, อ่านหนังสือ, เขียนหนังสือ)

เป็นอีกปีที่งานอดิเรกหายไปเยอะเลย หนังก็ดูน้อยลง หนังสือก็อ่านจบไปไม่กี่เล่ม งานเขียนทั้งหนังสือ และบทความต่างๆ ก็น้อยกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา เหมือนแรงบันดาลใจอะไรมันหล่นหายไป ในปีที่ผ่านมา ตอนนี้ก็พยายามจะกลับมาเขียน มาอ่านอีกครั้ง เพื่อต่อยอดไปสู่กิจกรรมอื่นๆต่อไป

3.ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

จากที่เคยเดินออกกำลังกายเกือบทุกวัน ปีที่ผ่านมาแทบจะไม่ได้ออกกำลังกายเลย เอาตรงๆว่าไม่กล้าชั่งน้ำหนักเลยตอนนี้ น่าจะใกล้หลักร้อยแน่ๆ ปีนี้ยังไงก็ต้องกลับมาฟิตร่างกายให้ได้ เพราะยิ่งปล่อยไปดูถ้าจะยิ่งแย่ ยิ่งอายุเริ่มมากขึ้นทุกวัน ยอมรับว่ากลัวการเจ็บป่วยมาก เพราะเป็นอะไรมันก็จะเป็นนาน หายช้า เพราะสภาพร่างการไม่แข็งแรง เหมือนตอนวัยรุ่นแล้ว

4.ปัญหาเรื่องงาน

เรื่องงานก็เป็นปัญหาที่สะสมมานานตั้งแต่ปลายปีก่อนแล้ว แต่มันมาส่งผลหนักข้อ ก็คือตอนปีที่ผ่านมา หลายๆงานที่จำใจต้องปิดตัวลง เพราะกระแสโลกที่เปลี่ยนไป หลายๆอย่างขาดงบสนับสนุน ก็ไม่สามารถที่จะทำต่อไปได้ พอมีปัญหาเรื่องงาน ก็ย่อมส่งผลกับเรื่องเงินไปด้วย ก็ต้องประคองตัวกันไปก่อนช่วงนี้ ช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิตอีกครั้ง

5.ศึกษาหาความรู้ใหม่ๆน้อยไป

เป็นความรู้สึกส่วนตัวจริงๆอันนี้ ที่หมือนการค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ หรือติดตามกระแสโลกน้อยลง แม้โลกออนไลน์จะมีความรู้มากมายก็ยังหาดู หาฟังน้อยเอง หนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจก็หยิบมาเปิดอ่านน้อยเช่นกัน ก็เลยรู้สึกว่าความรู้มันนิ่งๆไปช่วงปีที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าตัวเองหมดไฟไปตอนไหน แต่ตอนนี้ก็กำลังจุดไฟให้ตัวเองใหม่อีกครั้งเช่นกัน เพราะยังเชื่อว่าความรู้มีอยู่รอบตัว อยู่ที่เราจะเห็นมันหรือเปล่า แล้วจับเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

5 ชอบ

1.ได้กลับมาดูหนังในโรงหนังอีกครั้ง

ต่างจังหวัดที่ไม่มีห้างใหญ่ โรงหนังก็ไม่มี ที่มีก็ปิดตัวหนีหายไปหมดหลายปี จนมาปีนี้ที่โรงหนังกลับมาแล้วกับห้างใหม่ ถึงสองที่ ทำให้ได้มีโอกาสเข้าไปชมหนังในโรงหนังอีกครั้ง อย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่ดีแม้หนังจะยังไม่ได้หลากหลาย แต่ก็ดีกว่านั่งดูหนังออนไลน์อยู่ที่บ้านอย่างเดียว

2.K-POP

ตั้งแต่ที่ฟังเพลงยุค girls generation แรกๆ ก็ห่างหายจากวงการเพลง K-POP ไปเลย จนมาปีนี้ก็เลยลองแวะหาเพลง K-POP ฟังสักหน่อย ก็ไปเจอวง วง BTS กับ วง TWICE(ทไวซ์)  ที่ฟังเพลงแล้วรู้สึกชอบ แต่บอกก่อนว่าเป็นแค่แฟนเพลงนะครับ ไม่ใช่แฟนคลับที่ตามลึกแบบจำชื่อนักร้องได้ทุกคน แค่ฟังเพลงแล้วมันโดนหลายเพลง ก็เลยติดตามหาเพลงอื่นๆมาฟัง ดังนี้

วง TWICE(ทไวซ์)  เพลง “KNOCK KNOCK”, “What is Love?”, “TT”, “LIKEY”, “Heart Shaker”

วง BTS เพลง FAKE LOVE, I NEED U, Save ME, Run, Spring Day, DNA

3.วง Idol Thai GG T-POP กำลังจะกลับมา

จากกระแสความสำเร็จของวงไอดอล BNK48 ที่พาเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย ดังในประเทศไทย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีวง GG และวง Idol เกิดขึ้นตามมาอีกมากมายหลายวง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะกระแส T-POP นั้นหายไปนานแล้ว ตลาดวงการเพลงไทยจะได้กลับมามีสีสันอีกครั้ง แต่ก็เสียดายที่รายการทีวีต่างๆยังไม่ค่อยทำรายการแบบรวมวง Idol วง GG ให้มาโชว์แบบไม่แบ่งค่าย หรือจัดรางวัลให้กับวงที่มียอดขาย CD ยอดดาวน์โหลดเพลงได้เยอะๆ ถ้าทำได้ กระแส และการแข่งขันกัน ก็จะทำให้วงการเพลงกลับมาเป็นกระแสได้มากเลย แบบที่วงการ K-POP ทำได้

4.Twitter

เรียกได้ว่าที่กลับมาเล่น Twitter หนักอีกครั้ง ก็เพราะมาตาม #BNK48 ติดตามข่าวสารของวงได้รวดเร็วที่สุดแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน Twitter เองก็เป็นแหล่งข่าวที่รวดเร็ว อะไรเป็นข่าว เป็นกระแส เราก็จะได้เห็น # ขึ้นมาติดเทรนด์ อันดับต้นๆก่อนเลย จะเรียกว่าเป็นเรื่องดีก็ว่าได้ ที่ได้รับรู้ข่าวสารบ้านเมืองได้เร็วกว่าใคร

5.Noey BNK48

Noey BNK48 หรือ น้องเนย เป็นหนึ่งในสมาชิกเมมเบอร์ของ วง BNK48 นั่นเอง เรียกว่าเป็น คามิโอชิ ของผมเลย ติดตามมาตั้งแต่กลางปีก่อน จนวันนี้ ก็ได้เห็นน้องพัฒนาตัวเองมาไกลมาก กับการทำหน้าที่เป็นไอดอลที่ดี ได้เห็นน้องยืนเป็นเซนเตอร์ ถึงสอง Single และ กับการเลือกตั้ง BNK48 ที่กำลังจะมาถึง ก็หวังให้น้องติดอันดับสูงที่สุด หรืออย่างน้อยก็ติดคามิ 7 ให้ได้ การมาติดตามน้องๆ ก็เหมือนต่างเป็นกำลังใจให้กัน เพราะต่างก็มีฝัน และแรงบันดาลใจ ที่ดีได้ ผมเชื่อเช่นนั้น

ทังหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ 5 ชอบ และ 5 ไม่ชอบ ของปี 2018 ที่ผ่านพ้นไปแล้ว มาดูกันว่าปี 2019 จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง ไม่ว่าเรื่องนั้นๆจะเป็นเช่นไร ยังไงเราก็ยังต้องใช้ชีวิตกันต่อไป สู้ไปด้วยกันครับทุกคน