ไตรมาสสุดท้ายของปี 2019 กับงานฟรีแลนซ์ต่างๆ

ด้วยสภาพเศรษฐกิจในช่วงนี้ ที่ยังไม่ค่อยแน่นอน ทำให้ ไตรมาสสุดท้ายของปี 2019 ต้องเร่งทำยอดปิดงบประจำปี ใครทำได้ก็รอด ใครไม่ไหวก็มีร่วงกันบ้าง ก็ได้แต่เอาใจช่วยทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นคนทำธุรกิจ หรือพนักงาน ต่างๆ

แม้แต่ผมเอง คนทำงานฟรีแลนซ์ ก็ยังต้องดิ้นรน เอาแน่เอานอนไม่ได้ งานบทจะมาก็เข้ามาติดๆกัน บทจะหายก็หายยาวไปหลายเดือน เช่นกัน

งานพวกรับจ้างโพส รับซับมิท ผมก็เลิกทำไปสักระยะแล้ว ส่วนงานรับเขียนบทความ ผมคงยุติไว้แค่ปีนี้ครับ ด้วยหลายๆเหตุผล แต่จะไปเน้นที่ การเขียน e-book แทนครับ อยากสร้างผลงานรูปเล่ม แต่ตอนนี้คงทำเป็นอีบุ๊คออนไลน์ไปก่อน งานที่ลงมือทำทีเดียวแล้วขายไปเรื่อยๆ น่าจะเข้าทางผมมากกว่า เอาจริงๆผมอยากให้ผลงานมันเป็นแบบ Passive Income

งาน SEO ยังรับอยู่แต่ก็จะลดบทบาทลงเช่นกัน รับเป็นบางงาน บางคีย์เวิร์ดเท่านั้น ซึ่งจริงๆ งาน SEO ช่วง 2-3 เดือน มานี้ ก็มีลูกค้าทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ แวะเวียนติดต่อกลับมาหาเยอะขึ้นครับ คงเพราะการทำ SEO ที่ซับซ้อนขึ้นกว่าเมื่อก่อน และการทำอันดับยังคงมีผลกับยอดขายในปัจจุบันมากครับ ทำให้คนยังสนใจ SEO อยู่

หลังจากนี้ผมคงเน้นไปที่งาน ตัดต่อ ทำคลิปวีดีโอ และยูทูบ มากขึ้น เพราะกระแสของ YouTube กำลังมาแรงในยุคนี้ และเชื่อว่าจะยังไปต่อได้อีก มองระยะสั้น อย่างน้อยๆ 3-5 ปี ข้างหน้าคนก็ยังนิยมอยู่แน่ ถ้าไม่รีบทำตอนนี้ ด้วยกฎต่างๆ มันก็จะยิ่งทำยากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นรีบลงมือทำไปตอนนี้ คือดีที่สุดครับ

แพลนงาน ไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ของผม ให้น้ำหนักตามนี้ครับ

-YouTube / 60%

-SEO / 20%

-เขียน E-BOOK / 10%

-อื่นๆ เช่น ขาย Backlink / ขายของออนไลน์ / 10%

**หากจะมีการปรับเปลี่ยนอะไร หรือไม่ ปลายปี ค่อยมาวางแผนอีกที ต้อนรับปี 2020 ครับผม

คุยเล่นประเด็นหลากหลาย ในช่วงครึ่งปีแรก 2019

ผ่านแล้วครึ่งปี เลยครึ่งปีผ่านแล้ว เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านเลยครึ่งปีมาแล้ว จริงๆก็มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น และก็ยังคงดำเนินต่อไป แต่ไม่ว่าบ้านเมืองจะเป็นยังไง ก็ขอให้มีสติ ผ่านทุกเรื่องไปให้ได้ครับ

มาพักเรื่องเครียดๆ ติดตามเรื่องบันเทิง ที่ผมสนใจตอนนี้ ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมากันดีกว่า

-กีฬา
ฟุตบอล คือ กีฬาหลักที่ผมติดตาม โดยเฉพาะสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งฤดูกาลก่อนจบไม่สวย ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่ ซึ่งฟอร์มก็ไม่ค่อยดี จบเพียงอันดับ 6 เท่านั้น

แต่ฤดูกาลนี้ มีการซื้อตัวผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทีมได้ตรงจุด โดยเฉพาะกองหลัง ซึ่งก็น่าจะตอบโจทย์ได้ดี ซึ่งฤดูกาลใหม่ 2019-2020 ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แม้ฟอร์มเปิดหัวจะดี แต่ฤดูกาลก็ยังอีกยาวไกล สู้ต่อไป ผีแดง แมนฯยูฯ

-เพลง
วงการเพลงไทยปีนี้ก็มีสีสันไม่น้อย ทั้งสายลูกทุ่ง อย่างเพลง เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว / สายเพลงแร็ป อย่างเพลงธารารัตน์ / สายเพลงร็อค อย่างเพลงกรรม เป็นต้น ต่างก็มียอดวิวทะลุ 100 ล้านวิวอย่างรวดเร็ว

ส่วนสาย ไอดอล ที่ผมติดตามอยู่ ปีนี้ด้านเพลงอาจจะยังไม่ค่อยโดนใจตลาด แต่กระแสของวง BNK48 ก็ทำให้เกิดวงใหม่ๆขึ้นมาตอนนี้ ไม่ต่ำกว่า 30+ วง และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆด้วย ก็แสดงว่าตลาดนี้มันยังทำเงินอยู่

และกระแสการทำเพลงแนว T-POP ก็เริ่มมีหลายๆวง กลับมาทำเพลงอีกครั้ง น่าติดตามมากว่า วงการเพลงไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป อาจจะกลับมาปังอีกครั้งก็ได้

-หนัง
ปีนี้มีหนังหลายเรื่องน่าดู แต่ไปเข้าโรงดูจริงๆ แค่เรื่องเดียวเอง Friend Zone (2019) ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน

ส่วนใหญ่จะไปเน้นดูซีรี่ย์หลายเรื่องเลย ทั้ง Game of Thrones ที่อาจจะจบไม่ค่อยประทับใจ แต่ก็ต้องตามเก็บให้หมด

Westworld ก็เป็นซีรี่ย์อีกเรื่องที่ดี แต่ต้องตั้งใจดู เพราะเดินเรื่องช้า

ตอนนี้มีอีกเรื่องที่แนะนำ The Naked Director คืออะไร ไปติดตามดูกันเองครับ

-หนังสือ
กับหนังสือเล่ม ก็ยังอ่านได้น้อยอยู่ แต่ไปอ่านพวกนิตยสารแทน โดยเฉพาะกับหนังสือที่มีน้องๆเมมเบอร์ BNK48 ขึ้นปก ก็จะตามซื้อ ตามเก็บมาอ่าน โดยเฉพาะเล่มที่มีคามิโอชิ ไม่พลาดแน่นอน

ครึ่งปีผ่านไปแล้ว ปลายปีค่อยมาสรุปกันอีกที ว่ามีอะไรน่าสนใจ ในวงการบันเทิง ที่ผมติดตามอยู่ขณะนี้ แล้วเจอกันครับ

ยอดขายอัลบั้ม BNK48 และ CD Single สรุปรวม ล้านแตก!!! ภายใน 2 ปี ที่ Debut

แม้คนฟังเพลงในยุคนี้ จะชื่นชอบของฟรี เพราะหาฟังง่าย โหลดง่าย เทป ซีดี กลายเป็นของล้าสมัยไปแล้ว การมาของเว็บสตรีมมิ่งกลายเป็นสื่อออนไลน์ที่ทุกคนเข้าถึงอย่างรวดเร็ว ทำให้ศิลปินหลายคนท้อ บริษัทเพลงหลายแห่งเลิกผลิตแผ่นซีดีไปแล้ว เพราะขายได้น้อย

แต่ก็ยังมีศิลปินบางวง ยังทำเพลง ผลิตซีดี มาขายอยู่บ้าง แต่ยอดที่ได้ก็ไม่ค่อยคุ้มกับการลงทุน จนมีการแซวกันว่า “หากขายได้เกิน 1,000 แผ่น ก็แทบจะปิดบริษัทเลี้ยงแล้วในยุคนี้” นั่นสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการทำเพลงของยุคนี้

ทำให้ศิลปินส่วนหนึ่งเลือกที่จะออก Single แล้วลงสตรีมมิ่ง ทำ MV. ลง YouTube แล้วรับงานโชว์ตัว เพื่อเลี้ยงชีพ พร้อมกับทำธุรกิจส่วนตัวไปด้วย แทบไม่มีใครหวังกับการทำอัลบั้มแล้วขายแผ่น CD อีกแล้ว

แต่รู้หรือไม่ ว่าเมื่อ1-2 ปี ที่ผ่านมา ได้มีวงไอดอล girl group ที่สามารถทำเพลง และผลิตแผ่นซีดีออกมาขายได้ครั้งละเป็นหมื่นแผ่น บาง Single ขายได้เป็นแสนแผ่น ยอดขายรวมทั้งหมด ตอนนี้ถึงหลักล้านแผ่นไปแล้ว นั่นก็คือ ไอดอล วง BNK48 นั่นเอง

#สรุป ยอดขายอัลบั้ม BNK48 และ CD Single

Single 1. “อยากจะได้พบเธอ” / ยอดขาย CD จำนวน 13,000 แผ่น

Single 2. “คุกกี้เสี่ยงทาย” / ยอดขาย CD จำนวน 30,000 แผ่น

Single 3. “วันแรก” / ยอดขาย CD จำนวน 170,000 แผ่น

อัลบั้ม 1. “ริเวอร์” / ยอดขาย CD จำนวน 80,000 แผ่น

Single 4. “เธอคือ…เมโลดี้” / ยอดขาย CD จำนวน 320,000 แผ่น

Single 5. “บีเอ็นเคเฟสติวัล” / ยอดขาย CD จำนวน 300,000 แผ่น (**ไม่รวมยอด Music Card Edition ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล)

Single 6. “บีกินเนอร์” / ยอดขาย CD จำนวน 160,000 แผ่น (***เป็นยอดประมาณการณ์ อฟช. ยังไม่สรุป)

อัลบั้ม 2. “จาบาจา” / (*อยู่ระหว่างรอการเปิดพรีออเดอร์)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
forbesthailand.com/news/other/ช่องว่างการตลาด-bnk48.html

https://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อผลงานของบีเอ็นเคโฟร์ตีเอต

นับตั้งแต่ที่วง BNK48 ทำการเปิดตัว Debut Single แรก อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 มิถุนายน 2560 มาถึงวันนี้ ก็เกือบสองปีเต็มแล้ว จากจำนวน 6 Single กับอีก 1 อัลบั้มเต็ม ที่เปิดขายแบบพรีออเดอร์ ยอดรวมทั้งหมดผ่านหลักล้านไปแล้ว และแน่นอนว่าวงยังอยู่ ก็จะยังคงออกอัลบั้ม และ Single อยู่เรื่อยๆ ก็จะทำยอดขายต่อไปอีก

# ข้อโต้แย้ง แน่นอนว่าต้องมีบางท่าน ที่มองว่าที่วง BNK48 ทำยอดขาย CD ได้เยอะ ก็เพราะว่าอยากได้บัตรจับมือมากกว่า

ให้ถูกครึ่งหนึ่ง ผมไม่ปฏิเสธครับ ที่ Single CD เพลง BNK48 ทำยอดขายได้เยอะมาก เพราะพ่วงบัตรจับมือมาด้วย (ถ้าเป็นอัลบั้มจะพ่วงอีเว้นท์ 2-Shot) แต่นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของ วัฒนธรรมไอดอล ที่จะทำให้วงมีรายได้ และอยู่รอดไปได้นานๆ

แม้แต่ วง K-POP เอง ก็ยังต้องออก CD มาหลายไทป์ มีของแถม มีรูป มีการ์ดสุ่มแบบ เพื่อเพิ่มยอดขายเหมือนกัน รวมไปถึงยังมีการสุ่มสิทธิ์เพื่อเข้าร่วมงานอีเว้นท์ต่างๆอีกด้วย

ดังนั้นผมไม่ติดใจเรื่องของแถม ของที่พ่วงอีเว้นท์เท่าไหร่ เพราะถ้าวงไม่ดีจริง ต่อให้แถมมากกว่านี้ ก็ขายไม่ได้เท่านี้ครับ ด้วยเพราะฐานแฟนที่รักและอยากสนับสนุนวงไอดอล และเมมเบอร์ มันจึงเกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้ มันคือส่วนหนึ่งของการทำตลาดเพลงในยุคนี้

ความสำเร็จของวง BNK48 นอกจากยอดขาย CD แล้ว ยอดบนสตรีมมิ่ง ก็ดีด้วยเช่นกัน เพลงที่มีคนฟังหลักแสนก็หลายเพลงอยู่ แม้ว่าจะเป็นเพลงแนวไอดอลก็ตาม

# ยอด สตรีมมิ่ง บน Spotify ( 5 อันดับ ณ เดือนพฤษภาคม 2562)

- “คุกกี้เสี่ยงทาย” / ยอด สตรีมมิ่ง 2,434,719 ครั้ง

- “วันแรก” / ยอด สตรีมมิ่ง 835,249 ครั้ง

- “365 วันกับเครื่องบินกระดาษ” / ยอด สตรีมมิ่ง 725,727 ครั้ง

- “เธอคือ…เมโลดี้” / ยอด สตรีมมิ่ง 572,630 ครั้ง

- “อยากจะได้พบเธอ” / ยอด สตรีมมิ่ง 517,369 ครั้ง

สำหรับประเทศไทยในยุคนี้ หากจะวัดว่าศิลปินวงไหนดัง เพลงไหนโดน ยอดวิวบน YouTube คือหนึ่งในมาตรฐานเพลงไทย โดยเฉพาะเพลงที่มียอดวิวเกิน 100 ล้านวิว ก็มักจะได้รับการยอมรับ และพูดถึงมาก ทั้งจากแฟนคลับ แฟนเพลง และสื่อต่างๆด้วย แน่นอนว่า BNK48 เอง ก็มีเพลงฮิต ร้อยล้านวิว อย่างเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย แม้เพลงอื่นๆจะมียอดวิวตามหลังอยู่มาก แต่ก็มียอดวิวหลักล้าน และหลักสิบล้านอยู่หลายเพลง ก็ลองตามไปฟังกันได้ครับ

# ยอดวิวบน YouTube ( 10 อันดับ ณ เดือนพฤษภาคม 2562)

1.Koisuru Fortune Cookie – คุกกี้เสี่ยงทาย / ยอดวิว 171,306,000

2.Kimi wa Melody – เธอคือ…เมโลดี้ / ยอดวิว 19,686,675

3.RIVER / ยอดวิว 19,551,998

4.Tsugi no Season – ฤดูใหม่ / ยอดวิว 16,205,973

5.Aitakatta – อยากจะได้พบเธอ / ยอดวิว 12,704,023

6.Shonichi – วันแรก / ยอดวิว 11,251,128

7.BNK Festival / ยอดวิว 6,438,165

8.Beginner / ยอดวิว 5,484,195

9.Anata to Christmas Eve – คำสัญญาแห่งคริสต์มาสอีฟ / ยอดวิว 4,926,255

10.Kimi no Koto ga Suki Dakara – ก็เพราะว่าชอบเธอ / ยอดวิว 3,883,884

สรุป : แม้ว่าวง BNK48 จะเป็นวงน้องสาวของวง AKB48 แต่จุดเริ่มต้นกว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ ก็ผ่านช่วงเวลายากลำบากมาเหมือนกัน แต่วงก็ผ่านมาได้เร็ว จากกระแสของเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย ก็สามารถต่อยอดมาถึงตอนนี้ จากยอดพรีออเดอร์หลักหมื่น มาถึงหลักแสน ในแต่ละ Single ส่วนตัวเป็นแฟนคลับวงนี้ก็อยากเห็นยอดขาย  CD ต่อ Single หนึ่งล้านแผ่น กลับมาในประเทศไทยอีกครั้ง เชื่อว่าวงการเพลงไทยสามารถกลับมายิ่งใหญ่ได้ หากแฟนคลับยังคงพร้อมใจกันสนับสนุนเพลงไทยอย่างจริงจัง