รีวิวอีเวนท์ งานจับมือ BNK48 : 2nd Single Koisuru Fortune Cookie คุกกี้เสี่ยงทาย วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 13-14 มกราคม พ.ศ. 2561

ก่อนอื่นเลยคงต้องกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ กันก่อนเลยเพราะไม่ได้อัพเดทบล็อกนี้นานมาก ตั้งแต่ปีที่แล้ว มาอีกทีก็โพตส์นี้เลยจะเป็นการอัพเดทครั้งแรกของปีใหม่นี้

แต่เปิดมาก็มาอัพเรื่อง BNK48 เลยหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า BNK48 คือใคร ก็ขอเล่าแบบย่อสุดๆเลยว่าเป็น วงน้องสาวของ AKB48 ของญี่ปุ่นนั่นเอง โดยทางประเทศไทยเราได้ซื้อลิขสิทธิ์มาเปิดเป็นวง ไอดอลในประเทศไทย โดยปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 28 คน ณ วันที่เขียนบล็อก

แล้วทำไมต้องมีอีเวนท์ งานจับมือ เหตุผลหลักก็คือเป็นการวัดกระแสความนิยมในตัวเมมเบอร์แต่ละคน ซึ่งจะมีผลต่อการได้ออก Single ต่อๆไปในอนาคตด้วย เนื่องจากสมาชิกมีหลายคน จะเอามาออกอัลบั้มพร้อมๆกันทั้งหมดก็คงไม่ไหว ดังนั้นก็เลยจะคัดเอา 16 คน มาเป็นตัวจริง ที่เหลือก็เป็นตัวสำรอง เหมือนทีมฟุตบอลเลย ทั้งนี้รูปแบบการจัดงานเราก็นำมาจากวงพี่ที่ญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

อีกเหตุผลหนึ่ง ของงานจับมือ ก็คือการได้ใกล้ชิดกับเมมเบอร์ที่เราชื่นชอบด้วย ได้ไปพบเจอกันใกล้ๆ ไปให้กำลังใจกันส่งผ่านความรู้สึกดีดีให้กันแบบใกล้ชิด เนื่องจากวงไอดอลนั้นมีกฎอยู่มากมาย แฟนคลับไม่สามารถถ่ายรูปกับไอดอลได้ ไม่สามารถไปขอจับมือแบบศิลปินอื่นๆได้ จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีอีเว้นท์ที่ทางบริษัทจัดให้เท่านั้น ซึ่งเราก็เข้าใจได้ว่าเป็นเหตุผลทางธุรกิจนั่นเอง

การจะไปจับมือกับไอดอลที่เราชื่นชอบได้ก็ต้องมีบัตรจับมือเสียก่อน ซึ่ง บัตรจับมือนั้นหลักๆเลย จะแถมมากับ CD Single แน่นอนว่าหากอยากได้บัตรจับมือ ก็ต้องสั่งซื้อแผ่น CD กันก่อน 1 แผ่นได้บัตรจับมือ 1 ใบ หากเราอยากจับมือหลายๆรอบ หรืออยากจับมือกับไอดอลหลายๆคน ก็ต้องสั่งซื้อหลายๆแผ่น เช่นกัน ซึ่งบัตรจับมืออาจจะแถมมากับสินค้าอื่นๆ ที่ทางบริษัทจะนำออกมาจำหน่ายก็ได้ ซึ่งแฟนคลับต้องคอยติดตามรายละเอียดกับทางเพจหลักของ BNK48 ที่ https://web.facebook.com/bnk48official/ หรือ เว็บไซต์หลัก https://www.bnk48.com/

นี่น่าจะเป็นงานจับมือครั้งที่ 4 แต่เป็นจับมือเดี่ยวครั้งที่ 3 ถ้าจำไม่ผิด เอาจริงๆผมก็พึ่งมาตามได้สักพัก ก็พึ่งได้มาศึกษาระบบของวง และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งก็น่าสนใจดี เพราะไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย โดยเฉพาะงานจับมือ ได้ไปส่องตาม Youtube ที่คนเคยไปงานมาเล่าความรู้สึกให้ฟัง ผมก็เลยอยากลองไปงานดูสักครั้ง อยากรู้ว่าจะตื่นเต้นจริงเหรอ จะฟินแค่ไหน แม้ว่าผมจะอยู่ต่างจังหวัด แต่ก็ขอเข้ากรุงเทพฯ เพื่องานนี้ดูสักครั้ง

บอกก่อนเลยว่าผมมี โอชิ (คนที่ชอบ) ทั้งหมด 7 คน จะเรียกว่าเป็น โอชิ 7 ก็ได้ คือ เฌอปราง, มิวสิค, ปัญ, เจนนิษฐ์, แจน, จ๋า และ เนย ซึ่งคนที่ผมหวีดหนักมากที่สุดก็คนสุดท้ายนี่แหละครับ ตั้งใจไปงานจับมือ เพื่อจับกับน้องเนย โดยเฉพาะเลย ส่วนเรื่องราวในวันงานจะเป็นอย่างไรไปติดตามกันได้เลยครับ

กับการมางานจับมือครั้งแรกของผม ณ MCC Hall ชั้น 4 เดอะมอลล์งามวงศ์วาน แน่นอนว่ามันก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา เดินเข้าห้างไปหากาแฟกินก่อนไปจับมือ เพราะรอบแรกวันเสาร์เริ่มตอน 13.30 น. คนเยอะอยู่พอสมควรเลยก่อนเข้างานก็ต้องตรวจร่างกาย ตรวจกระเป๋า ซึ่งก็มีทีมงานเยอะอยู่ใช้เวลาไม่นาน พอเข้าไปในงานก็จะเห็นจุดที่แฟนคลับนำสินค้าของ BNK48 มาเทรดแลกกัน มีจุดขายสินค้าของบริษัท โดยแยกจากโซนจับมือ หากเราต้องการจะไปจับมือก็ต้องผ่านด่านตรวจว่าเรามีบัตรจับมือหรือเปล่า หากไม่มีก็จะไม่สามารถเข้าไปในโซนนี้ได้ เขาห้ามถ่ายรูปในงาน ห้ามบันทึกเสียงด้วยนะครับ

ในรอบธรรมดา บัตรจับมือ 1 ใบ จะจับมือได้ 8-10 วินาที เท่านั้น ถ้าจะจับอีกก็ต้องวนไปต่อแถวใหม่ เว้นรอบพิเศษ รอบสุดท้ายซึ่งจะเปิดแค่รอบเดียวในวันอาทิตย์ จะสามารถรวมบัตรจับมือทั้งหมดได้ก็จะจับได้นานกว่ารอบธรรมดา แต่ว่าจำกัดไม่เกิน 100 ใบ และเลือกจับกับไอดอลคนใดคนหนึ่งเท่านั้นไม่สามารถวนได้อีก

บันทึกงานจับมือ #NoeyBNK48

งานวันแรก  13 ม.ค. 61

รอบแรก แถวน้องยาวพอสมควรสองขดครึ่งได้ วันนี้น้องน่ารักมากแต่งชุดในธีมวันเด็ก รอคิวไม่นานก็ได้เข้าไปจับมือแล้ว รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะพึ่งมาเจอตัวจริงครั้งแรก ไม่เคยตามงานอื่นมาก่อนด้วย ตอนเดินเข้าไปน้องเนยยกมือไหว้ก่อนเลย

เนย : สวัสดีค่ะ

ผม : สวัสดีครับ (รับไหว้แทบไม่ทัน)

ผม : พึ่งมางานจับมือครั้งแรกเลย

เนย : งือ..ตื่นเต้นละซี่ (น้องยิ้ม และจ่องตา)

ผม : … (เขิน ใจสั่น ผมพูดต่อไม่ได้เลย สติหลุดไปแล้ว)

–หมดเวลา–

เดินออกจากเลนด้วยใจลอยๆ พยายามไม่เผลอยิ้มออกมาเพราะความฟิน อายคนที่ยืนต่อแถวน้องอยู่ด้วยแหละ

รอบสอง

รอบนี้ผมเรียกสติกลับมาได้แล้ว อยากยินดีกับน้องเรื่อง Single ที่ 3

ผม : ยินดีด้วยนะครับ เรื่องเซนเตอร์

เนย : (จองตา ตั้งใจฟังมาก)

ผม : รอฟังเพลงใหม่อยู่นะ

–ใกล้หมดเวลาค่ะ–

(น้องปล่อยมือเลย คงคิดว่าหมดเวลาแล้ว ผมก็เดทแอร์ไปเลย)

–หมดเวลาค่ะ–

เนย : โบกมือ บ๊ายบาย

ผม : โบกมือตอบกลับไป

(แต่ใจยังไม่อยากออกจากเลนเลย)

บันทึกงานจับมือ #NoeyBNK48

งานวันที่สอง  14 ม.ค. 61

ช่วงเช้าแถววันนี้ไม่ยาวมากประมาณขดครึ่งแต่ก็มีคนมาเติมอยู่เรื่อยๆ น้องมาในชุดเดรส  ปล่อยผม น่ารักกว่าวันแรกอีกบอกเลย แต่วันนี้ผมเตรียมตัวมาดี ลดความตื่นเต้นไปได้เยอะแล้ว

รอบแรก

เนย : สวัสดีค่ะ (ยกมือไหว้)

ผม : มาขอกำลังใจ คุณนางฟ้า

เนย : (จับมือผม แล้วดึงมือผมไป แล้วก็หลับตา)

เนย : ซิ้ง..(ทำท่าส่งพลังมาให้)

ผม : ขอบคุณครับ (ตอนที่น้องหลับตาผมมองหน้าน้องเนยชัดๆ แล้วรู้เลยว่าน้องน่ารักมากจริงๆ)

–หมดเวลาค่ะ–

น้องเนยดึงมือไว้ไม่ยอมปล่อย พี่การ์ดมาสะกิดแขนเลย สงสัยอยากจะจับชดเชยที่เมื่อวานปล่อยมือก่อนหมดเวลา แต่ว่ารอบนี้รู้สึกได้รับพลังบวกกลับมาเยอะจริงๆ (มือเนยนิ่มมาก)

รอบสอง

เนย : สวัสดีค่ะ

ผม : เหนื่อยไหม?

เนย : ไม่เหนื่อย..แต่เมื่อยนิดนึ่ง

ผม : กินอะไรหรือยัง?

เนย : กินแล้ว กินก๋วยเตี๋ยว

เนย : แล้วกินอะไรหรือยัง?

ผม : กินแล้วครับ

–หมดเวลาค่ะ–

เป็นรอบธรรมดาที่ได้คุยเยอะสุดแล้ว จับมือแบบประสานนิ้วกันด้วยรอบนี้

รอบสาม

ผม : ขอเพลงนึ่ง

เนย : เพลงอะไรอ่ะ

ผม : เพลงอะไรก็ได้ครับ

เนย : อยากบอกว่ารักมากมาย..รักเธอมากมาย

ผม : เดทแอร์

–หมดเวลาค่ะ–

ได้ฟังน้องเนยร้องเพลงให้ฟังใกล้ๆ ฟินมากบอกเลย แต่ตอนเดินออกจากเลน ทำไมน้ำตาซึมๆก็ไม่รู้

รอบพิเศษ กับบัตรจับมือ 8 ใบ เพื่อบอกความในใจ รอบนี้เป็นรอบพิเศษ ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายของงานจับมือแล้วด้วย แถวน้องก็ยาวใช้ได้นะ สามขดได้ และมีคนถือบัตรจับมือ 100 ใบ ด้วย!!! รอบพิเศษก็จะรอนานหน่อย แต่ผมรอได้

ผม : หิวไหม?

เนย : ไม่หิว

ผม : เพลงที่ร้องให้ฟังก่อนหน้านี้เพลงอะไรนะ

เนย : เพลงอะไรอ่ะ ไหนร้องสิ

ผม : เขิน (แกล้งจำไม่ได้)

เนย : ไว้ครั้งหน้ามาร้องใหม่นะ

ผม : อือ (พยักหน้ารับ)

** ผมพยายามชวนน้องคุยนอกเรื่อง เพราะก่อนหน้านั้นน้องเนยร้องไห้หนักมาก เพราะแฟนคลับทำซึ้ง ตอนที่คุยกันก็ยังได้ยินเสียงน้องสั่นๆอยู่เลย แต่ยังไงวันนี้ ผมก็ต้องบอกความในใจให้ได้

ผม : จะมาบอกว่าเนยเป็นคามิโอชิของผมนะ

เนย : ขอบคุณนะคะ (น้องพูดพร้อมกับบีบมือผมแรงขึ้นจนรู้สึกได้)

เนย : (เนยปล่อยมือข้างหนึ่ง แล้วชี้นิ้วก้อยออกมา) มาสัญญากันนะ

ผม : (ยื่นนิ้วก้อยออกไปเพื่อเกี่ยวก้อยกับน้องเนย เขินมากจังหวะนี้ เหมือนโลกหยุดหมุน)

เนย : อยู่กับเค้าไปนานๆนะ (ยกมือข้างที่เกี่ยวก้อยกันขึ้นมา พร้อมกับแกว่งมือไปมา)

ผม : (เดทแอร์ไปนิดหนึ่งก่อนจะบอกว่า) ยินดีกับการได้เป็นเซนเตอร์อีกครั้งนะ

–หมดเวลาครับ–

เนย : (ปล่อยมือ แล้วทำท่าสู้ๆ)

ผม : บ๊ายบาย

ได้บอกความในใจสมกับที่ตั้งใจไว้แล้ว ใช่แล้วครับ ผมคามิน้องเนย จริงๆก็เลือกคามิเนยมานานแล้ว แค่อยากจะมาบอกกับน้องใกล้ๆ ให้น้องรับรู้ไว้ ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ ผมรอจนน้องจับมือคนสุดท้ายรอบพิเศษหมด ได้ส่งเสียงเชียร์ และถ่ายรูปกับกลุ่มแฟนคลับน้อง มันรู้สึกอบอุ่นโรแมนติกมาก

สรุป : มางานจับมือครั้งแรกสนุกมาก คุ้มมาก ฟินมาก แอบซึ้งนิดๆ การได้มาเจอใกล้ๆ ได้จับมือ ได้เห็นรอยยิ้ม ได้มองตา และส่งกำลังใจให้กัน มันมีค่าเสมอ ต่อให้ต้องเดินทางมาไกลกว่า 700 กิโลเมตร เพื่อมาหาน้องเนยก็ยอม

ปล. ด้อมเนย (กลุ่มแฟนคลับน้องเนย เพจ https://web.facebook.com/NoeyBNK48ThailandFanclub/  ) ดูสนุกเฮฮาดี (เพราะเฮไปกับทุกบ้าน) ได้คุยกับบางคนในระหว่างต่อแถวรอบพิเศษ ได้รูปและของที่ระลึกมาหลายใบตอนไปจับมือเลนเนย ขอบคุณมากๆครับ

+++ แล้วคงจะได้พบกันอีกในงานจับมือครั้งต่อๆไป หากมีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก +++

ฝากสนับสนุนน้องเนย ด้วยครับ

Noey BNK48 เนย BNK48 ヌイ。

https://web.facebook.com/bnk48official.noey/

https://www.instagram.com/noey.bnk48office/

5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ปี 2559

กลับมาอีกครั้งสำหรับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ประจำปี 2559 ปีนี้มาช้ากว่าทุกครั้ง เพราะมัวแต่ติดละคร นอนดึก ว่าจะเขียนๆ ก็ไม่ได้เขียนสักที พอมีเวลาแล้วก็รีบมานั่งนึกย้อนเวลากลับไปในปี 2016 มองย้อนกลับไปดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ในบางช่วงบางเวลา สิ่งเหล่านั้นมันส่งผลกระทบกับความรู้สึกของผมอย่างไร ทำไมจึงไม่ชอบ และทำไมจึงชอบ วันนี้ผมได้คัดเลือกออกมาเป็น 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลยครับ…

5 ไม่ชอบ

1.งานเขียนที่ยังค้างคา

ค้างคามาเป็นปีแล้วสำหรับ E-book เขียนไม่เสร็จสักที ติดโน่นติดนี่ ผลัดมาตลอด จนแล้วจนรอดก็ยังเขียนไม่จบสักที สำหรับอีบุ๊คสองเล่มนี้ แต่ในเมื่อเขียนมาขนาดนี้แล้วอย่างไร ก็ต้องเข็ญต่อให้จบ ปีที่แล้วเขียนมาครึ่งทางแล้ว ปีนี้อีกครึ่งอย่างไรก็จบ รับรองได้อ่านแน่นอนครับ (แต่ไม่รับปากว่าจะเป็นเดือนไหน)

2.ดราม่าบนโซเชียล

ไม่ต้องอะไรมาก เอาแค่บน Facebook อย่างเดียวก็พอ เท่าที่ติดตามแฟนเพจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เพจหนัง เพจเกม เพจบอล เพจข่าว มีดราม่ากันให้ได้แทบทุกวัน จนบางทีก็ไม่ไหวต้องหยุดเล่นไปบ้าง ขืนตามทุกเรื่อง ก็ไม่เป็นอันต้องทำงานทำการกันพอดี ไม่ว่าจะดราม่ากันด้วยเหตุผลใด ผมว่าควรมีสติกันหน่อย ใช่ว่าไม่ได้เห็นหน้ากันก็ใช้คำพูดคำจาสาดส่งกันแบบเสียๆหายๆ ตอนนี้โลกเสมือน กับโลกจริง แทบจะแยกออกจากกันไม่ได้เสียแล้วหรือ

3.รายรับที่ขึ้นๆลงๆ

ก็ต้องก้มหน้ายอมรับแต่โดยดีเพราะนี่คือวิถีของคนทำงานฟรีแลนซ์ รายได้ย่อมไม่แน่นอนอยู่แล้ว คงเทียบกับคนทำงานรับเงินเดือนไม่ได้ อาชีพฟรีแลนซ์บทจะงานเยอะก็มาติดๆกัน ส่งผลให้รายรับมากตามไปด้วย ในทางกลับกันหากงานน้อย รายได้ก็น้อยตามไปด้วย แต่ที่เจ็บปวดคือรายจ่ายคงที่ยังมีตลอดทุกเดือน ก็ต้องวางแผนการเงินกันหนักเลยทีเดียว โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่ผ่านมา

4.การล้มหายของสื่อสิ่งพิมพ์

นับว่าเป็นเรื่องน่าใจหายอยู่ไม่น้อย ที่สื่อสิ่งพิมพ์ค่อยๆทยอยล้มหาย ตายจากแผนหนังสือไปที่ละเล่มสองเล่ม ทั้งนิตยสารหลายๆหัว และหนังสือพิมพ์บางฉบับ เพราะการมาของ โมบาย อินเตอร์เนต และโซเชียลต่างๆ ทำให้คนหันไปรับข้อมูลข่าวสาร ในสื่อรูปแบบใหม่ๆแทน ใครปรับตัวไม่ทันก็ต้องยอมรับสภาพ เพราะโลกกำลังหมุนเร็วขึ้น ความเปลี่ยนแปลงมีเข้ามาแทบจะทุกวินาที ใครที่ไหวตัวทันก็ปรับไปอยู่บนโลกออนไลน์บ้าง ออกเป็นเล่มแบบรายสองเดือน สามเดือนบ้าง เพื่อลดต้นทุน และรองรับกับการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ

5.ทำสิ่งที่ชอบน้อยลง (ดูหนัง อ่านหนังสือ เขียนบล็อก)

เป็นปีที่ ดูหนังน้อยมากคิดว่าไม่น่าเกิน 20 เรื่อง ปกติดูไม่ต่ำร้อยเรื่อง หนังสือก็อ่านได้น้อยลงเหลือแค่ 27 เล่มตลอดทั้งปี ส่วนบล็อกก็เขียนบทความน้อยลงเช่นกัน 20 กว่าบทความตลอดทั้งปี อะไรๆก็ดูจะทำได้น้อยลงไปเสียหมด ทั้งที่เป็นสิ่งที่ผมชอบทำและทำอยู่เป็นประจำ ก็หวังว่าปีนี้จะได้ทำมากขึ้นกว่าเดิม

5 ชอบ

1.Pokemon Go

จากที่เล่นตามกระแสแค่ขำๆ กลายเป็นติดเกมนี้แบบจริงจังมาก กระทั่งเติมเงินเล่นกันเลยทีเดียว เรียกว่าออกล่าโปเกมอนกันแทบทุกวัน แม้ว่าจะอยู่ในต่างจังหวัด แต่ก็ยังพอหาเสา หายิม เล่นได้อยู่บ้าง นับว่าเป็นเกมที่สนุกใช้ได้เลยทีเดียว เพราะต้องออกจากบ้าน เพื่อไปจับโปเกมอน ก็ได้เจอเพื่อนใหม่ๆอยู่บ้างเหมือนกัน ใหม่ๆออกไปเล่นบ่อย ช่วงหลังๆก็นานๆออกไปเล่นแล้วครับ แต่ยังไม่เลิกเล่นนะครับ

2.ได้เดินออกกำลังกายมากขึ้น

ความอยากลดน้ำหนัก ทำให้เดินออกกำลังกายบ่อยขึ้นมากกว่าทุกปี แม้ว่าน้ำหนักจะลดไม่ได้มาก แต่ก็รู้สึกแข็งแรงขึ้น และเพราะเกมโปเกมอน โก ด้วย ที่ช่วยทำให้ออกเดินมากขึ้น เพราะต้องเดินฟักไข่โปเกมอน ทำให้มีกิจกรรมทำเวลาออกกำลังกายไปในตัว เรียกว่าได้ประโยชน์สองต่อ ทั้งเดินเล่นเกมไปด้วย ออกกำลังกายไปด้วยเลย

3.ละครนาคี และเพลงคู่คอง

ผมยกให้เป็นละครแห่งปีก็แล้วกันเพราะปกติไม่ค่อยดูละครไทยเลย กระทั่งน้องสาวมาชวนดู ละครเรื่อง นาคี ช่วงที่เขาเอากลับมาเริ่มฉายใหม่ตั้งแต่ตอนแรก กระทั่งจบ ต้องบอกเลยว่าสนุกมาก ทั้งฮา ดราม่า ความเชื่อเรื่องพญานาค ทำให้ดูแล้วอินหนักมาก นักแสดงก็เล่นดี ละครเดินเรื่องเร็วทำให้ดูสนุก แถมเพลงประกอบละครอย่างเพลงคู่คอง ก็เพราะมาก ฟังแล้วฟังอีกไม่เบื่อเลย ขนาดละครจบแล้วก็ยังฟังอยู่เลยครับ

4.น้ามู (โชเซ มูรินโญ่)

แม้ว่า LVG จะพาทีม แมนฯยูฯ คว้าแชมป์ FA Cup มาได้ก็ตาม แต่ภาพรวมของทีมแล้วไม่เป็นไปตามเป้า ก็ต้องเดินจากไป แล้วหวยก็มาออกที่ โชเซ มูรินโญ่ คนนี้นี่เอง ซึ่งหลายๆคนอาจจะไม่ค่อยชอบแกเท่าไหร่ แต่สำหรับผมแล้วต้องบอกเลยว่าเอานะ เพราะน้ามู นับว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จ พาทีมในลีกใหญ่ๆคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย แม้ว่าการเริ่มต้นทำทีม ผีแดง ในช่วงแรกจะยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง แต่ผ่านมาถึงตอนนี้ก็นับว่ามาถูกทางแล้ว และเชื่อว่าน่าจะพาทีมแมนฯยูฯ กลับมาเก็บแชมป์ต่อเนื่องได้อีกครั้ง

5.รายการ podcast มีให้ฟังมากขึ้น

ปกติผมจะชอบฟังรายการ podcast อยู่แล้ว แต่ว่ายังไม่ค่อยมีใครทำรายการแนวนี้ให้ฟังสักเท่าไหร่ ที่ฟังประจำก็รายการช่างคุย แต่หลังๆไม่ค่อยมีตอนใหม่ๆออกมาก็เลยเหงาๆไปบ้าง จนปีนี้รู้สึกว่าจะมีรายการ podcast ใหม่ๆเกิดขึ้นหลายรายการ ที่น่าสนใจ เช่น …

Omnivore

facebook.com/omnivorecast

CARPE DIEM และรายการอื่นๆ

http://themomentum.co/podcast

และอีกมากมายใน เว็บ soundcloud

https://soundcloud.com/batcaster

ซึ่งผมติดตามฟังอยู่เป็นประจำ ได้ทั้งสาระ ความรู้ และความบันเทิง จนบางทีผมเองก็อยากทำรายการ podcast แบบนี้ดูบ้างเหมือนกันครับ

นี่ก็คือทั้งหมดของ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ในปี 2559 ที่ผ่านพ้นไปของผมครับ มีเรื่องราวหลากหลายรส เป็นธรรมดาของชีวิตที่จะต้องพบเจอ และผ่านพ้นไปในแต่ละปีๆ เมื่อถึงปีใหม่เราก็มาลุ้นกับเรื่องราวใหม่ๆกันต่อไป

สวัสดีปีใหม่ 2560…

ฝันใกล้ๆ กับหมวกหลายใบ

เชื่อว่าทุกคนมีความฝัน ยิ่งเป็นน้องๆวัยรุ่น วัยเรียน ความฝันนั้นก็ยิ่งดูสวยงามมากๆ โดย ฝันที่จะเป็น ฝันที่จะทำ ฝันที่จะสร้างสิ่งต่างๆ แม้แต่คนวัยกลางคนแบบผมหรือวัยไหนๆก็สามารถมีความฝันได้ไม่สิ้นสุด หากคุณไม่หยุดฝัน และแน่นอนว่าความฝันจะเป็นจริงได้ ก็ต้องลงมือทำเช่นนั้นเอง

ยุคนี้นับว่าเป็นยุคทองของคนช่างฝัน เพราะด้วยเครื่องมือ อุปกรณ์ทันสมัย และเทคโนโลยีใหม่ๆ ต่างรองรับความคิด ความฝัน และสามารถสรรสร้างให้เกิดขึ้นจริงได้ โดยไม่ต้องรอนาน อยากทำอะไรก็ค้นคว้าหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้เลย หนังสือก็มีให้อ่านหลายเล่ม หรือจะไปสอบถามจากผู้มีประสบการณ์โดยตรง ก็ทำได้ไม่ยากนัก

บางคนฝันเล็ก บางคนฝันใหญ่ ก็แล้วแต่…เพราะขนาดของความฝันของคนเรานั้นไม่เท่ากัน

บางคนฝันเป็นเจ้าของธุรกิจ Startup

บางคนฝันเปิดร้านกาแฟ น่ารักๆ

บางคนฝันเปิดร้านหนังสืออิสระเล็กๆ

และฝันอื่นๆ อีกมากมายของหลายๆคน

กาลครั้งหนึ่ง เมื่อในวัยเรียนความฝันของผมอาจจะยังไม่ชัดเจนนัก ก็แค่ทำหน้าที่เรียนๆไป แต่เมื่อพอเข้า มหาลัย ที่ได้เรียนวิชาทำเว็บไซต์ครั้งแรก ก็รู้สึกชอบเลย แล้วความฝันใกล้ๆ ก็เริ่มต้นขึ้นว่าเมื่อเรียนจบ จะต้องทำงานเกี่ยวกับพวกทำเว็บไซต์ และหาเงินออนไลน์ให้ได้

สุดท้ายก็ได้ทำจริงๆ มาเปิดรับงานออนไลน์ โปรโมทเว็บไซต์, ทำเว็บไซต์, ทำการตลาดออนไลน์ เรียกว่าหาเงินออนไลน์แบบเต็มตัว ถ้านับตั้งแต่ปี 2006 ที่เริ่มต้น มาถึงปีนี้ 2016 ก็นับว่าครบรอบ 10 ปี พอดิบพอดีเลยเชียว

ความฝันไม่เคยหยุดนิ่ง

ฝันต่อไปของผม ก็คือ อยากเขียนหนังสือ (ตอนนี้เป็นนักอยากเขียนอยู่ครับ) เพื่อถ่ายทอดวิชาความรู้จากงานที่ได้ทำ จากประสบการณ์ต่างๆที่พบเจอ และเรื่องราวที่อยากเล่า อื่นๆอีกมากมายเพื่อให้แง่คิด และแรงบันดาลใจ กับผู้ที่สนใจอ่าน

แม้เราจะมีความฝัน แต่ภาระหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละคนก็ต่างกันไป ทำให้ฝัน บางคนไปได้เร็ว บางคนไปได้ช้า บางคนก็ยังคงเป็นแค่ความฝันอยู่อย่างนั้น”

เราสวมหมวกกันหลายใบ ตามบทบาท ในแต่ละช่วงเวลา

เมื่ออยู่บ้าน อาจจะเป็นหมวกของ พ่อ, แม่, ลูก

เมื่อออกจากบ้านไปทำงาน ก็จะเป็นหมวกของ ผู้บังคับบัญชา, หัวหน้า, พนักงาน

ผมเองก็ใส่หมวกหลายใบในแต่ละวันเช่นกัน หมวกฟรีแลนซ์ หมวกบล็อกเกอร์ หมวกนักการตลาดออนไลน์ หมวกนักเขียนอิสระ ฯลฯ

เราทุกคนเกิดมาเพื่อเป็นในบางสิ่งหรือทำในบางอย่างในโลกใบนี้ แม้มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบก็ทำไป แต่ในหัวใจที่มีความฝันโปรดอย่าเพิ่งทิ้งมันไป เก็บเอาไว้เป็นเชื้อ เพื่อสักวันหนึ่งที่เราพร้อม จะได้เอามันออกมาทำให้เป็นจริงให้ได้

เพราะความฝันทำให้เรามีความหวัง และการจัดการกับความฝันที่ดีที่สุด ก็คือการลงมือทำให้มันเป็นจริง(ใครสักคนได้กล่าวเอาไว้)

ฝันใกล้ๆ ใจเป็นสุข”