ยุคที่วงการไอดอล เข้ามาเป็นกระแส ในตลาดเพลงไทย

ก่อนหน้านี้ ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า วงการเพลงไทยซบเซามานาน  เพราะซีดีเถื่อน และการโหลดฟรี mp3. รวมไปถึงแฟนคลับเองที่เลือกจะฟังเพลงฟรี มากกว่าจะเสียเงินสนับสนุนผลงานเพลง ทำให้ศิลปินเอง ไม่สามารถจะทำงานเพลงเป็นอาชีพแล้วอยู่รอดได้ เพลงเลยเป็นเหมือนงานเสริม ตัวศิลปินกลับต้องไปทำธุรกิจอื่นควบคู่ไปด้วย

แต่จาก ปรากฏการณ์ เพลงคุกกี้เสี่ยงทาย เมื่อปีก่อน ทำให้วงการเพลงไทยกลับมามีสีสันอีกครั้ง วง BNK48 กลายเป็นผู้ปลุกกระแส ไอดอล Girl Group ให้พื้นคืนชีพกลับมาได้ เพราะก่อนหน้านี้วง girl group ค่อยๆห่างหายไปนานมาก แต่ละปีมีวงเกิดใหม่ไม่กี่วง แล้วก็จางหายไปเพราะกระแสมันไม่เกิด คนมักไปสนใจ วง K-POP ฝั่งเกาหลีมากกว่า

หลังจากการมาของวง BNK48 ก็ทำให้เกิดกระแสการสร้างวง ไอดอล girl group ตามมาอีกมากมาย หลายสิบวง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะยึดแบบ ไอดอลญี่ปุ่นเป็นหลัก เพราะไม่ต้องเน้นฝึกนานแบบวงเกาหลี ก็สามารถออก debut ได้เลย เนื่องจากวงแนวไอดอลมักจะเน้นขายพัฒนาการ ควบคู่ไปกับการออกผลงานเพลง พ่วงด้วยการขายอีเว้นท์ต่างๆ เพื่อให้แฟนคลับได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเมมเบอร์ที่ชื่นชอบ จุดนี้เองที่เป็นรายได้ให้กับวง ยิ่งเมมเบอร์คนไหนที่ได้รับความนิยมสูง สินค้าต่างๆก็จะขายดี และมีราคาสูงตามไปด้วย ทำให้นายทุนสนใจธุรกิจแนวนี้มีเพิ่มมากขึ้นตามกระแสนั่นเอง

แต่ถึงแม้จะมี วง ไอดอล girl group debut มามากมาย ก็ยังไม่ค่อยมีวงไหนที่จะพุ่งขึ้นมาแมสได้ แบบที่วง BNK48 ทำได้ อาจจะเพราะตลาดแนวไอดอลในประเทศไทย ยังเล็กมาก กลุ่มแฟนคลับก็เลยเป็นกลุ่มเดียวกัน ทำให้ตลาดไม่โตตามกระแสที่ควรจะเป็น ซึ่งตรงจุดนี้คงต้องใช้เวลาพอสมควรในการสร้างฐานแฟนคลับหน้าใหม่เพิ่มเข้ามา

วงไอดอลเกิดใหม่ก็ยังคงเน้นไปทางการจัดอีเว้นท์ เพื่อขายบัตร 2 shot หรือ เชกิ คงเพราะความสะดวก และสถานที่ในการจัดงานดูจะลงตัวกว่า ส่วนงานจับมือ ยังไม่ค่อยเห็นวงอื่นจัดเท่าไหร่ ซึ่งงานจับมือส่วนตัวคิดว่าเป็นงานที่ใช้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีมาก  สำหรับเมมเบอร์กับแฟนคลับ อยากให้มีจัดเยอะๆ ไอดอลที่ญี่ปุ่นจัดกันเป็นเรื่องปกติมาก แต่ในไทยกลับมีแค่ วง BNK48 ที่ทำได้สำเร็จ และดูเหมือนจะเป็นอีเว้นท์หลักไปแล้ว

ผลงานเพลง วง ไอดอล girl group ส่วนใหญ่ก็มีเพลงเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก จริงๆวงจะดัง ไม่ดัง เพลง คือด่านแรกเลยที่ต้องผ่านไปให้ได้ ส่วน  MV. ก็มีมาเรื่อยๆ แล้วแต่วงว่าจะทำ MV แค่เพลงหลักไว้โปรโมท หรือทำ MV ให้กับเพลงรองด้วย

แต่ที่น่าคิดคือ วงที่ไปถึงขั้นผลิต CD Single มาขาย หรือเปิดพรีออเดอร์ กลับมีไม่กี่วงเอง ก็เลยไม่รู้ว่าวงไอดอลจะไปกันรอดแค่ไหน หรือมองว่าตลาดเพลงไทย เขาไม่เน้นขายแผ่น CD กันแล้ว ก็เลยไม่ทำ เน้น ทำเพลงลงสตรีมมิ่งแทน ตรงจุดนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าแต่ละวงให้ความสำคัญแค่ไหน แต่ส่วนตัวผมอยากเห็น การทำเพลงแบบครบวงจรมากกว่า คือ มีเพลงเป็นของตัวเอง ทำ MV โปรโมท ขายบนสตรีมมิ่ง และขายแผ่น CD หรือเปิดพรีออเดอร์ เพื่อให้จบกระบวนการทำเพลงจริงๆ

อีกเหตุผลก็คือ วง ไอดอล girl group เกิดมามากมาย หากไม่ไปต่อ ถึงขั้นทำให้ครบกระบวนการผลิตเพลง ก็อาจจะถูกมองว่า สร้างวงขึ้นมาเพื่อขายแต่อีเว้นท์ ไม่เน้นเพลง และไม่รู้ว่าวงจะไปต่อนานแค่ไหน อย่างน้อยการทำให้ครบ จบที่การพรีออเดอร์แผ่น CD ก็จะเป็นการยืนยันว่าตั้งใจจริง และมีผลงานที่จับต้องได้จริงๆ มันดูมีความน่าเชื่อถือมากกว่า

ที่ตลาดเพลงไทยหันมาสนใจวงการไอดอล ส่วนหนึ่งก็เพราะยอดขาย CD เพลงของวง BNK48 ด้วยเช่นกัน นอกจากยอดวิวบน YouTube เพลง คุกกี้เสี่ยงทาย 100 ล้านวิว+ แล้ว การทำยอดขายจาก Single แรก หลักหมื่นแผ่น จนมาถึง Single ล่าสุด ที่มาถึงระดับแสนแผ่นแล้ว ก็สร้างความสนใจให้กับคนในวงการเพลงไม่น้อย เพราะแผ่นซีดีในยุคนี้แทบจะขายไม่ออกแล้ว แต่วงไอดอลสามารถขายได้มากมาย แม้จะถูกมองว่า ที่ขายได้เพราะพ่วงบัตรจับมือ เป็นอีเว้นท์หลักก็ตาม แต่ถ้าสินค้าหรือคุณภาพเพลงไม่ดีจริง ก็คงจะขายไม่ได้เยอะขนาดนี้

อีกวงที่สามารถขาย แผ่น CD ได้ น่าจะทะลุหลักหมื่นแผ่น ก็คือ วง Sweat16! แต่ยอดขายที่แท้จริง อฟช. ยังไม่มีประกาศออกมา หากแต่แฟนคลับก็คาดการณ์จากการจัดอีเว้นท์ว่าน่าจะอยู่ที่หลักหมื่นแผ่นเป็นอย่างน้อย

ก็จะเห็นว่า วงการไอดอลไทย เริ่มเป็นที่พูดถึง และสร้างปรากฏการณ์ ให้กับคนฟังเพลงไทยได้ไม่มากก็น้อยในช่าง 1-2ปี ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นสีสันที่น่าสนใจ ที่มีวง girl group เกิดขึ้นมามากมายในยุคนี้ แม้บางวงจะยุติบทบาทไป แต่วงใหม่ๆก็เกิดขึ้นมามากกว่า อยู่ที่ว่าต่อไปนี้ วงไหน จะสามารถสร้างกระแส ขึ้นมาได้อีกครั้ง ถ้าทำได้ ก็เชื่อว่า วงการไอดอล ในไทย จะยังคงอยู่ไปอีกนาน ไม่ใช่กระแสแค่ชั่วคราวอย่างแน่นอน

ก็หวังว่า กระแสไอดอล ที่กำลังมา มันจะยังคงเดินหน้าต่อไป ไม่ใช่เป็นเพียงแค่กระแสผ่านมา แล้วก็ผ่านไป ซึ่งก็จะน่าเสียดายมาก เพราะกระแสเรื่องวงไอดอลกับแฟนคลับ การฟังเพลงลิขสิทธิ์ รวมไปถึงการซื้อแผ่น CD Single ของแท้ เป็นเรื่องที่น่านับถือแฟนคลับเหล่านี้จริงๆ จากใจ อยากให้สิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาวงการเพลงไทยต่อไป

รายชื่อ วงไอดอลหญิง แห่งยุค 2017-2019 (หากมีรายชื่อวงไหนตกหล่นไป ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยครับ)

BNK48

https://web.facebook.com/bnk48official/

Sweat16!

https://web.facebook.com/SweatSixteen/

7th Sense

https://web.facebook.com/7thsensegirlgroup/

FEVER

https://web.facebook.com/FEVERTH/

SY51

https://web.facebook.com/someiyoshino51/

Siam Dream

https://web.facebook.com/siamdream/

Cm Cafe

https://web.facebook.com/Cmcafeofficial/

Secret12

https://web.facebook.com/secret12.official/

AKIRA-KURO

https://web.facebook.com/akirakuroofficial/

AMUSE

https://web.facebook.com/DREAMTIMEAMUSE/

BLACK DOLLS

https://web.facebook.com/BLACK-DOLLS-777650682580402/

Black Forest

https://web.facebook.com/blackforestidolofficial/

Lemonade

https://web.facebook.com/Lemonadeofficialthailand/

HAPPY TAIL

https://web.facebook.com/HappyTailOfficial/

BITE ME

https://web.facebook.com/bitepage/

Taste of Love

https://web.facebook.com/TasteofLove.Official/

I-Girls

https://web.facebook.com/IGIRLS0fficial/

ธุรกิจ ไอดอล สร้างรายได้ มากกว่าแค่การขาย CD เพลง เพียงอย่างเดียว

ก็ผ่านไปแล้วสำหรับ งานเลือกตั้ง BNK48 เป็นอย่างไรกันบ้างครับ คามิโอชิ ของแต่ละท่าน ได้อันดับที่พอใจกันไหม? ยินดีกับเซนเตอร์คนใหม่ ที่ชนะเลือกตั้งครั้งนี้ กัปตัน เฌอปราง และเหล่าคามิ7 อย่างเป็นทางการ รวมไปถึงเซมฯ 16 คน และน้องๆที่ติด 32 อันดับด้วย แน่นอนว่า คามิผม อย่างน้องเนย ก็ติดอันดับที่ 7 พอดี แม้ว่าจะไม่ใช่อันดับที่คาดหวัง แต่ก็ถือว่าเราได้ทำเต็มที่แล้วสำหรับการเลือกตั้งครั้งแรก

สิ่งที่น่าสนใจหลังงานเลือกตั้งก็คือ รายได้จากการขายแผ่น CD 300,000 แผ่น และมิวสิคการ์ดอีกกว่า 4 แสนใบ ซึ่งทำเงินให้กับ อฟช. BNK48 ในงานนี้งานเดียวไปประมาณ 200 ล้านบาท เลยทีเดียว

กว่าที่วงไอดอล BNK48 จะมาได้ถึงจุดนี้ พวกเขาก็ต้องผ่านเรื่องราวมากมาย และแน่นอนว่า วงการเพลงไทย มันเปลี่ยนรูปแบบ การทำเงินไปนานแล้ว แผ่น CD ไม่ใช่รายได้หลักเหมือนยุค 90 เพราะยุคนี้ ถูกสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์ ครองหมดแล้วทั้ง Apple Music, Spotify, JOOX และYouTube แต่ BNK48 ก็ยังสามารถทำยอดขาย CD หลักแสนแผ่นได้ แม้หลายคนจะบอกว่าเพราะมีของแถมอย่างบัตรจับมือก็ตาม

การทำวงดนตรี หรือวงไอดอล จึงต้องปรับตัวเป็นอย่างมากในตอนนี้ เพราะการจะขายอะไรแบบยุคเดิมๆ มันไม่สามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว การทำธุรกิจบันเทิงครบวงจร จึงเข้ามาตอบโจทย์แทน

สิ่งสำคัญของวงไอดอลที่มีสามาชิกหลายคน ทุน เป็นสิ่งสำคัญในช่วงเริ่มต้น และสิ่งที่จะต้องมีตามมาก็คือแฟนคลับ ที่จะเข้ามาสนับสนุนวง เพื่อให้ธุรกิจไอดอลเติบโตไปได้นานๆ

การบุกเข้ามาครองตลาดแมสได้จำเป็นมาก แต่ไอดอลก็มีสไตล์ที่แตกต่างกันของแต่ละวง ที่เป็นจุดแข็ง และมีกลุ่มแฟนคลับเป็นของตัวเอง ซึ่งก็ต้องหาจุดขายของวงให้เจอด้วย

ในเมื่อเพลงมันขายยากนัก วงไอดอล ก็เลยต้องปรับวิธีการให้ขายได้ ตั้งแต่ยังไม่มีเพลงเป็นของตัวเอง ซึ่งศิลปินทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจระบบไอดอล แต่ถ้าได้ลองเข้ามาศึกษาระบบวงไอดอลดู ก็จะเห็นว่ามันมีอะไรน่าสนใจ และสามารถนำไปปรับเพื่อต่อยอดการทำธุรกิจเพลง หรือธุรกิจบันเทิงยุคใหม่ได้เลย

การทำธุรกิจบันเทิงครบวงจร ของวงไอดอล เขาทำอะไรกันบ้าง เอาเท่าที่ผมตามวง BNK48 มาปีกว่าๆ ก็เห็นว่ามีอะไรหลายๆอย่างที่น่าสนใจ และก็มองว่ามันยังสามารถเติบโตไปได้อีกหลายปีข้างหน้า


ขอบคุณภาพจาก BNK48

#ขายสินค้า แบบสุ่มกาชา : การขายแบบนี้นับว่าเป็นวิธีการทำเงินได้ดีในระบบไอดอลเลย ยิ่งมีสมาชิกเยอะ ยิ่งสุ่มเยอะ แฟนคลับก็ต้องจ่ายเยอะกว่าจะได้สินค้า หรือของตามที่ตัวเองต้องการ ทำให้เกิดการแทรดของกัน แต่บางคนก็ใช้การแก้ปัญหาด้วยเงิน

-Photo Set นับว่าเป็นสินค้าที่สามารถผลิตออกมาขายได้เรื่อยๆ และต้นทุนดูจะไม่มากด้วย โดยเฉพาะ Photo Set ชุด debut สามารถเปิดขาย ก่อนที่วงจะมีผลงานเพลง ก็สามารถทำได้แล้ว ยิ่งใช้การสุ่มกาชา และมีรูป SSR ด้วย ยิ่งมีผลต่อยอดขายเป็นอย่างมาก

-สินค้าที่ระลึกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เข็มกลัด / โปรสเตอร์ / Photobook / หนังสือเล่ม / หนังสือการ์ตูน และอื่นๆ อีกมากมายแล้วแต่ทางบริษัทจะทำออกมาจำหน่าย ซึ่งสินค้าเหล่านี้สามารถทำเงินเลี้ยงวงได้ตั้งแต่แรกๆ แม้ว่าจะยังไม่มีผลงานเพลงออกมาอย่างเป็นทางการก็ตาม และสามารถผลิตมาขายได้ทุกเดือน หรือตามแต่โอกาสสำคัญของวง ทำให้วงมีรายได้ ตลอดทุกเดือน

-CD / DVD ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ไอดอลเองก็ต้องขายเพลงด้วยเช่นกัน แม้ว่าตัวไอดอลจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง เด็กฝึก กับศิลปิน แต่ก็จำเป็นต้องมีผลงานเพลงออกมา เพื่อเป็นตัวกลางสื่อสารกัน ระหว่างตัวไอดอล และแฟนคลับ และแน่นอนว่า เพลงดังจะทำให้คนนอกรู้จักวงมากขึ้น แต่มันก็ไม่ง่ายที่จะมีเพลงฮิตออกมาได้เรื่อยๆ ดังนั้นหากมีเพลงที่แมสสักเพลง ก็เพียงพอแล้วสำหรับวงไอดอล หรือแม้แต่ศิลปินอาชีพก็ตาม ต่างก็อยากมีเพลงดังเป็นของตัวเองเหมือนกัน เพื่อที่จะนำไปต่อยอดงานอื่นๆได้ หากยังไม่มีเพลงดัง ก็ทำผลงานเพลงคุณภาพออกมาเรื่อยๆ ก็ค่อยๆต่อยอดสร้างฐานแฟนคลับได้เช่นเดียวกัน

การออก Single ของวงไอดอลก็สามารถทำได้บ่อยกว่าศิลปิน ทุก 3 เดือน หรือ 4 เดือน ก็ออกเพลงใหม่ Single ใหม่เรื่อยๆ มันก็มีโอกาสที่จะปังได้ ส่วนการรวมอัลบั้มก็แล้วแต่วงจะออก อาจจะปีละครั้ง ก็แล้วแต่ทางทีมบริหารจะวางแผน

#ดิจิทัลคอนเทนต์ : ในยุคที่อินเตอร์เน็ตครองเมือง เราคงจะทิ้งโอกาสของโลกออนไลน์ไปไม่ได้เลย เพราะเราสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และสื่อบันเทิงผ่าน ดิจิทัลคอนเทนต์ ได้ตลอดเวลา เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส บนมือถือ ดังนั้นช่องทางการทำเงินออนไลน์ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่วงไอดอลสามารถนำไปต่อยอดได้ เช่น

-สตรีมมิ่งเพลง / นอกจากการขายเพลงแบบ CD แล้ว การขายเพลงบนสตรีมมิ่งยอดนิยม ก็เป็นอีกช่องทางทำเงินได้เช่นกัน เพราะคนฟังเพลงบนโลกออนไลน์นั้นมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี

-สติ๊กเกอร์ Line / ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นิยมใช้ LINE ในการติดต่อสื่อสารกัน ดังนั้น สติ๊กเกอร์ Line น่ารักๆ ก็เป็นที่ต้องการในตลาด แถมราคาไม่แพงด้วย

-แอพพลิเคชั่น / การมี แอพพลิเคชั่น เป็นของตัวเอง ก็เป็นช่องทางทำเงิน ผ่านไลฟ์ และการแจ้งข่าวสารภายในวง อีกทั้งยังเป็นตัวเชคได้ว่า วงมีความนิยมขนาดไหน มีฐานแฟนที่ติดตามจริงจังเท่าไหร่แล้ว

-เกมมือถือ / ก็ต้องยอมรับว่ายุคนี้ มือถือ นับเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างของเราเลย เวลาว่างก็หยิบมาเปิดเล่นเน็ต เล่นเกม การทำเกมมือถือออกมา ก็เป็นการเซอร์วิสแฟนคลับ มีอะไรใหม่ๆให้ได้ติดตามอย่างต่อเนื่องไปไหนไม่ได้

#งานอีเว้นท์ภายในของวง : อีเว้นท์ต่างๆของวง ก็นับว่าเป็นเอกลักษณ์วงไอดอลอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้คนนอกจดจำ และแฟนคลับกับไอดอล ได้มีโอกาสพบเจอกันอย่างใกล้ชิด มากกว่าศิลปิน ดาราทั่วๆไป และจะว่าไปแล้ว ตัวอีเว้นท์ต่างๆนี่แหละที่เป็นตัวทำเงินให้กับวงการไอดอลจริงๆ แฟนคลับที่อยากร่วมกิจกรรมต่างๆกับวง ก็ต้องซื้อสินค้า ที่พ่วงมากับกิจกรรมอีเว้นท์หลากหลายรูปแบบแล้วแต่ว่าทางวงจะนำมาจัดทำอีเว้นท์ จนมีคนมาแซวกันว่า วงไอดอลไม่ได้ขายเพลง แต่ขายอีเว้นท์มากกว่า ก็จริงส่วนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่แปลกเพื่อให้วงอยู่ต่อไปได้นานๆ ก็จำเป็นต้องมีอีเว้นท์เพื่อดึงแฟนคลับให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง

-งานจับมือ (มีทั้งแบบเดี่ยว แบบกลุ่ม) เป็นงานที่วงไอดอลทั่วไปใช้เป็นไม้ตายเลยก็ว่าได้ เพราะการจับมือ 3 วินาที / 8 วินาที แล้วแต่วงจะกำหนด และงานจับมือก็ไม่ใช่ของวงใดวงหนึ่ง แต่เป็นกิจกรรมที่วงไอดอลไหนๆก็สามารถทำได้ ยิ่งในญี่ปุ่นถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามากที่วงไอดอลต้องมีงานจับมือ เรียกว่าเป็นกิจกรรมที่ทำกันแทบจะทุกเดือน เป็นกิจกรรมที่ไอดอล กับแฟนคลับจะได้มีเวลาพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด และส่งผ่านกำลังใจให้กันได้อย่างดีทีเดียว ซึ่ง บัตรจับมือ ก็มักจะพ่วงมากับการขาย แผ่น CD เพลงนั่นเอง (บางครั้งก็ขายพ่วงมากับสินค้าอื่นๆ แล้วแต่วงไอดอลนั้นๆจะกำหนด)

-งาน 2-shot (ถ่ายรูปคู่) เป็นอีกหนึ่งอีเว้นท์ที่แฟนคลับรอคอย เพราะนานๆจะมีกิจกรรมการถ่ายรูปคู่ (บางครั้งก็เปิดถ่ายรูปแบบกลุ่ม) ก็เหมือนเป็นการบันทึกความทรงจำ ด้วยการมีรูปคู่กับไอดอลคนโปรดสักครั้ง ก็เหมือนเดิมว่ากิจกรรมแบบนี้จะพ่วงมากับสินค้า อัลบั้มเพลง หรือบางวงก็อาจจะมีสินค้าอื่นที่มีบัตรถ่ายรูปแถมมาด้วย

-งานเลือกตั้ง เพื่อออก Single ใหม่ / อาจจะมีไม่กี่วงที่ใช้ระบบการเลือกตั้งมาใช้ในการออก Single แต่ที่โด่งดังมากๆก็ต้องของ 48G นี่ล่ะที่ทำกันมาหลายปีแล้ว เป็นการเปิดโอกาสให้แฟนคลับได้มีส่วนร่วมในการเลือกเซมฯ ปีละครั้ง เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่ฝ่ายบริหารจะเป็นผู้เลือก หากแฟนคลับอยากให้คนที่โอชิติดซิงใหม่ ก็ต้องโหวต ทำให้อีเว้นท์นี้สร้างรายได้มากที่สุดอีเว้นท์หนึ่งเลยก็ว่าได้ ตัวอย่างชัดๆก็ของ BNK48 ที่การเลือกตั้งครั้งแรกก็ทำเงินไปไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท เลยทีเดียว

-งานแฟนมีต / เป็นงานที่ไอดอล กับแฟนคลับ จะมาทำกิจกรรมร่วมกัน ทั้งแสดงโชว์ พูดคุย เล่นเกม แจกของขวัญ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวงแนวไอดอลเกาหลีทำกัน ฝั่งญี่ปุ่นอาจจะมีแต่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก

-เธียเตอร์ และคาเฟ่ BNK48 / เป็นเวทีหลักของไอดอล 48G ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากกับการมีเธียเตอร์เป็นของตัวเอง เพราะวงมีเมมเบอร์อายุน้อยอยู่ด้วย ดังนั้นการจะไปรับงานนอกตามพับ หรือร้านต่างๆ ที่ขายเครื่องดื่ม 18+ ก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสม ก็จะขาดรายได้ส่วนนี้ไป หากเทียบกับวงศิลปินอื่นๆ แต่การมีเธียเตอร์เอง สามารถควบคุมเรื่องเหล่านี้ได้ และก็สามารถสร้างรายได้ ให้กับวงได้ ยามไม่มีงานนอก จุดนี้จะทำให้วงอยู่รอดต่อไปได้แม้ไม่มีงานอื่น สมาชิกวงก็จะมีงานทำอยู่ตลอดทุกสัปดาห์ และคาเฟ่ ก็สามารถขายอาหาร และเครื่องดื่ม เป็นรายได้เสริมได้อีกด้วย

-คอนเสิร์ต / ช่วงเริ่มต้นก็อาจจะจัดแค่ มินิคอนเสิร์ตเล็กๆไปก่อนตามกำลังของวง หรือฟรีคอนเสิร์ตไปเลยก็เคยมี เพื่อเรียกแฟนคลับหน้าใหม่ๆเข้ามารู้จักกับวงก่อน แต่ก็อาศัยการขายของที่ระลึกหน้างาน มาเป็นรายได้เสริมทดแทนไป จนเมือวงมีฐานแฟนคลับที่เยอะขึ้น และมีเพลงมากพอจะจัดคอนเสิร์ตใหญ่ได้ ก็เปิดขายตั๋วกันไปเลย การที่วงไอดอลมาถึงจุดที่สามารถจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองได้ ก็ถือว่าวงประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

#งานนอก : การที่วงไอดอลเริ่มมีงานนอกเข้ามา ก็เป็นตัวพิสูจน์อย่างหนึ่งว่าวงเริ่มเป็นที่สนใจ และเริ่มมีคนนอกรู้จักมากขึ้น ทั้งกับตัววง และตัวเมมเบอร์บางคนที่จะเป็นดาวเด่นขึ้นมา ให้คนนอกสนใจ และติดตาม

-งานโฆษณา พรีเซนเตอร์สินค้า / เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้วงมีงบมากขึ้น สามารถเลี้ยงวงไปได้นานขึ้นด้วย การที่มีแบรนด์สินค้าต่างๆเข้ามาสนใจจ้างเป็นพรีเซนเตอร์ ก็เป็นโอกาสดีดีที่คนนอกจะได้รู้จักวงมากขึ้น และหากสินค้านั้นๆ ได้รับการสนับสนุนที่ดีด้วย ก็ยิ่งทำให้สินค้าตัวอื่นๆสนใจเข้ามาจ้างงานต่ออีกเรื่อยๆ มูลค่าของวงก็จะสูงขึ้นด้วย

-ถ่ายแบบนิตยสาร, ออกรายการ TV, พิธีกรรายการ, เล่น MV, ละคร ซีรีย์, ภาพยนตร์ / เมื่อวงแมส เป็นกระแส เหล่านิตยสาร รายการทีวี ต่างๆก็อยากจะให้ไปออกรายการ โชว์ตัว เรียกว่าทีวีทุกช่อง หนังสือปกดัง ต่างก็อยากได้ไปขึ้นปก ก็ส่งผลให้กับน้องๆไอดอล ได้มีโอกาสอื่นๆตามมาอีกมากมาย เช่น เล่น MV, ละคร ซีรีย์, ภาพยนตร์ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับความพร้อม และความสามารถของเมมเบอร์แต่ละคน จะคว้าโอกาสนั้นไว้ได้หรือไม่ ก็เป็นก้าวแรกที่จะขยับจากการเป็นไอดอล ไปสู่การเป็น ดารา และศิลปินเต็มตัว ในอนาคตนั่นเอง

บทสรุป : วงไอดอล ถ้าจะยืนอยู่ในวงการไปได้นานๆ ต้องหาจุดขายมากกว่าแค่เพลงเพียงอย่างเดียว โดยการปรับตัวเองให้เป็นธุรกิจบันเทิงครบวงจร 1.ขายสินค้าและของที่ระลึก ด้วยระบบสุ่มกาชา ควรต้องเน้นคุณภาพด้วย 2.บุกตลาดออนไลน์ ด้วยดิจิทัลคอนเทนต์ 3.จัดกิจกรรมงานอีเว้นท์ภายในของวงให้หลากหลาย และต่อเนื่อง 4.หางานนอก เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้คนรู้จักวงเพิ่มขึ้น และต่อยอดธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น

โค้งสุดท้าย เลือกตั้ง BNK48 ครั้งแรก เซนเตอร์ คามิ 7 และ 16 เซ็มบัตสึ จะเป็นใคร ลองมาเสี่ยงทายกัน

ใกล้จะได้รู้ผลกันแล้วสำหรับ การเลือกตั้ง BNK48 6th Single Senbatsu General Election ซึ่งเป็นอีเว้นท์ ใหญ่ครั้งแรกที่จัดขึ้น เรียกว่าตื่นเต้นกันทั้งแฟนคลับ และเมมเบอร์ ซึ่งเวลาในการลงคะแนนโหวตเหลือไม่ถึง 24 ชั่วโมงแล้ว (ปิดโหวต เวลา 12.00 น. วันที่ 25 มกราคม 2562) และจะประกาศผลครั้งสุดท้าย ในวันที่ 26 มกราคม 2562 นี้ เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป

กิจกรรมครั้งนี้ต้องยอมรับเลยว่า มีความกดดันสูงมาก เครียดกันไปหมด ทั้งเมมเบอร์ และแฟนคลับ เพราะครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษในการเลือก 16 เซ็มบัตสึ โดยแฟนคลับทำการซื้อโหวตมาโหวตให้เมมเบอร์ที่ตัวเองชื่นชอบ (Single ทั่วไป ทางฝ่ายบริหาร ครูสอนร้อง ครูสอนเต้น และทีมงาน เป็นคนเลือก 16 เซ็มบัตสึ) ดังนั้น เมมเบอร์ ที่มีความพยายามสูง ร้องดี เต้นเก่ง ก็อาจจะไม่มีผลอะไรกับอันดับเลยก็เป็นได้ เพราะวัดกันที่กำลังทรัพย์ของแฟนคลับว่าใครมีมากกว่า และพร้อมทุ่มโหวตให้มากกว่า

แต่ก็ต้องยอมรับว่า การเลือกตั้ง BNK48 นั้น ก็เป็นการวัดความนิยมอย่างหนึ่ง นอกจากดูยอดไลค์แฟนเพจ ยอดติดตามใน IG หรือยอดกดคามิใน App รวมถึงยอดบัตรจับมือ และอื่นๆแล้ว การวัดอันดับความนิยม จากการเลือกตั้งก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน

การเลือกตั้งของไอดอล เป็นการวัดความนิยม ที่ถูกคิดเป็น คะแนนนิยมจากการโหวต ดังนั้นคนที่ได้คะแนนมาก ก็คือคนที่มีความนิยมจากการเลือกตั้งสูงสุด ทุกคะแนนที่แฟนคลับมอบให้ ย่อมมีความหมายกับเมมเบอร์เป็นอย่างมาก ไม่แน่ว่าอันดับที่น้องได้ในวันนี้ อาจจะส่งผลกับชีวิตการเป็นไอดอลเลยก็เป็นได้

จากการประกาศผลด่วน ทั้งสองรอบที่ผ่านมา ก็มีเรื่องให้น่าติดตามไม่น้อย เพราะอันดับมีการพลิกไปพลิกมา ทั้งการแข่งขันในตำแหน่งเซนเตอร์ ซิง6 การแย่งพื้นที่ คามิ7 และแกะติด 16 เซ็มบัตสึ ไว้ให้ได้ ทุกตำแหน่งล้วนมีความหมาย แต่ใครจะสามารถไปถึงตำแหน่งที่ตั้งใจไว้ได้หรือไม่ ลองมาเสี่ยงทายอันดับกัน (อันดับที่ทาย เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น ไม่ได้มีผลกับอันดับที่จะประกาศจริง งดดราม่านะครับ)

ขอทายผล BNK48 6th Single Senbatsu General Election ดังนี้

01. Cherprang

ยืนหนึ่งมาตลอด ตั้งแต่ผลด่วนรอบแรก และรอบที่สอง รวมถึงความนิยมต่างๆ อันดับ 39 ตอนไป เวิลด์ เซ็มบัตสึ ก็เป็นตัววัดความนิยมได้เป็นอย่างดี แถมยังมีแฟนคลับที่ติดตามเป็นจำนวนมาก เป็นที่รู้จักทั้งกับแฟนวง และคนนอก ก็รู้จักเยอะ กองกำลังของด้อมก็ถือว่าแน่นเหนียวเป็นอย่างมาก จึงน่าจะรักษาอันดับได้ไปจนถึงวันประกาศผลจริง

02. Music

ถึงจะดูเงียบๆ แต่แฟนด้อมนั้นไม่ธรรมดา ผลด่วนรอบแรกอันดับสาม แต่ผลด่วนรอบสองก็ขึ้นมาใน อันดับที่สอง ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแฟนคลับเป็นอย่างมาก อันดับ 72 ตอนไป เวิลด์ เซ็มบัตสึ ก็สามารถไปตกแฟนคลับจากญี่ปุ่นมาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

03. Orn

ตอนผลด่วนรอบแรกอันดับสิบสาม ซึ่งหลายคนก็มองว่าเป็นแผนกั๊กโหวต แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะผลด่วนรอบสองขึ้นมาอยู่อันดับที่สี่ แสดงให้เห็นถึงกำลังโหวตที่แรงมาก และหลังผลด่วนยังมีโปรเจคเรียกโหวตได้อีกเยอะเลย ดังนั้นด้วยกำลังเหลือๆ อาจจะส่งผลให้น้องอร โดดมาจบที่สามก็เป็นได้

04. Mobile

ตอนผลด่วนรอบแรกอยู่อันดับสอง แต่พอผลด่วนล่าสุดตกมาที่สาม ด้วยแรงส่งหลายๆอย่างอาจจะดูแผ่วๆไปสักหน่อย แต่ก็น่าจะประคองตัวจบอันดับในตำแหน่งที่น้องต้องการได้ ด้วยแรงโหวตของแฟนด้อมที่ยังมีความต่อเนื่องอยู่

05. Noey

จากอันดับสี่ผลด่วนรอบแรก ตกมาอันดับที่ห้า สาเหตุหลักๆก็น่าจะเกิดจากการขยับตัวช้าไปสักหน่อยของแฟนด้อม ที่เพื่งมาตื่นตัวตอนก่อนปีใหม่ และมาเร่งเอาตอนหลังปีใหม่นี้เอง แต่ด้วยสามด้อมใหญ่ที่ช่วยกันประคองอันดับอยู่ ก็น่าจะพาน้องจบอันดับในคามิ7 ได้ แต่ก็อาจจะไม่ถึงเป้าที่น้องหวัง 1-4 ถ้าจะไปได้ก็ต้องลุ้นเยอะหน่อย

06. Jennis

อันดับหก คงที่ทั้งสองครั้งผลด่วน น้องอาจจะคาดหวังไว้ไกล แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่าง อาจจะยังไม่ถึงเวลาของน้อง แต่จากการไลฟ์ล่าสุด ก็ทำให้ด้อมตื่นตัวเป็นอย่างมาก ก็อาจจะช่วยส่งน้องไปได้สูงกว่านี้ก็เป็นได้ ก็ต้องมาลุ้นกันดูว่าโค้งสุดท้ายจะไปได้ไกลแค่ไหน

07. Kaew

จากที่สิบ มาที่เจ็ด กำลังโหวตของแฟนคลับครูแก้ว ไม่ธรรมดาจริงๆ แถมยังมีกองกำลังย่อยที่มาช่วยเรียกโหวต และทำหนังสือออกมาขายเพื่อเพิ่มยอดโหวตอีกด้วย ดูจากความต่อเนื่องและจริงจังแล้ว ไม่แน่ครูแก้วอาจจะเบียดเข้าวิน ติดเป็นคามิ7 ในการเลือกตั้งครั้งนี้

08. Pun

จากอันดับเจ็ด หลุดมาแปด ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับด้อมน้องปัญ หากดูที่ยอด SNS ต่างๆน้องคืออันดับต้นๆของวง แต่กับคะแนนโหวตกลับไม่เป็นเช่นนั้น แฟนคลับคงต้องลุ้นกันหนักหน่อย หากต้องการพาน้องกลับไปติดคามิ7 ให้ได้ในการลงเลือกตั้งครั้งนี้

09. Wee

จากอันดับเก้า ตกไปสิบ แต่ยังเชื่อว่าแฟนคลับสายเกมเมอร์ จะช่วยกันดันให้น้องอันดับกลับขึ้นมาได้ น้องวี ถือว่าเป็นรุ่นสองที่มีอันดับดีที่สุดในเวลานี้ ก็เชื่อว่าด้วยแรงส่งของแฟนคลับจะช่วยดันน้องไปได้ไกลกว่านี้ได้อีกแน่นอน

10. Namneung

จากที่แปด ตกไปอันดับสิบสาม ก็แน่นอนว่าส่งผลต่อสภาพจิตใจน้องเป็นอย่างมาก รวมถึงแฟนคลับด้วย แต่ด้วยกำลังของแฟนด้อมที่ไม่ธรรมดา เหล่าเมียหมีที่แข็งแกร่งไม่แพ้ใคร น่าจะช่วยยกระดับคะแนนโหวตในช่วงโค้งสุดท้ายมาได้อีก แต่จะไปได้แค่ไหนคงต้องติดตาม

11. Pupe

ยืนอยู่ในอันดับสิบเอ็ดทั้งสองครั้ง ก็น่าจะทำให้มั่นใจได้ระดับหนึ่งว่าจะติดเซ็มฯ เลือกตั้งแน่นอน ด้วยความที่แฟนคลับมีไอเดียที่หลากหลายในการเรียกคะแนนโหวตจากแฟนคลับ ก็น่าสนใจว่าจะเพียงพอในการเปลี่ยนอันดับให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้หรือไม่

12. Tarwaan

อันดับสิบสองคงที่ในผลด่วน อาจจะดูเงียบๆไปสักหน่อยสำหรับตาหวาน แต่ช่วงใกล้ปิดโหวต ก็มีโปรเจคต่างๆออกมาพอสมควรในการเรียกโหวต ซึ่งคิดว่าน่าจะเพียงพอสำหรับการยึดตำแหน่งเซมฯ ซิงเลือกตั้งไว้ได้ แต่อันดับไม่แน่ใจว่าจะไปต่อได้แค่ไหน

13. Jane

มาแรงในอันดับห้าตอนผลด่วนรอบแรก แต่ตกมาอันดับเก้าตอนผลด่วนล่าสุด แต่ไม่น่าจะทนแรงเสียดทาน กับด้อมใหญ่อื่นๆไหว เอาเป็นว่าประคองอันดับในเซมฯ ซิงเลือกตั้งไว้ก่อน สำหรับเจน ถ้าจะกลับขึ้นไปได้ ก็คงต้องหวังพึ่งกำลังโหวตที่สูงมากพอสมควร ก็ขึ้นอยู่กับด้อม และแฟนๆแล้วว่าจะไปได้ไหม

14. Natherine

ยึดมั่นกับอันดับสิบสี่ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น เรียกว่าธิดาชาวสวน มาแรงแบบไม่ธรรมดา จากอันเดอร์ที่ไม่ติดเพลงรอง เพลงหลักอะไรเลย โดดมายืนในอันดับนี้ได้ถือว่ามาไกลมาก จากฐานแฟนสายบอล และแรงเปย์ของด้อม เชื่อว่าน้องจะติดเซมฯ ซิงเลือกตั้งได้ ขอเอาใจช่วย

15. Mind

รักษาอันดับที่สิบห้าไว้ได้ดีจากผลด่วนทั้งสองรอบ น้องมายด์ถือว่ามีฐานแฟนที่ดี และไม่ทิ้งไปไหน ด้วยกำลังฐานรุ่นหนึ่งที่อยู่ด้วยกันมานาน ทำให้น้องน่าจะยังอยู่ในเซ็มฯ เลือกตั้งครั้นนี้ได้ และกำลังโหวตของแฟนคลับก็ไม่ธรรมดาด้วย คิดว่ามีโอกาสที่จะทำอันดับได้ดีกว่าเดิมด้วย

16. Kaimook

ข้ามจากอันดับสิบเจ็ด ขึ้นมาสิบหก ในผลด่วน แต่ก็ต้องยอมรับไม่ง่ายเลยกับอันดับเซ็มฯ เลือกตั้ง เนื่องจากอันดับที่น้องยืนอยู่ปากเหว อะไรก็ยังเกิดขึ้นได้ อันนี้ก็ไม่แน่ใจว่าทางแฟนด้อมจะจัดการกับปัญหาภายใน และก้าวผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ไปได้แค่ไหน คงต้องเอาใจช่วยกันเยอะๆหน่อย

Under Girls (อันดับเมมเบอร์ที่คาด)

17. Satchan

18. Bamboo

19. Miori

20. Jaa

21. Minmin

22.  Fond

23. Junè

24. Phukkhom

25. Oom

26. Mewnich

27. Nink

28. Izurina

29. Jib

30. Korn

31. Namsai

32. Khamin

ทั้งหมดนี้ ก็เป็นเพียงอันดับที่คาดเดาเท่านั้น ส่วนอันดับผลจริงจะเป็นเช่นไร ก็ขึ้นอยู่กับกำลังโหลตของแฟนคลับ แต่ละคนที่จะช่วยกันผลักดันเมมเบอร์ แล้ววันที่ 26 มกราคม 2562 เรามาเชคผลด้วยกัน ว่าจะมีตรงกี่อันดับ สำหรับการเลือกตั้ง BNK48 ครั้งแรก นี้ มาลุ้นกันครับ…