รีวิวอีเวนท์ งานจับมือ BNK48 : 2nd Single Koisuru Fortune Cookie คุกกี้เสี่ยงทาย วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 13-14 มกราคม พ.ศ. 2561

ก่อนอื่นเลยคงต้องกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ กันก่อนเลยเพราะไม่ได้อัพเดทบล็อกนี้นานมาก ตั้งแต่ปีที่แล้ว มาอีกทีก็โพตส์นี้เลยจะเป็นการอัพเดทครั้งแรกของปีใหม่นี้

แต่เปิดมาก็มาอัพเรื่อง BNK48 เลยหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า BNK48 คือใคร ก็ขอเล่าแบบย่อสุดๆเลยว่าเป็น วงน้องสาวของ AKB48 ของญี่ปุ่นนั่นเอง โดยทางประเทศไทยเราได้ซื้อลิขสิทธิ์มาเปิดเป็นวง ไอดอลในประเทศไทย โดยปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 28 คน ณ วันที่เขียนบล็อก

แล้วทำไมต้องมีอีเวนท์ งานจับมือ เหตุผลหลักก็คือเป็นการวัดกระแสความนิยมในตัวเมมเบอร์แต่ละคน ซึ่งจะมีผลต่อการได้ออก Single ต่อๆไปในอนาคตด้วย เนื่องจากสมาชิกมีหลายคน จะเอามาออกอัลบั้มพร้อมๆกันทั้งหมดก็คงไม่ไหว ดังนั้นก็เลยจะคัดเอา 16 คน มาเป็นตัวจริง ที่เหลือก็เป็นตัวสำรอง เหมือนทีมฟุตบอลเลย ทั้งนี้รูปแบบการจัดงานเราก็นำมาจากวงพี่ที่ญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

อีกเหตุผลหนึ่ง ของงานจับมือ ก็คือการได้ใกล้ชิดกับเมมเบอร์ที่เราชื่นชอบด้วย ได้ไปพบเจอกันใกล้ๆ ไปให้กำลังใจกันส่งผ่านความรู้สึกดีดีให้กันแบบใกล้ชิด เนื่องจากวงไอดอลนั้นมีกฎอยู่มากมาย แฟนคลับไม่สามารถถ่ายรูปกับไอดอลได้ ไม่สามารถไปขอจับมือแบบศิลปินอื่นๆได้ จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีอีเว้นท์ที่ทางบริษัทจัดให้เท่านั้น ซึ่งเราก็เข้าใจได้ว่าเป็นเหตุผลทางธุรกิจนั่นเอง

การจะไปจับมือกับไอดอลที่เราชื่นชอบได้ก็ต้องมีบัตรจับมือเสียก่อน ซึ่ง บัตรจับมือนั้นหลักๆเลย จะแถมมากับ CD Single แน่นอนว่าหากอยากได้บัตรจับมือ ก็ต้องสั่งซื้อแผ่น CD กันก่อน 1 แผ่นได้บัตรจับมือ 1 ใบ หากเราอยากจับมือหลายๆรอบ หรืออยากจับมือกับไอดอลหลายๆคน ก็ต้องสั่งซื้อหลายๆแผ่น เช่นกัน ซึ่งบัตรจับมืออาจจะแถมมากับสินค้าอื่นๆ ที่ทางบริษัทจะนำออกมาจำหน่ายก็ได้ ซึ่งแฟนคลับต้องคอยติดตามรายละเอียดกับทางเพจหลักของ BNK48 ที่ https://web.facebook.com/bnk48official/ หรือ เว็บไซต์หลัก https://www.bnk48.com/

นี่น่าจะเป็นงานจับมือครั้งที่ 4 แต่เป็นจับมือเดี่ยวครั้งที่ 3 ถ้าจำไม่ผิด เอาจริงๆผมก็พึ่งมาตามได้สักพัก ก็พึ่งได้มาศึกษาระบบของวง และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งก็น่าสนใจดี เพราะไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย โดยเฉพาะงานจับมือ ได้ไปส่องตาม Youtube ที่คนเคยไปงานมาเล่าความรู้สึกให้ฟัง ผมก็เลยอยากลองไปงานดูสักครั้ง อยากรู้ว่าจะตื่นเต้นจริงเหรอ จะฟินแค่ไหน แม้ว่าผมจะอยู่ต่างจังหวัด แต่ก็ขอเข้ากรุงเทพฯ เพื่องานนี้ดูสักครั้ง

บอกก่อนเลยว่าผมมี โอชิ (คนที่ชอบ) ทั้งหมด 7 คน จะเรียกว่าเป็น โอชิ 7 ก็ได้ คือ เฌอปราง, มิวสิค, ปัญ, เจนนิษฐ์, แจน, จ๋า และ เนย ซึ่งคนที่ผมหวีดหนักมากที่สุดก็คนสุดท้ายนี่แหละครับ ตั้งใจไปงานจับมือ เพื่อจับกับน้องเนย โดยเฉพาะเลย ส่วนเรื่องราวในวันงานจะเป็นอย่างไรไปติดตามกันได้เลยครับ

กับการมางานจับมือครั้งแรกของผม ณ MCC Hall ชั้น 4 เดอะมอลล์งามวงศ์วาน แน่นอนว่ามันก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา เดินเข้าห้างไปหากาแฟกินก่อนไปจับมือ เพราะรอบแรกวันเสาร์เริ่มตอน 13.30 น. คนเยอะอยู่พอสมควรเลยก่อนเข้างานก็ต้องตรวจร่างกาย ตรวจกระเป๋า ซึ่งก็มีทีมงานเยอะอยู่ใช้เวลาไม่นาน พอเข้าไปในงานก็จะเห็นจุดที่แฟนคลับนำสินค้าของ BNK48 มาเทรดแลกกัน มีจุดขายสินค้าของบริษัท โดยแยกจากโซนจับมือ หากเราต้องการจะไปจับมือก็ต้องผ่านด่านตรวจว่าเรามีบัตรจับมือหรือเปล่า หากไม่มีก็จะไม่สามารถเข้าไปในโซนนี้ได้ เขาห้ามถ่ายรูปในงาน ห้ามบันทึกเสียงด้วยนะครับ

ในรอบธรรมดา บัตรจับมือ 1 ใบ จะจับมือได้ 8-10 วินาที เท่านั้น ถ้าจะจับอีกก็ต้องวนไปต่อแถวใหม่ เว้นรอบพิเศษ รอบสุดท้ายซึ่งจะเปิดแค่รอบเดียวในวันอาทิตย์ จะสามารถรวมบัตรจับมือทั้งหมดได้ก็จะจับได้นานกว่ารอบธรรมดา แต่ว่าจำกัดไม่เกิน 100 ใบ และเลือกจับกับไอดอลคนใดคนหนึ่งเท่านั้นไม่สามารถวนได้อีก

บันทึกงานจับมือ #NoeyBNK48

งานวันแรก  13 ม.ค. 61

รอบแรก แถวน้องยาวพอสมควรสองขดครึ่งได้ วันนี้น้องน่ารักมากแต่งชุดในธีมวันเด็ก รอคิวไม่นานก็ได้เข้าไปจับมือแล้ว รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะพึ่งมาเจอตัวจริงครั้งแรก ไม่เคยตามงานอื่นมาก่อนด้วย ตอนเดินเข้าไปน้องเนยยกมือไหว้ก่อนเลย

เนย : สวัสดีค่ะ

ผม : สวัสดีครับ (รับไหว้แทบไม่ทัน)

ผม : พึ่งมางานจับมือครั้งแรกเลย

เนย : งือ..ตื่นเต้นละซี่ (น้องยิ้ม และจ่องตา)

ผม : … (เขิน ใจสั่น ผมพูดต่อไม่ได้เลย สติหลุดไปแล้ว)

–หมดเวลา–

เดินออกจากเลนด้วยใจลอยๆ พยายามไม่เผลอยิ้มออกมาเพราะความฟิน อายคนที่ยืนต่อแถวน้องอยู่ด้วยแหละ

รอบสอง

รอบนี้ผมเรียกสติกลับมาได้แล้ว อยากยินดีกับน้องเรื่อง Single ที่ 3

ผม : ยินดีด้วยนะครับ เรื่องเซนเตอร์

เนย : (จองตา ตั้งใจฟังมาก)

ผม : รอฟังเพลงใหม่อยู่นะ

–ใกล้หมดเวลาค่ะ–

(น้องปล่อยมือเลย คงคิดว่าหมดเวลาแล้ว ผมก็เดทแอร์ไปเลย)

–หมดเวลาค่ะ–

เนย : โบกมือ บ๊ายบาย

ผม : โบกมือตอบกลับไป

(แต่ใจยังไม่อยากออกจากเลนเลย)

บันทึกงานจับมือ #NoeyBNK48

งานวันที่สอง  14 ม.ค. 61

ช่วงเช้าแถววันนี้ไม่ยาวมากประมาณขดครึ่งแต่ก็มีคนมาเติมอยู่เรื่อยๆ น้องมาในชุดเดรส  ปล่อยผม น่ารักกว่าวันแรกอีกบอกเลย แต่วันนี้ผมเตรียมตัวมาดี ลดความตื่นเต้นไปได้เยอะแล้ว

รอบแรก

เนย : สวัสดีค่ะ (ยกมือไหว้)

ผม : มาขอกำลังใจ คุณนางฟ้า

เนย : (จับมือผม แล้วดึงมือผมไป แล้วก็หลับตา)

เนย : ซิ้ง..(ทำท่าส่งพลังมาให้)

ผม : ขอบคุณครับ (ตอนที่น้องหลับตาผมมองหน้าน้องเนยชัดๆ แล้วรู้เลยว่าน้องน่ารักมากจริงๆ)

–หมดเวลาค่ะ–

น้องเนยดึงมือไว้ไม่ยอมปล่อย พี่การ์ดมาสะกิดแขนเลย สงสัยอยากจะจับชดเชยที่เมื่อวานปล่อยมือก่อนหมดเวลา แต่ว่ารอบนี้รู้สึกได้รับพลังบวกกลับมาเยอะจริงๆ (มือเนยนิ่มมาก)

รอบสอง

เนย : สวัสดีค่ะ

ผม : เหนื่อยไหม?

เนย : ไม่เหนื่อย..แต่เมื่อยนิดนึ่ง

ผม : กินอะไรหรือยัง?

เนย : กินแล้ว กินก๋วยเตี๋ยว

เนย : แล้วกินอะไรหรือยัง?

ผม : กินแล้วครับ

–หมดเวลาค่ะ–

เป็นรอบธรรมดาที่ได้คุยเยอะสุดแล้ว จับมือแบบประสานนิ้วกันด้วยรอบนี้

รอบสาม

ผม : ขอเพลงนึ่ง

เนย : เพลงอะไรอ่ะ

ผม : เพลงอะไรก็ได้ครับ

เนย : อยากบอกว่ารักมากมาย..รักเธอมากมาย

ผม : เดทแอร์

–หมดเวลาค่ะ–

ได้ฟังน้องเนยร้องเพลงให้ฟังใกล้ๆ ฟินมากบอกเลย แต่ตอนเดินออกจากเลน ทำไมน้ำตาซึมๆก็ไม่รู้

รอบพิเศษ กับบัตรจับมือ 8 ใบ เพื่อบอกความในใจ รอบนี้เป็นรอบพิเศษ ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายของงานจับมือแล้วด้วย แถวน้องก็ยาวใช้ได้นะ สามขดได้ และมีคนถือบัตรจับมือ 100 ใบ ด้วย!!! รอบพิเศษก็จะรอนานหน่อย แต่ผมรอได้

ผม : หิวไหม?

เนย : ไม่หิว

ผม : เพลงที่ร้องให้ฟังก่อนหน้านี้เพลงอะไรนะ

เนย : เพลงอะไรอ่ะ ไหนร้องสิ

ผม : เขิน (แกล้งจำไม่ได้)

เนย : ไว้ครั้งหน้ามาร้องใหม่นะ

ผม : อือ (พยักหน้ารับ)

** ผมพยายามชวนน้องคุยนอกเรื่อง เพราะก่อนหน้านั้นน้องเนยร้องไห้หนักมาก เพราะแฟนคลับทำซึ้ง ตอนที่คุยกันก็ยังได้ยินเสียงน้องสั่นๆอยู่เลย แต่ยังไงวันนี้ ผมก็ต้องบอกความในใจให้ได้

ผม : จะมาบอกว่าเนยเป็นคามิโอชิของผมนะ

เนย : ขอบคุณนะคะ (น้องพูดพร้อมกับบีบมือผมแรงขึ้นจนรู้สึกได้)

เนย : (เนยปล่อยมือข้างหนึ่ง แล้วชี้นิ้วก้อยออกมา) มาสัญญากันนะ

ผม : (ยื่นนิ้วก้อยออกไปเพื่อเกี่ยวก้อยกับน้องเนย เขินมากจังหวะนี้ เหมือนโลกหยุดหมุน)

เนย : อยู่กับเค้าไปนานๆนะ (ยกมือข้างที่เกี่ยวก้อยกันขึ้นมา พร้อมกับแกว่งมือไปมา)

ผม : (เดทแอร์ไปนิดหนึ่งก่อนจะบอกว่า) ยินดีกับการได้เป็นเซนเตอร์อีกครั้งนะ

–หมดเวลาครับ–

เนย : (ปล่อยมือ แล้วทำท่าสู้ๆ)

ผม : บ๊ายบาย

ได้บอกความในใจสมกับที่ตั้งใจไว้แล้ว ใช่แล้วครับ ผมคามิน้องเนย จริงๆก็เลือกคามิเนยมานานแล้ว แค่อยากจะมาบอกกับน้องใกล้ๆ ให้น้องรับรู้ไว้ ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ ผมรอจนน้องจับมือคนสุดท้ายรอบพิเศษหมด ได้ส่งเสียงเชียร์ และถ่ายรูปกับกลุ่มแฟนคลับน้อง มันรู้สึกอบอุ่นโรแมนติกมาก

สรุป : มางานจับมือครั้งแรกสนุกมาก คุ้มมาก ฟินมาก แอบซึ้งนิดๆ การได้มาเจอใกล้ๆ ได้จับมือ ได้เห็นรอยยิ้ม ได้มองตา และส่งกำลังใจให้กัน มันมีค่าเสมอ ต่อให้ต้องเดินทางมาไกลกว่า 700 กิโลเมตร เพื่อมาหาน้องเนยก็ยอม

ปล. ด้อมเนย (กลุ่มแฟนคลับน้องเนย เพจ https://web.facebook.com/NoeyBNK48ThailandFanclub/  ) ดูสนุกเฮฮาดี (เพราะเฮไปกับทุกบ้าน) ได้คุยกับบางคนในระหว่างต่อแถวรอบพิเศษ ได้รูปและของที่ระลึกมาหลายใบตอนไปจับมือเลนเนย ขอบคุณมากๆครับ

+++ แล้วคงจะได้พบกันอีกในงานจับมือครั้งต่อๆไป หากมีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก +++

ฝากสนับสนุนน้องเนย ด้วยครับ

Noey BNK48 เนย BNK48 ヌイ。

https://web.facebook.com/bnk48official.noey/

https://www.instagram.com/noey.bnk48office/

อ่าน อ่าน และอ่าน ในงาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 45 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 15

ชวนไปเที่ยวงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 45 กันครับ เริ่มงานอย่างเป็นทางการแล้ว วันที่ 30 มี.ค. 60 – 9 เม.ย. 60 นี้ เวลา 10.00 น. – 21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ชื่นใจไปกับเหล่าสำนักพิมพ์ต่างๆ เมื่อส่องไปตามโลกโซเชียล ก็ยังเห็นคนแชร์ภาพหนังสือ บรรยากาศในงานหนังสือ อย่างน้อยในตอนนี้ที่วงการสื่อสิ่งพิมพ์เซมาเซไป ก็ยังมีคนสนใจงานหนังสือ ยังมีคนอ่านที่เต็มใจไปช่วยยกระดับให้งานดูคึกคักยิ่งขึ้น

ในยุคที่หนังสือพิมพ์และนิตยสาร ทยอยปิดตัวลงไป ทีละเล่มๆ อาจจะด้วยเพราะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่อยู่ได้ด้วย ค่าโฆษณา เป็นหลัก เมื่อรูปแบบการอ่านเปลี่ยนไป โลกออนไลน์เริ่มเข้ามาบุกเบิกการอ่านแบบใหม่ ทำให้การอ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสาร กลายเป็นข้อมูลที่หาอ่านที่ไหนก็ได้ เมื่อยอดขายและค่าโฆษณาไม่เข้าเป้า ก็ทำให้ต้องยุติการออกวางจำหน่าย และปิดตัวลงไปตามกาลเวลา

ต่างกับ หนังสือเล่ม ที่ยังคงขายได้และบางเล่มขายดีอยู่ เนื่องจากหนังสือเล่มนั้น ขายโดยไม่พึ่งพาค่าโฆษณาอะไรในเล่ม มันขายด้วยตัวมันเอง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจ ด้วยความเป็นแฟนนักเขียน หรือสำนักพิมพ์ก็ตาม ที่มีส่วนผลักดันให้หนังสือเล่ม ยังขายได้ ทั้งหนังสือเก่าที่กลับมาพิมพ์ใหม่ รวมถึงหนังสือเล่มออกใหม่ก็ดูน่าสนใจอยู่เรื่อยๆ

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จึงเป็นงานที่แจ้งเกิดให้กับ หนังสือเล่ม ของสำนักพิมพ์ต่างๆอย่างแท้จริง และยังดันหนังสือนิตยสาร และหนังสืออื่นๆ ให้ขายออกในงานนี้ได้อีกด้วย

กระแสที่ผมเห็นในโซเชียลปีนี้ รู้สึกว่าจะมีคนรับหิ้วหนังสือกันหลายเจ้าเลยทีเดียว ราคาก็ไม่แพง น่าสนใจทีเดียว ปีก่อนผมก็เคยฝากน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไปเดินงาน ก็เลยฝากหิ้วหนังสือด้วยเลย ไม่คิดว่าจะมีคนรับทำเยอะเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นการหารายได้พิเศษของน้องๆในช่วงปิดเทอมพอดี

อีกข้อสังเกต ปีนี้รู้สึกว่าหนังสือจะออกแบบปกได้สวยมาก เห็นหลายเล่มแล้ว และหลายๆสำนักพิมพ์ด้วย ซึ่งปกติจะมีไม่กี่สำนักพิมพ์ที่ทำรูปเล่มและออกแบบปกได้สวยโดนใจ แต่ปีนี้เหมือนเป็นกระแสหลายๆสำนักพิมพ์ออกหนังสือเล่มมา แค่เห็นปก ก็อยากได้อยากโดนมากๆ

ยิ่งเป็นหนังสือเล่มที่ออกใหม่ไม่ต้องพูดถึง ปกสวยๆแข่งกันน่าดู ไม่เพียงเท่านั้นหนังสือเก่าที่พิมพ์ใหม่ ก็ออกแบบปกใหม่หลายเล่ม ปกก็สวย เนื้อหาก็ดีแบบนี้ทำให้น่าเก็บสะสมมากครับ

อย่างไรก็ตาม ผมก็อยากให้คนที่อยู่ใกล้ หรือมีโอกาสได้ไปเดินเที่ยวในงาน ไปกันเยอะๆ ส่วนจะซื้อกี่เล่ม กี่มากน้อยก็แล้วแต่กำลังทรัพย์ ไปอุดหนุนให้กำลังใจ นักเขียน และสำนักพิมพ์ต่างๆกัน เพื่อให้งานหนังสือดีดีแบบนี้ เกิดขึ้นต่อไปนานๆ คู่กับ นักอ่าน อ่าน และอ่าน หนังสือ

วาเลนไทน์| ดอกไม้ | ความรัก

เดือนกุมภาพันธ์ นอกจากจะเป็นที่จดจำในเรื่องที่ว่า เป็นเดือนที่มีจำนวนวันน้อยที่สุด 28 วัน (ทุกๆสี่ปี จะมี 29 วัน) แล้ว เรายังนึกถึงเดือนนี้ในมุมที่ว่า เป็นเดือนแห่ง ความรัก เพราะมีวันวาเลนไทน์รวมอยู่ในเดือนนี้ด้วยนั่นเอง

เมื่อพูดถึงเรื่องความรัก เราก็มักจะคิดถึงกันแต่ความรักของหนุ่มสาวเป็นหลัก ทั้งที่จริงๆแล้ว ความรักนั้นมีได้มากมาย หลากหลาย เพราะโลกของเรานี้อยู่ได้ด้วยความรัก และความรักก็มีมานานแล้วนับตั้งแต่ตัวเรายังไม่เกิดมา หรือเมื่อเราไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วก็ตาม แต่ความรักก็ยังจะคงอยู่ตลอดไป ไม่เคยจางหายไปกับกาลเวลา

ทุกๆปีในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เราจะถือว่ามันคือวันแห่งความรัก เป็นวันวาเลนไทน์แม้ว่าจะเป็นวัฒนธรรมของพวกฝรั่ง แต่เราคนไทย ก็เฮไปกับเขาได้ทุกเทศกาลอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญของชาติใด

เมื่อถึงวันวาเลนไทน์ที่ไร ผมมักจะคิดถึงตอนวัยแรกรุ่น ที่โรงเรียนสมัยวัยประถม ที่ร้านขายของชำข้างโรงเรียนมักจะมีกระดาษกาวรูปหัวใจมาขาย หลากสี แดงบ้าง ชมพูบ้าง และสีอื่นๆบ้าง ก็ซื้อเอามาติดเสื้อนักเรียนให้เพื่อน และสาวคนที่แอบรัก เป็นประจำทุกปีเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขในแบบเด็กๆ

เมื่อโตขึ้นมาเข้ามหาลัย ก็เปลี่ยนมาซื้อดอกไม้ให้กัน แวะร้านดอกไม้ เลือกหาซื้อดอกกุหลาบ ให้แม่ค้าช่วยจัดช่อให้ ราคาเท่าไหร่ไม่เกี่ยงงอน เพราะอยากทำให้คนที่เรารัก

ช่วงวันแห่งความรัก แบบนี้ขอบอกเลยว่าดอกไม้จะแพงมาก ยิ่งดอกกุหลาบ ราคายิ่งกระโดด จากดอกละ 5 บาท 10 บาท ไป 50 บาท 100 บาท ยิ่งดอกกุหลาบหายาก ดอกใหญ่ยิ่งมีราคาแพงขึ้นไปอีก

ดอกไม้ธรรมดา แม่ค้าหัวใส ก็ทำเป็นช่อ ทำห่อสวยๆ ก็สามารถอัพราคาได้อีก เรียกว่าเป็นการทำการตลาดแบบใช้ทุนไม่มากนัก แต่ผลตอบแทนสูงเป็นเท่าตัว

สิ่งที่เป็นตัวแทนความรักของแต่ละคนอาจจะต่างกันไป แต่ที่ดูชัดเจนในเวลานี้ ก็คงต้องยกให้ ดอกไม้ นี่ละครับ โดยเฉพาะเจ้ากุหลาบแดงช่อโตที่ส่งไปพร้อมหัวใจ

เมื่อพูดถึงความรัก ก็มีทั้งแบบสมหวัง และไม่สมหวัง บางครั้งความรัก ก็มาเหมือนลมพัด ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป บางทีก็เป็นเหมือนน้ำมาให้ชุ่มชื่นหัวใจ บางครั้งก็เป็นดั่งไฟเผาไหม้ให้ร้อนรน

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของความรัก ก็คือเวลาที่เราได้อยู่กับคนที่รัก ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเป็นเช่นไร หรืออนาคตจะเป็นอย่างไรก็ตาม มันไม่สำคัญ เท่ากับวันนี้เราได้อยู่ด้วยกัน และรักกัน