EURO 2016 ดูบ้างเป็นบางคู่ และเชียร์ทีมที่มีนักเตะ แมนฯยูฯ ลงแข่งขัน

ช่วงนี้ใครที่เป็นคอบอล ก็จะทราบกันดีว่าเป็นช่วง ฟุตบอลยูโร  ฟีเวอร์ เรียกว่ามีการถ่ายทอดสดกันทุกคู่ ทางช่อง 3 HD หรือช่อง 33 ช่อง 13 และช่อง 28 SD หมุนเวียนกันไปแล้วแต่ทางสถานีเขาจะจัดผังรายการให้คนไทยทั้งประเทศได้มีโอกาสได้รับชมกันแบบเต็มๆตา (ในตอนที่เขียนบทความอยู่นี้ ยังเป็นการแข่งขันในรอบแรกอยู่จ้า) โดยมีการถ่ายทอดสดใน 3 ช่วงเวลาด้วยกัน คือ ตอน 20.00 น. ช่วง 23.00 น. และช่วง 02.00 น.

ฟุตบอลยูโร 2016 หนนี้ ประเทศฝรั่งเศส รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ รวมไปถึงทีมเยอรมัน แชมป์โลกปีล่าสุด (2014) และสเปน แชมป์เก่าด้วยอีกทีมที่เป็นตัวเต็งในยูโรครั้งนี้

เชื่อเหลือเกินว่าต้องมีคนที่คลั่งฟุตบอลมากๆ ดูทุกคู่ ทุกวันแน่นอน แต่สำหรับผมแล้วไม่ไหวจริงๆครับช่วงนี้ ดูได้แค่ 2 คู่แรก บางวันได้คู่เดียว ก็หลับแล้ว เพราะด้วยหน้าที่การงานต้องตื่นแต่เช้าออกเดินทางไปปั่นงาน จึงต้องเลือกชมเป็นบางคู่เท่านั้น และในยูโร 2016 ปีนี้ก็ยังคงเชียร์ทีม อังกฤษ กับ อิตาลี เป็นพิเศษ ครับ

ถ้าว่ากันถึงฟุตบอลระดับทีมชาติ นอกจากทีมชาติไทยแล้ว ฟุตบอลระดับบอลโลก ก็จะเชียร์ทีมชาติบราซิล เป็นอันดับหนึ่ง ตั้งแต่จำความได้ว่ามีรายการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 1994 (สมัยประถม) และที่เชียร์มากเป็นพิเศษก็ตอน ฟุตบอลโลกปี 1998 (สมัยมัธยมต้น) ตอนนั้นเริ่มติดตามเชียร์ทีมอังกฤษด้วย เพราะสื่อกระแสหลักเล่นข่าวจนเราต้องตามดูไปด้วย เลยต้องยอมเป็นแฟนทีมชาติอังกฤษอีกทีม หลังจากนั้นก็เป็นรายการ ยูโร 2000 (สมัยมัธยมปลาย) เป็นครั้งแรกที่รู้จักรายการฟุตบอลยูโร ก็ได้มีโอกาสดูทีมชาติ อิตาลี เล่น แล้วชอบการเล่นที่เน้นความเหนียวแน่น ก็เลยแอบเชียร์ไปด้วยอีกทีม

แต่เมื่อโตขึ้น ก็ไม่ได้เชียร์ทีมอะไรเป็นพิเศษอีกเลย เพราะเทใจให้กับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เท่านั้น ส่วนทีมชาติ ก็เลยมีแค่ ทีมชาติไทย ทีมชาติบราซิล ทีมชาติอังกฤษ และทีมชาติอิตาลี เท่านั้น ที่เชียร์เป็นพิเศษ นอกนั้น หากว่ามีนักเตะในทีม แมนฯยูฯ ลงแข่ง ก็จะเชียร์ชาตินั้นไปด้วย ดูเอาสนุกๆครับ

และในปีนี้ ยูโร 2016 ก็มีนักแตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ติดทีมชาติทั้งหมด10 ราย ด้วยกัน คือ

คริส สมอลลิ่ง (อังกฤษ), เวย์น รูนี่ย์ (อังกฤษ), มาร์คัชแรชฟอร์ด (อังกฤษ)
บาสเตียนชไวน์สไตเกอร์ (เยอรมัน)
แพ็ดดี้แม็คแนร์ (ไอร์แลนด์เหนือ)
ดาบิด เด เคอา (สเปน)
มารูยาน เฟลไลนี่ (เบลเยี่ยม)
มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน (อิตาลี)
อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (ฝรั่งเศส),
มอร์กกานชไนเดอร์ลิน (ฝรั่งเศส)

เอาใจช่วยให้ทีมชาติที่มีนักเตะของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ในครั้งนี้ สักทีมนะครับ แม้ว่าจะเชียร์ อังกฤษ และอิตาลี เป็นพิเศษ ก็ตาม แต่ว่าด้วยฟอร์ม ที่ยังไม่นิ่ง ก็ไม่รู่ว่าจะผ่านไปได้แค่ไหน หวังว่าจะผ่านเข้ารอบไปได้ลึกๆ นะครับ จะได้เชียร์สนุกหน่อย แฮ่…

ผีแดง ปิดฤดูกาลได้สวย หลังคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ สมัยที่ 12 ได้สำเร็จ

ขอบันทึกความทรงจำของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดฤดูกาล 2015-2016 ไว้สักหน่อย ในฐานะแฟนผีคนหนึ่ง เนื่องจากทีม แมนฯยูฯ เองก็ห่างหายจากความสำเร็จไปนาน นับตั้งแต่ท่านเซอร์อเล็กซ์วางมือไปในฤดูกาล 2013 ดังนั้น การกลับมาคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์อีกครั้งมันจึงมีความหมายอย่างยิ่งต่อทีมปีศาจแดง

LVG พาทีมจบอันดับในพรีเมียร์ลีกแค่อันดับที่ 5 แม้ว่าจะมีแต้มเท่ากับ ซิตี้ ที่ 66 แต้ม แต่ก็ไม่สามารถไปเล่นในรายการ UCL ได้เพราะแพ้ในเรื่องของประตูได้เสีย ด้วยผลงานที่ขึ้นๆลงๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ทำให้ทีมไม่สามารถที่จะลุ้นแชมป์ลีกได้เลยในรอบ 3 ปี หลังมานี้ แม้ว่าจะเป็นยุคเปลี่ยนผ่าน แต่ทีมก็ทุ่มทุนไปเยอะ ในทางกลับกันผลที่ออกมากลับไม่เป็นที่น่าพอใจของแฟนผีส่วนใหญ่ จนมีข่าวว่า LVG อาจจะโดนปลดหลังจบฤดูกาลนี้ก็เป็นได้

สิ่งเดียวที่ยังพอเป็นความหวัง ที่จะประสบความสำเร็จได้ นั่นก็คือ รายการเอฟเอคัพ ที่ต้องทำศึกกับ คลิสตัลพาเลซ ในนัดชิงชนะเลิศ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ห่างหายแชมป์จากรายการ เอฟเอ คัพ มานานถึง 12 ปี โดยครั้งสุดท้ายที่ได้แชมป์คือฤดูกาล 2004 และการเข้าชิงในปี 2005 ก็แพ้ให้กับอาร์เซน่อล ในปี 2007 ก็แพ้ในกับเซลชี หลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าชิงและได้แชมป์อีกเลย ดังนั้น การที่ LVG พาทีมเข้าชิงได้จึงมีความสำคัญขึ้นมาทันที อาจจะพอลบล้างความผิดหวังที่พลาดไปเล่นในถ้วยยุโรปหาก ทีมชนะ และคว้าแชมป์มาได้

คลิสตัลพาเลซ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ

เป็นเกมที่ดูแล้วอึดอัดมากๆ แม้ว่า แมนฯยูฯ จะครองเกมบุกได้ดีในครึ่งแรก แต่ก็ไม่สามารถยิงประตูได้ และโดนโต้กลับมาเป็นพักๆ ในครึ่งเวลาหลัง ต่างฝ่ายต่างก็มีโอกาส แต่กลับเป็น คลิสตัล พาเลซ ที่ได้ประตูออกนำไปก่อนในช่วง 15 นาทีสุดท้าย ในเวลานั้นต้องบอกว่างานเข้าแล้วไง ผีแดง แต่ก็ใช้เวลาไม่นาน มาต้า ก็มายิงประตูตีเสมอได้ ทำให้จบ 90 นาที เสมอกันอยู่ที่ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที ในช่วงต่อเวลาพิเศษทีม ผีแดง กลับต้องมาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เพราะโดนใบแดง ทำให้ต้องเล่นตัวน้อยกว่าใน 15 นาทีสุดท้ายทีเหลือ เอาจริงๆตอนนั้นผมคิดว่า แล้วแต่พระเจ้าจะบันดาลแล้วเพราะทีมมีโอกาสแพ้สูงมาก หรือหากต้องจบด้วยการยิงจุดโทษตัดสิน ก็ 50/50 อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ทว่า ลินการ์ด ก็มายิงประตูสุดสวย ก่อนหมดเวลาแค่ 10 นาที แล้วก็กลายเป็นประตูชัยในที่สุด ทำให้สิ้นสุดการรอคอย 12 ปี ผีแดงก็คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ สมัยที่ 12 ได้สำเร็จ เทียบเท่ากับอาร์เซนอล และเป็นแชมป์แรกอย่างเป็นทางการในยุคของ LVG อีกด้วย

ตลอดเส้นทางฤดูกาล 2015-2016 แม้จะไม่สวยงามเท่าไหร่ มีปัญหามากมาย แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทีมก็ยังคงมีความสำเร็จที่จับต้องได้มาเป็นรางวัลให้กับแฟนผีทั่วโลก ไม่รู้ว่าปีหน้า LVG จะยังอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ หรือว่าจะเป็น น้ามู ที่เข้ามาทำหน้าที่แทน แต่ ณ ตอนนี้ขอฉลองแชมป์เอฟเอ คัพ 2016  กันไปก่อนแล้วกัน ส่วนข่าวลือจะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอติดตามกันต่อไปครับ

(**หมายเหตุ บทความนี้เขียนขึ้นก่อนที่จะมีการแถลงข่าว ปลด LVG)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2014-2015

เพื่อนๆผมจะรู้กันดีว่า ผมเป็นแฟนแมนฯยูฯมานานพอสมควร ตั้งแต่ ฤดูกาล 1998-1999 ถึงปัจจุบัน 16 ปี เข้าปีที่ 17 แล้ว ก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงมามากมาย ทั้งนักเตะและผู้จัดการทีมในช่วง 2 ปีหลัง

การที่ท่าน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไปหลังจบฤดูกาล 2012-2013 พร้อมกับแชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งที่ 20 ในประวัติศาสตร์สโมสร และได้แต่งตั้ง เดวิด มอยส์ เข้ามารับงานต่อ ในฤดูกาล 2013-2014 ทีมก็ย่ำแย่ ตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ที่ผมเคยเห็นมาเลยทีเดียว เรียกได้ว่าโดนล้อจากแฟนๆทีมอื่นกันทั้งปี สุดท้าย เดวิด มอยส์ ก็ถูกปลดไป ไรอัน กิ๊กส์ เข้ามาคุมทีมแทนชั่วคราว และจบด้วย อันดับ 7 ในฤดูกาลนั้น

หลังจากนั้นทีมก็แต่งตั้ง ผู้จัดการทีมคนใหม่ คือ หลุยส์ ฟาน กัล ซึ่งตอนนั้นคุมทีมชาติฮอลแลนด์ไปเล่นฟุตบอลโลกอยู่ และพาทีมได้ อันดับที่ 3 กลับมาด้วย

แฟนผีทุกคนต่างก็ตั้งตารอคอย อยากเห็น หลุยส์ ฟาน กัล มาคุมทีม แมนฯยูฯ เร็วๆ พอเริ่มมาคุมทีมก็ออกทัวร์ไปที่ อเมริกา ทีมทำผลงานดีมาก ไปเล่นอุ่นเครื่องได้แชมป์ในรายการนั้นกลับมาด้วย ซึ่งก็ทำให้แฟนๆต่างหวังว่า ทีมจะทำผลงานได้ดีในช่วงที่เปิดฤดูกาลจริง

แต่ขอโทษครับ ทีมแพ้ตั้งแต่นัดแรก และเสมออีก 2 นัด ในลีก รวมไปถึงตกรอบ 2 บอลถ้วยเล็ก แบบแพ้เละเลย ทำให้แฟนๆที่คาดหวังไว้สูง เริ่มใจคอไม่ดี

แต่ว่าการที่ทีมออกตัวไม่ค่อยดีนั้น ก็ทำให้ ได้นักเตะใหม่ๆมาเพียบ

ที่ซื้อมาใหม่ เช่น ลุค ชอว์ , อันเดร์ เอร์เรร่า, มาร์กอส โรโฮ , อังเคล ดิ มาเรีย , ดาลี่ย์ บลินด์

และยืมตัวมาใช้งาน 1 ปี อย่าง ราดาเมล ฟัลเกา

ก็ทำให้ทีม ผีแดง เริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง แม้ว่าการลุ้นแชมป์จะเป็นเรื่องยาก และยังอีกยาวไกล แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ หลังจากนี้ทีมน่าจะหวังอย่างน้อยๆ พื้นที่ UCL ไว้ก่อน เพราะปีนี้ไม่ได้ไปเล่น ปีหน้าก็หวังจะกลับไปให้ได้อีกครั้ง

และทีมก็เก็บชัยชนะนัดแรกในลีกอย่างเป็นทางการได้แล้ว ดังนั้นความมั่นใจต่างๆ ก็น่าจะค่อยๆเริ่มกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

ภาพทีมชุดปัจจุบัน ฤดูกาล 2014-2015 แฟนผี ช่วยกันเชียร์ต่อไปครับ