ฝึกฝนฝีมือ เพื่องานที่คุณภาพมากขึ้นไปอีกขั้น

ไม่ว่าใครจะมีอาชีพอะไร จะเป็นพนักงานประจำ หรือ คนทำงานฟรีแลนซ์ ก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ลูกค้าต้องการจากเรามากที่สุดก็คือ ผลงาน ที่มีคุณภาพที่สุด ดีที่สุด ดังนั้นไม่ว่างานอะไรก็ตามเราจะมาทำเล่นๆคงไม่ได้ ต้องใส่ใจ และทำมันออกมาให้เต็มที่ ที่สุด และดีที่สุด

ใครที่เป็นพนักงานประจำ บางบริษัท อาจจะดีหน่อยที่เขาออกทุนให้พนักงานได้ออกไปฝึกอบรมฟรี ตามสายงานที่ทำ แต่ ฟรีแลนซ์ไม่ได้มีแบบนั้น จึงต้องหมั่นฝึกฝนตนเอง แสวงหาความรู้เอง เป็นส่วนใหญ่ แต่นั่นก็เป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ

อยากทำเว็บไซต์เก่งๆ ออกแบบสวยๆ ก็ต้องหมั่นฝึกทำเว็บเยอะๆ หลายๆแบบ ตามดูเว็บอื่นๆ หรือเว็บต่างประเทศบ้างเพื่อเปิดมุมมองอะไรใหม่ๆ

อยากทำ SEO เก่งๆ ก็ต้อง ขยันทดสอบ ทดลอง หาสูตรในการทำอันดับ เลือกวิธีการโปรโมทเว็บไซต์ อย่างไรให้ทำอันดับได้เร็ว และติดอันดับได้นานๆ

อยากเป็นนักเขียนเก่งๆ ก็ต้องฝึกเขียนทุกวัน (เหมือนที่ผมกำลังฝึก เขียนบล็อก) และที่สำคัญต้อง เป็นนักอ่านที่ดีด้วย คือก่อนจะเป็นนักเขียน ก็ต้องเป็นนักอ่านมาก่อน เพื่อจะได้ทราบว่าการเขียนที่ดีเป็นอย่างไร ดูตัวอย่างนักเขียน ดังๆ ที่มีชื่อเสียง ว่าเขาทำกันอย่างไร เอามาปรับใช้ให้เข้ากับแนวทางของเราเอง

เหมือนกันกับคนที่อยากทำอาหารเก่งๆ ก็ต้องเป็นนักชิม ที่ดี รู้จักอาหารหลายๆอย่าง ไทย จีน ฝรั่ง …

ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผล อยากทำอะไรเก่ง ก็ต้องหมั่นทำ ฝึกฝนฝีมือบ่อยๆ และลงมือทำอย่างจริงจัง จึงจะเป็นสบความสำเร็จได้

หากเราทำเป็นอยู่แล้ว ก็อย่าเพิ่งคิดว่าทำได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องฝึกหรือหาความรู้เพิ่ม นั่นไม่จริงเลย ต่อให้เราเก่งแค่ไหน มันก็ยังมีอะไรให้เราต้องเรียนรู้อีกมากมาย โลกยุคนี้หมุนไปเร็วมาก มีความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้นได้ตลอดทุกวัน เพียงแค่เราหยุดนิ่ง ก็เท่ากับเราโดนแซงไปแล้วหนึ่งก้าว

ยิ่งเป็นฟรีแลนซ์แบบผมแล้วยิ่งต้อง หาความรู้ใหม่ๆ หางานใหม่ๆไว้เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์อยู่เสมอ เพราะเราไม่รู้เลยว่า วันหนึ่งเกิดไม่มีลูกค้ามาติดต่อจ้างงานเราแล้ว เราจะทำยังไง จะเอาเงินที่ไหนกินหรือใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายต่างๆที่มารอเราอยู่ทุกเดือน นี่เป็นเรื่องใหญ่มากๆครับ

ดังนั้นฟรีแลนซ์ จึงจำเป็นต้องมีตะกร้าหลายๆใบ เผื่อตะกร้าใบหนึ่งขาด ก็ยังมีอีกใบไว้รองรับอยู่

การรู้งานหลายๆด้าน จึงมีความจำเป็น หรืองานที่เรารู้และทำเป็นอยู่แล้ว ก็ต้องฝึกให้เก่งกว่า ดีกว่า เพื่อที่จะครองส่วนแบ่งในตลาดนั้นๆได้

ดังนั้น งานของเราไม่ใช่แค่ดี แต่งานของเราต้องดีกว่า และแตกต่าง ที่เกิดจากทักษะที่สูงขึ้นไปอีกขั้น

ฟรีแลนซ์ การเริ่มต้นมันยาก แต่ถ้ามันใช่ก็จะง่ายไปเอง

ไม่ว่าจะเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง มันยากทั้งนั้น ไม่มีอะไรที่ง่าย และรอให้เราพร้อมจริงๆ แล้วถึงมาเริ่มทำได้หรอก คนเรามันก็ต้องเริ่มทำตั้งแต่ตอนที่ไม่พร้อมทั้งนั้น

คนที่ยังติดอยู่กับความกลัว ไม่กล้าที่จะออกมาลองทำอะไรใหม่ๆ หรือค้นพบอิสระภาพใหม่ๆนั้น ส่วนหนึ่งเพราะติดกับสิ่งเดิมๆ ที่มั่นใจว่าสิ่งนั้นมั่นคงดีแล้ว ภาระรับผิดชอบเยอะ และกลัวคนที่รักจะไม่เข้าใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นตัวทำให้พวกเขายังต้องอยู่กับ งานประจำ!!

แต่คนทำฟรีแลนซ์ นั้น รักที่จะมีอิสระมากกว่า ทั้งอิสระด้านเวลา (ทำงานเวลาไหนก็ได้) อิสระด้านสถานที่ (จะทำงานที่ไหนก็ได้) อิสระด้านรายได้ (รายได้ไม่จำกัด ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย) อิสระที่จะเลือกเจ้านาย (ลูกค้า) สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ฟรีแลนซ์เลือกได้เอง แต่งานประจำทำไม่ได้

บางคนใจอยากจะมาเป็นฟรีแลนซ์ แต่กลัวการเริ่มต้น เพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไร ทำอย่างไร ไม่มีทุน กลัวไม่มีงาน จะอดตาย (ก็ไม่ผิดที่จะกลัว)

ซึ่งคนที่จะมาเป็นฟรีแลนซ์นั้น จำเป็นต้องวางแผนก่อนที่จะออกมารับงานอยู่แล้ว ไม่ใช่นึกอยากจะเป็นฟรีแลนซ์ก็ออกมาทำได้เลย เราสามารถลองรับงานระหว่างทำงานประจำอยู่ก่อนก็ได้ ดูว่าเราทำได้ไหม ดูว่าลูกค้ามีพอจะได้มีรายได้มากกว่างานประจำที่ทำอยู่ไหม และอีกอย่าง งานประจำนั้นก็ยังได้รับเงินเดือนอยู่ สามารถเก็บเป็นทุนได้ด้วย

พูกถึง นักศึกษา ที่เรียนอยู่แล้วคิดว่าจบแล้วจะมาทำงานเป็นฟรีแลนซ์เลย ผมว่ามีน้อยนะที่คิดแบบนี้ ส่วนใหญ่หวังว่าจบแล้ว จะหางานดีดีทำ เงินเดือนเยอะๆ (ซึ่งผมก็เคยเป็นแบบนั้น) มันเหมือนกับเราติดกับระบบมากเกินไป ซึ่งในความเป็นจริงเราสามารถเลือกงานเองได้ และเป็นนายตัวเองได้ ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ หากเรามีความสามารถ และมีฝีมือจริงๆ หรือจะลองเริ่มจากไปเป็นมนุษย์เงินเดือนก่อน เรียนรู้ระบบงาน แล้วค่อยออกมาเป็นฟรีแลนซ์ ซึ่งน้อยคนจะคิดแบบนี้

ภาพในหัวคนส่วนใหญ่มองว่า คนที่เป็นฟรีแลนซ์ คือคนที่ตกงานอยู่ คนว่างงาน หรือนักศึกษาที่ทำงานเป็นพาสทาม ซึ่งมันไม่ใช่เลย คนทำงานฟรีแลนซ์ไม่ใช่คนอยู่ว่าง หรือว่าทำงานให้ใครฟรีๆ

โอเค ว่าช่วงเริ่มต้น มันอาจจะไม่ได้มีงานฝิ่น (งานฟรีแลนซ์) มากมายอะไร อาจจะเริ่มมีแค่ 1-2 งาน แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆ คนเริ่มรู้จัก เริ่มเห็นฝีมือ ก็จะมีการบอกต่อ เราก็จะมีงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเราเองก็สามารถหาลูกค้าเองได้ โดยการทำการตลาดเอง เช่น ทำเว็บ สร้างบล็อก หรือแฟนเพจ เพื่อเสนอผลงาน โชว์ผลงาน และพูดคุยสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆได้เอง

การเริ่มต้นมันอาจจะดูว่ายาก ก็เหมือนเราหัดขึ่จักรยาน เริ่มต้นหัดขึ่ก็มีล้มบ้าง เจ็บบ้าง แต่พอเริ่มขึ่คล่อง เราก็เริ่มมั่นใจ แม้จะเซ บ้าง ก็ยังประครองตัวรอดไปได้ เมื่อขึ่เก่งเราก็สามารถปั่นไปได้ไม่กลัวล้มแล้ว ยิ่งขึ่ยิ่งง่าย การทำงานฟรีแลนซ์ก็เช่นกันครับ แม้จะเริ่มต้นอาจจะหนัก ยาก แต่พอผ่านไป เราเริ่มมีประสบการณ์ เราก็จะประครองตัวได้ และเมื่อเราเก่งขึ้น ผลงานมากขึ้น เราก็ไม่กลัวที่จะไม่มีงานอีกต่อไปแล้ว

ลองถามคนที่ผ่านการเป็นฟรีแลนซ์มานานๆดูครับ ว่าพวกเขาเคยว่างงานอีกไหม หลังจากผ่านช่วงเริ่มต้นมาแล้ว

ผมว่าน้อยคนมากครับจะว่างงาน เมื่อมีประสบการณ์ทำงานมาสักพักแล้ว เชื่อได้เลยว่า งานไม่เคยขาดมือ แม้ว่าบางช่วงจะมีงานน้อย แต่ก็ยังมีงานมาเรื่อยๆ นี่คือสเน่ห์ของงานฟรีแลนซ์ครับ

ถ้าอยากจะเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพเต็มตัว จงถามตัวเองดูว่าพร้อมไหมสำหรับการก้าวออกมา เพื่อหาอิสระภาพในแบบของเราเอง พร้อมจะรับใช้ความฝันของตัวเอง มากกว่าความฝันของคนอื่นหรือยัง ถ้ามั่นใจในความสามารถตัวเองว่าทำเงินมากกว่างานประจำ จงเชื่อมั่น และออกมาลุย งานฟรีแลนซ์ เถอะครับ

Freelance คือจุดเริ่มต้นของงานบน Internet ของผมครับ

ไม่ว่างานอะไร ก็ดีทั้งนั้นครับ ถ้าทำแล้วได้เงิน เลี้ยงครอบครัวได้ โดยไม่ได้ไม่ฆ่าใครตาย จะงานราชการ หรือ ฟรีแลนซ์ ก็ตามแต่ ขอให้ตั้งใจทำมันให้ถึงที่สุด และอย่าหยุดถ้ายังมีลมหายใจ…

“อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่านอนคอยวาสนา”

“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

นี่คือคติประจำใจผม ที่ใช้ในการทำงานทุกวันนี้ครับ

งานไม่ได้หาได้ง่ายๆในยุคนี้ ถ้าคิดเลือกงาน คุณก็จะไม่ได้งาน แต่สำหรับผมแล้ว ผมเลือกงานในแบบที่ผมชอบ…ผมถนัด…และสามารถทำมันได้ทันที…ใช่แล้วครับ งาน Freelance

ใน 1 วัน เวลาทำงานของผมจะตื่น 11 โมง หรือเที่ยง เป็นส่วนใหญ่ เริ่มจากเข้าเน็ต เช็คข่าว เช็คเมล์ ตอบเมล์ลูกค้า จะได้เริ่มทำงานจริงๆ ก็ประมาณ บ่ายโมง ยาวไปจน 18.00 น. พัก แล้วกลับมาเริ่มงานอีกช่วงตอน 20.00 น. ยาวไปจน ตีสี่ หรือบางวันก็ หกโมงเช้าเลย แล้วแต่ว่างานช่วงนั้นๆ รีบหรือเปล่า นี่คือเวลาทำงานที่ผมทำเกือบทุกวัน เวลาอาจจะปรับไปบ้าง ตามแต่อารมณ์

ช่วงนี้ เสาร์ อาทิตย์ จะไม่ค่อยได้ทำงานมากเท่ากับวันธรรมดาแบบเมื่อก่อน เพราะจะหาเวลามาอ่านหนังสือ หรือ ดูหนัง พักผ่อน หรือเขียนบล็อก เขียนบทความ ไม่ก็ อีบุ๊ค วางแผนทำโปรเจคใหม่ๆ บ้างแล้วครับ ยอมรับครับ ว่าเมื่อก่อน…จะทำงานทุกวันจนแทบไม่มีเวลาพักเลย…แต่เดี๋ยวนี้ผมเริ่มหาช่วงวันหยุดพัก และวันธรรมดา ก็จะ ดูหนัง ช่วงกลางคืน ตอนดึก ใช้เวลาพักผ่อนมากขึ้น และงานก็ทำได้ดีขึ้นด้วย…

แน่นอนว่างานฟรีแลนซ์มันไม่มีเงินเดือน หรือรายได้ที่แน่นอน เหมือนอาชีพอื่นๆ ที่ได้ค่าแรงขั้นต่ำ 9,000 บาทต่อเดือน หรือ ป.ตรี จบใหม่ก็ได้ 15,000 ต่อเดือน ที่จบรุ่นเดียวกับผมคงไป 2-3 หมื่นต่อเดือนกันหมดแล้ว 555+ แต่ผมก็พอใจกับงานของผม…ทำไม?

เพราะ ถ้าให้เลือกระหว่างงานประจำ กับ งานฟรีแลนซ์ ที่ผมทำตอนนี้ โดยไม่มีเงินเดือนมาเกี่ยวข้อง…ผมก็เลือกทำงาน Freelance อยู่ดีครับ ด้วยความที่มีอิสระในการทำงาน มีเวลาที่เลือกได้ว่าจะทำตอนไหน จะหยุดตอนไหน จะทำหรือไม่ทำงานแบบไหน ที่สำคัญนี่คืองานที่ผมรัก…และถึงเอาเงินเดือนมาเป็นเกณ์ ก็เป็นเงินเดือนที่ไม่มีขอบเขต มันน้อยหรือมากก็ไม่สามารถบอกได้ นี่แหละครับ งานฟรีแลนซ์

ผมเริ่มทำงานฟรีแลนซ์แบบจริงจัง มาตั้งแต่ปี 2008 ได้ครับ…จริงๆก็ศึกษามาก่อนหน้านั้นประมาณปี 2006 หลังจบ ป.ตรี มาใหม่ๆก็เริ่มศึกษางานบน internet แล้วครับ มาถึงวันนี้ ปี 2014 ก็ยังทำอยู่ และที่ผมฝันต่อไป คือ การเปิดบริษัทครับ

ว่าแล้วก็…ขอไปจิ๊บกาแฟ…ก่อนเริ่มงานล่ะครับ…คิดแผนหาเงิน รวยๆ