Freelance (ฟรีแลนซ์) งานไม่ประจำ ทำเงินมากกว่าที่คิด

อาชีพอิสระ หรือ จะถูกนิยามใหม่ในยุคนี้ว่า งานไม่ประจำ แต่สรุปโดยรวมแล้ว มันก็คือ อาชีพ ฟรีแลนซ์ เป็นอาชีพหนึ่งที่คนยุคนี้ นิยมออกมาทำกันมากขึ้น เพราะอิ่มตัวกับการทำงานประจำ และอยากมีอิสระ มีเวลา สามารถทำอะไรได้หลายๆอย่าง ไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในออฟฟิศเพียงอย่างเดียว และที่สำคัญเราสามารถมีรายได้แบบไม่จำกัดด้วย

แต่เดี๋ยวก่อน ผมไม่ได้จะมาชวนให้คุณที่ทำงานประจำ มีเงินเดือนแน่นอนอยู่แล้ว ต้องออกมาทำงานฟรีแลนซ์กันหมดนะครับ อันนี้มันขึ้นอยู่กับความชอบ และความถนัดด้วย ใช่ว่าอาชีพ Freelance จะเหมาะกับทุกคน ผมเตือนคุณแล้วนะ แต่ถ้าหากว่ามั่นใจในฝีมือ ก็ออกมาลุยได้เลย

ไอ้คำว่า รายได้ไม่จำกัด นี่ต้องตีความกันดีดีนะครับ เพราะมันมีทั้ง มากไม่จำกัด และ สามารถติดลบได้ไม่จำกัดด้วย

อย่าลืมว่า งานฟรีแลนซ์นั้นถูกมองว่า เป็นงานที่ไม่มีความมั่นคงที่สุดในสายตาของคนทั่วๆไป เพราะเดือนนี้มีรายได้มากหลายหมื่น แต่พอเดือนต่อไปอาจจะไม่มีงานสักงานเลยก็เป็นได้ แต่ว่าที่มีแน่ๆ ก็คือ ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนครับ ไม่ว่าจะเป็น ค่าเช่าหอ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าอาหาร ค่าของใช้จำเป็น และอื่นๆ ดังนั้นต้องวางแผนการเงินให้ดีด้วย

เราจะได้ยินว่า ควรจะมีเงินเก็บสำรองไว้ อย่างน้อย 6 เดือน เพื่อเวลาไม่มีงานจะได้มีทุนสำรองมาใช้จ่ายได้ ซึ่งผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง คนทำงาน Freelance ควรจะมีงบในส่วนนี้ เพราะเวลาจำเป็นมันช่วยได้จริงๆ

อีกอย่างคือ ต้องหัดเก็บเงินด้วย เวลาได้งานแต่ละชิ้นมา ควรหักไว้อย่างน้อย 10-50% เพราะเราไม่รู้ว่างานต่อไปจะมาเมื่อไหร่ จึงต้องหักเก็บไว้เยอะๆ ใครที่ทำงานฟรีแลนซ์ จะรู้ว่างานชิ้นหนึ่งจะได้เป็นเงินก้อนเล็กบ้าง ใหญ่บ้างแล้วแต่งานที่เรียกเก็บ Freelance ไม่มีเงินเดือน แต่มีรายจ่ายทุกเดือนดังที่กล่าวไปแล้ว ดังนั้นเมื่อได้งาน รับเงินมา ก็ต้องจัดสรรให้ดี

ฟรีแลนซ์นั้นก็มีหลากหลาย เช่น นักข่าว ช่างภาพ นักเขียน โปรแกรมเมอร์ ดีเจ คนรับทำงานออนไลน์ เป็นต้น จริงๆมีเยอะมากมาย แล้วแต่ความสามารถความถนัด บางคนเก่งหลายอย่าง ก็สามารถรับงานได้เยอะ บางคนเก่งอย่างเดียวแต่ฝีมือดีก็มีงานไม่ขาดมือเช่นกัน

คนจะเป็นฟรีแลนซ์ได้ต้องมีความสามารถที่โดดเด่นอย่างน้อยหนึ่งอย่าง เช่น เขียนเว็บเก่ง ก็สามารถมารับงาน ทำเว็บไซต์ แบบฟรีแลนซ์ได้ หรือ เขียนนิยายเก่ง ก็สามารถมาเป็นนักเขียนอิสระได้

ฟรีแลนซ์ มองจากภายนอกอาจจะดูไม่ค่อยมั่นคง เงินไม่แน่นอน แต่ถ้าคุณได้รู้จักกับพวกเขาที่เป็น Freelance มืออาชีพจริงๆจะรู้ว่า พวกเขาทำเงินกันได้ไม่น้อยเลยแต่ละคน รายได้หลัก 50k-100k+ ต่อเดือน เป็นเรื่องธรรมดาไปเลย (แต่ต้องฝีมือดีจริงๆนะครับ ถึงจะทำเงินได้ระดับนั้น)

การจะเป็นฟรีแลนซ์ ที่มีงานเข้ามาตลอดนั้น จำเป็นมากที่จะต้อง มีเว็บไซต์ (บล็อก) เพื่อนำมาโปรโมท และแสดงผลงาน เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาดูตัวอย่างงาน เช็คราคา อ่านรายละเอียดการทำงาน ก่อนตัดสินใจว่าจ้างงานกับเรา รวมไปถึง ต้องมี เมล์ เพื่อใช้ในการรับงานส่งงานกันทางออนไลน์ หรือ มี Line ID เพื่อใช้คุยแชทกัน มีเบอร์โทร รวมไปถึงนามบัตร (ถ้ามี) เราต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอเพราะเราไม่รู้ว่างานดีดี จะเข้ามาหาเราเมื่อไหร่

Freelance อยู่ได้ด้วย การมีงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะจากลูกค้าใหม่ หรือ ลูกค้าเก่าก็ตาม หากมีลูกค้าประจำได้ยิ่งดีเลย เพราะเราจะมั่นใจได้ว่ามีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่องแน่ๆ อีกอย่างที่ฟรีแลนซ์จะอยู่ได้ คือ ได้รับงานใหญ่ เพราะงานใหญ่ นั่นหมายถึงการได้รับเงินก้อนใหญ่ด้วยเช่นกัน บางครั้งงานใหญ่เพียง 1 งาน เป็นรายได้มากกว่าเงินเดือนทั้งปีของ ป.ตรี จบใหม่อีกครับ (อย่างที่บอกว่า งานไม่ประจำ ทำเงินมากกว่าที่คิด จริงๆ)

ส่วนเรื่องการทำงานแล้วโดนโกง เมื่อก่อนผมก็เคยเจอครับ หลังๆไม่ค่อยมีแล้ว การรับงานอย่างน้อยเราควรจะมีการเรียกเก็บค่ามัดจำบางส่วนไว้ 30-50% ก่อนเริ่มงาน อันนี้ก็ต้องตกลงกันให้ดีก่อนรับงานครับ หากจะทำสัญญา หรือ ขอหลักฐาน กันไว้ก่อนก็ถือเป็นการป้องกันตัวได้ระดับหนึ่งครับ

Freelance เป็นงานที่ผมชอบมากๆ เพราะเลือกรับงานที่อยากทำได้ มีเวลามากขึ้น และรายได้ก็ไม่น้อยเลยต่อชิ้นงาน หลายคนอาจจะมองว่าไม่มั่นคง แต่คนที่เป็นฟรีแลนซ์จริงๆ เขาจะไม่ได้ทำงานด้านเดียว ยังมีรายได้จากทางอื่นๆด้วย ดังนั้นสำหรับผมจึงไม่ใช่ปัญหาครับ

ตัวอย่าง ถ้าทำงานประจำได้เดือนละ 15,000 บาท แต่ออกมารับงานฟรีแลนซ์ รับทำเว็บไซต์ เว็บละ 10,000 บาท รับงานเดือนละ 2 งาน ก็มีรายได้มากกว่าทำงานประจำแล้ว แถมยังมีเวลาว่าง เอาเวลาไปทำเงินอย่างอื่นได้อีก เช่น เขียน E-Book สอนสร้างเว็บไซต์ ขาย เป็นรายได้เสริมได้อีกทาง หรือจะรับดูแลเว็บไปด้วยก็ได้ เป็นต้น

Freelance จะมีเวลาว่างมาก ทำงานเสร็จก็จะว่างทั้งวัน ดังนั้น เวลาว่างที่มีจึงสามารถนำไปทำอย่างอื่นได้ คิดหาช่องทางทำเงินอื่นๆได้อีก หรือ จะเอาไปพัฒนาตนเองก็ได้ ผมชอบฟรีแลนซ์ก็ตรงนี้ด้วย

ฟรีแลนซ์ ถือ เป็นงานไม่ประจำ ที่ต้องใช้วินัยในการทำงานสูง เพราะงานต้องเสร็จตามเวลา ถือเป็นความรับผิดชอบที่ต้องทำให้ได้ไม่ต่างจากงานประจำเลยทีเดียว

ใครที่รับงานฟรีแลนซ์มานาน ทำเป็นอาชีพจริงจัง จะรู้เลยว่าทำแล้วมันเลิกยาก เพราะมันรับเงินตลอด แม้จะไม่มีเงินเดือน แต่ก็รับเงินทุกสัปดาห์ หากฝีมือดี งานดี เงินก็ดี หลายคนรับงานมากๆไม่ไหวต้องเปิดเป็นบริษัทเลยก็มีครับ

ถึงวันนี้ผมเชื่อแล้วครับ ว่า งานไม่ประจำ ทำเงินกว่า (ตอนทำงานประจำ) มากๆ และมีเวลามากขึ้นด้วย

ฟรีแลนซ์ กับช่วงวันหยุด ไม่ หยุด

ที่ไม่หยุด เพราะเราเลือกได้ นี่คือข้อดีของ คนเป็นมนุษย์ฟรีแลนซ์ เพราะวันศุกร์ ก็ไม่ได้ตื่นเต้น เสาร์ อาทิตย์ ก็คือวันธรรมดา และ ผมเลือก วันจันทร์ เป็นวันหยุด 1 วัน เพื่อกลับบ้าน ไปหา พ่อ กับ แม่ เป็นแบบนี้มาสักพักแล้วครับ

เมื่อก่อนผมบ้างานกว่านี้อีก 7 วัน เรียกว่าไม่เคยหยุดเลย กลับบ้านก็ไปแค่ 2-3 ชั่วโมง กลับมาทำงานต่อ บางครั้งการที่มีงานน้อยชิ้นลง อาจจะเป็นเรื่องดีในชีวิตก็ได้ เพราะได้พักมากขึ้น

แต่เชื่อว่า คนทำงาน Freelance อยากได้งานทุกวันแน่นอน อาจจะเพราะกลัวว่างานน้อยจะไม่พอกับค่าใช้จ่าย มากมาย ที่มารอตอนปลายเดือน โดยที่ไม่มีเงินเดือนมารองรับ ต้องเก็บออม และรวบรวมเงินที่ได้ จากงานเล็กงานน้อย ไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย นั่นทำให้ฟรีแลนซ์ ต้องรับงานอยู่เรื่อยๆ

ตอนนี้ผมปรับการทำงาน เพื่อให้เข้ากับ ไลฟ์สไตล์ ที่อยากทำได้มากขึ้น เพราะงานไม่ประจำ นั้น มีให้เราเลือกทำเยอะขึ้นในปัจจุบัน บางครั้งการรับงานน้อยชิ้นลง แต่มูลค่างานสูง เราก็อยู่ได้ หากมันเพียงพอกับค่าใช้จ่ายจำเป็นแล้ว

งานส่วนใหญ่ที่เข้ามา ก็มาจากบริษัท ห้างร้าน หรือบุคคลทั่วไป ก็มักจะติดต่องานมาในช่วงวันธรรมดา เป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว แต่ก็มีงาน ของคนบางกลุ่มที่มักจะติดต่อมาในช่วง วันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ซึ่งตรงจุดนี้ ผมมองเป็นความได้เปรียบ เพราะเราสามารถรับงานได้แม้จะเป็นวันหยุดที่บริษัทอื่นๆเขาหยุดกัน แต่เราไม่หยุด เราสามารถรับงานได้ ตอบเมลได้ คุยโทรศัพท์ได้ ก็มีโอกาสได้งานมากกว่าครับ

แม้ว่าผมจะเลือกวันธรรมดาเป็นวันหยุด ก็ไม่เสียโอกาสการได้งานอยู่ดี เพราะผมก็ยังเชคเมลได้ รับโทรศัพท์ได้ ก็เป็นข้อดีของการเลือกทำงานออนไลน์ ที่ยุคนี้ อินเตอร์เน็ต เราสามารถใช้ได้เกือบทุกที่ทั่วประเทศ

การหยุดวันธรรมดา ก็ยังมีข้อดีที่ไม่ต้องไปแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว เพราะคนจะน้อยกว่าวันหยุดปรกติ

วันเสาร์ อาทิตย์ งานน้อย เราก็สามารถใช้ช่วงเวลาเหล่านั้นในการ ทำงานอื่นๆ ได้ อย่างผมก็จะใช้เวลาไปกับการปรับเว็บไซต์ เขียนบทความ หรือ สร้าง Portfolio ในกับงานใหม่ๆ

และงานส่วนใหญ่ที่หลายคนมัก คิดว่าไม่ใช่งาน ก็คือ การคิด ใช่แล้วครับ การคิดก็เป็นงานเหมือนกัน ทั้งการคิดสูตรใหม่ๆ วิธีหารายได้ โปรเจคใหม่ๆ การคิด สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้นะครับ

วันเสาร์ อาทิตย์ ถ้าว่างมากๆ ก็จะเอาไปทำงานอดิเรก ได้ จะนอนดูหนัง ฟังเพลง หรือ อ่านหนังสือ สักเล่ม ก็ได้

และที่น่าแปลกก็คือ งานบางครั้ง ก็ได้มาจากการทำงานอดิเรกนี่ละครับ เช่น ชอบดูหนัง ก็ทำเว็บดูหนังซะเลย ชอบฟังเพลงก็ทำเว็บเนื้อเพลง ชอบอ่านหนังสือ ไม่แน่ครับ ต่อไปผมอาจจะเขียนหนังสือ หรือ อีบุ๊ค มาขายก็ได้

ทั้งหมดก็เป็นเหตุการณ์ ช่วงวันหยุดและวันธรรมดา ของผม แบบฟรีแลนซ์ๆ และคิดว่าส่วนใหญ่ก็จะคล้ายๆกัน ซึ่งวันหยุด ผมมักจะไม่อยากหยุด และวันธรรมดาจะกลายเป็นวันหยุด แต่จริงๆแล้วผมอาจจะเลือกหยุดวันไหนสักวันก็ได้ เพราะฟรีแลนซ์เลือกได้เอง ไม่ต้องรอใครบอกให้หยุด..

งานประจำ หรือ งานไม่ประจำ อาจไม่ได้วัดกันที่ใครทำเงินได้มากกว่า

งาน ทุก งาน มีคุณค่าอยู่ในตัวของมันเอง ตัวเงินอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จเสมอไป ความมั่นคง อาจจะเป็นที่ต้องการของคนบางกลุ่ม แต่อาจไม่ใช่ของคนอีกกลุ่ม อิสระ ก็เช่นกัน และไม่ว่า งานประจำ หรือ งานไม่ประจำ มันก็คือ งาน เหมือนกันนั่นล่ะ

เพียงแค่ว่า เรา พอใจ ที่จะเลือกทำแบบไหน?

งานประจำ คนที่ทำงานประจำ เขาก็พอใจที่จะได้รับเงินเดือนทุกเดือน ที่แน่นอน และมองว่ามันมั่นคง คนที่ประสบความสำเร็จจากการทำงานประจำก็มีมากมาย เป็นที่ยอมรับ เงินเดือนหลักแสน หลักล้าน ก็มี หรือ บางคนเลือกที่จะรับราชการ เพราะเบิกได้ พ่อ แม่ เจ็บป่วย จะได้สบาย นั่นก็เป็นความพึ่งพอใจ ของคนทำงานประจำ

งานไม่ประจำ คนที่ทำงานไม่ประจำ คนทำธุรกิจส่วนตัว หรือ ฟรีแลนซ์ พวกเขาต้องการออกมาทำงานในแบบของตัวเอง เป็นนายตัวเอง ก็มีคนที่ประสบความเร็จมากมาย มีรายได้ทุกวัน หรือ รายได้ก้อนใหญ่ มีอิสระ บางคนเลือกที่จะทำงานไม่ประจำ เพราะได้อยู่บ้าน ได้อยู่ใกล้กับครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการเช่นกัน

ผมได้อ่านหนังสือ การลาออกครั้งสุดท้าย” ซึ่งตอนแรกก็เข้าใจว่า เป็นหนังสือสอนเทคนิครวย โดยไม่ต้องทำงาน แต่พอได้อ่านแล้วมันไม่ใช่เลย การที่เขาอยากลาออก เพราะเขาเห็นว่างานมันไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต มันยังมี วิชาอย่างอื่นอีกมากมายที่ต้องทำ นอกจาก วิชา ทำมาหากิน เช่น การพัฒนาตนเอง การดูแลครอบครัว การดูแลสุขภาพ การช่วยเหลือผู้อื่น เป็นต้น ดังนั้น การลาออกของเขา ก็เพื่อจะได้มีเวลาทำอะไรหลายๆอย่างได้ และได้ทำอย่างที่เขาอยากทำจริงๆ ซึ่ง เขาก็ไม่ได้รีบเร่งที่จะลาออกมาทันที มีการวางแผน เก็บเงิน ลงทุน พัฒนาตนเอง จนถึงจุดหนึ่ง (ทำงานประจำกว่า 5 ปี) จึงได้ตัดสินใจลาออกมา ทำตามความฝัน และบทสรุป จริงๆของการลาออกครั้งสุดท้าย คือ หากคุณรักงานประจำที่ทำอยู่คุณพอใจอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องลาออก หรือ คุณทำงานไม่ประจำและพอใจในสิ่งที่ทำอยู่แล้วก็ไม่ต้องลาออกที่ไหนอีกเช่นกัน จึงเป็นการลาออกครั้งสุดท้าย เพราะคุณได้พบสิ่งที่คุณรักและทำมันแล้วนั่นเอง

อีกเล่ม คือ หนังสือ งานไม่ประจำ ทำเงินกว่า” เป็นหนังสือ โดนๆ ของคนทำงานฟรีแลนซ์อย่างผมมากเช่นกัน และคุณบอย ผู้เขียน ก็ได้บัญญัติ งานฟรีแลนซ์ ใหม่ว่า งานไม่ประจำ ซึ่งผมว่ามันเท่ ดี แต่เดี๋ยวก่อน กว่าที่จะทำงานไม่ประจำ ให้ทำเงินนั้น มันก็ไม่ได้ทำกันง่ายๆ เพราะคุณต้องเรียนรู้ ว่ามีความสามารถด้านไหน คุณต้องโดดเด่นในงานนั้นๆจริงๆ มี แบรนด์ เป็นของตัวเอง เพื่อให้คนจดจำ ต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ต้องรู้จักคนเก่งๆ คือ สรุปง่ายๆ คนต้องแน่จริงในสายงานนั้น จึงจะสามารถทำงานไม่ประจำ ให้ทำเงินได้มากกว่าเดิม ดังนั้นหากคุณยังไม่พร้อม และยังไม่รู้ว่า ลาออกมาแล้วจะทำอะไรดี อย่าพึ่งตัดสินใจลาออกมาเลยครับ ฝึกฝนงานประจำให้ดีก่อน เพราะงานไม่ประจำ ต้องอาศัย ความรับผิดชอบที่สูงมาก ในระหว่างที่ทำงานประจำ คุณสามารถพัฒนาตนเอง และเริ่มทำงานไม่ประจำควบคู่กันไปก่อนได้ เมื่อพร้อมแล้วค่อยออกมาก็ยังไม่สายครับ ผมเตือนคุณแล้ว!!

สุดท้ายแล้ว งานประจำ หรือ งานไม่ประจำ เงิน อาจไม่ใช่คำตอบเดียว กับสิ่งที่ทำอยู่ หากแต่เป็น ความพอใจ และความสุข ที่ได้ทำงานนั้นๆ เหมือนกับว่าไม่ได้ทำงานอยู่เลย เพราะทุกวันงานที่ทำคือส่วนหนึ่งในชีวิต.. งาน จึงไม่ได้วัดกันที่เงินมากหรือน้อย แต่วัดกันที่ความสุข จากการได้ทำงานนั้นๆ