Freelance Slow Life (สโลว์ไลฟ์) ชีวิตช้าๆ เป็นบางจังหวะ

ถือว่ากำลังเป็นกระแสโด่งดังในตอนนี้เลยทีเดียวสำหรับ กระแสการใช้ชีวิตช้าๆ แบบ Slow Life นั่งชิล จิบกาแฟ อ่านหนังสือ ทำอะไรกินเอง ถ่ายภาพ ปั่นจักรยาน มันช่างเป็นชีวิตที่แสนธรรมดาเรียบง่าย อาจจะเป็นชีวิตในฝันของ วัยรุ่นไทย หลายๆคนในยุคนี้

แต่ในความเป็นจริง ยุคที่ 3G และ 4G อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เราใช้ชีวิตกันแบบ Speed Life ซะมากกว่า แค่อินเตอร์เน็ตช้ายังเซ็งบ่นกันแล้ว การจะหนีจากชีวิต Speed Life ไปใช้ชีวิตแบบ Slow Life ได้ตามที่ฝัน อาจจะต้องวางแผนชีวิตกันนิดหนึ่ง ไม่ใช่อยู่ๆก็อยากออกไปใช้ชีวิตแบบนั้นได้เลย โดยที่ยังหาเงินเองไม่ได้ หรือรายได้ยังไม่พอเลี้ยงตัวเองได้ในอนาคต

ผมมองว่าคนที่ออกมาใช้ชีวิตแบบ Slow Life ได้ เขาชัดเจนกับตัวเองในระดับหนึ่ง และเขาก็มีรายได้จากการใช้ชีวิต สโลว์ไลฟ์ อยู่ด้วย เช่น เป็น Freelance เป็น Blogger เขียนเรื่องราวที่เจอ ที่ไปท่องเที่ยวลงบล็อก หาเงินโฆษณาจากบล็อกส่วนตัว เหล่านั้น หรือถ่ายภาพนำไปขายบนเว็บ จะเห็นว่าเขาใช้ชีวิตไป ทำงานไปด้วยในตัว ไม่ใช่ ไม่ทำอะไรเลย

บางคนอาจจะบอกว่า ก็อยากจะออกมาลองใช้ชีวิตแบบ Slow Life ดูบ้างไม่ได้เหรอ?

ได้อยู่แล้วครับ ถ้าแค่ทดลองใช้ชีวิต แบบพักผ่อนชั่วคราว บางครั้งเราก็ต้องการ การพักผ่อนบ้าง ไม่ใช่สิ่งที่เสียหาย

ผมเองก็ยังย้ายจากการทำงานประจำ มาเป็นฟรีแลนซ์ เพื่อที่จะหาเวลาบางช่วง มาใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ ได้พักผ่อนอยู่บ้านบ้าง หรือ อาจจะนั่งอยู่ในร้านกาแฟ อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ (อีบุคส์) หรือทำในสิ่งที่อยากจะทำโดยไม่ต้องกังวลกับโลกที่หมุนวนอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

แต่ก็นั่นละครับ ชีวิต Slow Life ของผมมันแค่เรื่องชั่วคราว สุดท้ายมันก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เพื่อเป้าหมายอื่นในชีวิตต่อไป ดังนั้น มันจึงมีทั้งการใช้ชีวิตแบบ Slow Life และ Speed Life แล้วแต่จังหวะ เพื่อความสมดุลในชีวิตการใช้ชีวิต สโลว์ไลฟ์ ของผมจึงสลับไปมาผสมอยู่ในชีวิตประจำวัน ช้าบ้าง เร็วบ้าง เป็นไปตามความเหมาะสม

เพราะผมโชคดีที่เป็นฟรีแลนซ์ และ บล็อกเกอร์ จึงสามารถเลือกใช้ชีวิตได้ โดยเฉพาะชีวิตแบบ Slow Life อาจจะได้ใช้บ่อยกว่าหลายๆคน ก็เท่านั้นเอง

ใช่ว่าการใช้ชีวิตแบบ Slow Life จะเหมาะกับทุกคน ดังนั้น จงหาวิถีชีวิตในแบบที่เหมาะสมกับตัวเราเอง ตอบโจทย์ตัวเองดีกว่า ไม่ต้องใช้ชีวิตตามใคร แต่ให้หาชีวิตที่ใช่ สำหรับตัวเราเองดีที่สุดครับ…

Blogger บ้านๆ ทำบล็อก อยู่ที่บ้าน ชีวิตออกแบบเองได้

ชีวิตเรา ตัวเราเองเท่านั้นที่เป็นคนกำหนด ไม่มีใครจะออกแบบให้เราได้ดี เท่ากับตัวเราเอง ชอบอะไร ไม่ชอบอะไรก็ตัวเราเท่านั้นที่ตอบได้ดีที่สุด

การเลือกอาชีพ หรือการทำงานก็เช่นกัน ผมเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า อย่าทนทำอะไรที่ไม่ชอบ ไปตลอดชีวิต” ซึ่งผมเห็นด้วยมากๆ คนเราจะทำอะไรให้ได้ดี มันต้องเป็นสิ่งที่เราชอบ แม้แต่การเลือกอาชีพใดก็ตาม เพราะมันจะอยู่กับเราไปอีก็อย่างน้อย…ก็ 30 ปี!!!

ดังนั้น ผมเลยเลือกที่จะทำงานออนไลน์ และเลือกจะเป็น Blogger ในแบบบ้านๆ ซึ่งเป็นหนึ่งสิ่งที่ผมชอบ เพราะทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ ที่มี อินเตอร์เน็ตใช้ จะอยู่บ้าน อยู่หอ หรือทำงานตอนไปเที่ยวก็ยังได้ นี่คือสิ่งที่ผมออกแบบได้เอง

ความสนุกของ Blogger คือการได้เขียนบล็อก ทั้งส่วนตัว และบล็อกทำเงินทั่วๆไป บางบล็อกก็ไม่ได้หวังรายได้ใดๆ แค่ได้เขียน เป็นความรู้บ้าง ข้อมูลบ้าง แชร์ประสบการณ์ตรงบ้าง บางครั้งก็อ่านสนุก บางครั้งก็อาจจะอ่านไม่สนุกเท่าไหร่ (ผมเน้นเขียนสด โพสสดๆ อาจจะเรียบเรียงไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่)

ขนาดบล็อกทำแล้วไม่ได้เงินยังชอบ แล้วถ้าบล็อกนั้นทำเงินด้วย จะยิ่งขยันหาข้อมูลมาเขียน มาโพสต์ แทบทุกวันเลย

จริงอยู่ครับ ที่การจะสร้างบล็อกมาได้มันต้องใช้ทุน และการจะอยู่รอดได้ ก็ต้องทำให้บล็อกนั้นๆมีรายได้ (มากหรือน้อยก็ว่ากันไปตามคุณภาพ และ Traffic)

ดังนั้น Blogger หลายคน ที่ทำกันเป็นอาชีพ จึงต้องปรับตัว หารายได้เข้าบล็อกของตัวเองในรูปแบบต่างๆกันไป เช่น

  • รับลงโฆษณา ทั้งรูปแบบแบนเนอร์ หรือ Text Link
  • รับเขียนรีวิว สินค้า หรือ บริการ ต่างๆ ลงบล็อก
  • ทำ IM ควบคู่ไปด้วย เช่น ติด Ads หรือ Aff ในบล็อก
  • รับงานฟรีแลนซ์ ควบคู่ ไปกับการทำบล็อก
  • หาสินค้ามาขายในบล็อก
  • ขาย E-Book เป็น coach สอนหาเงินออนไลน์ต่างๆ
  • อื่นๆ

ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการหารายได้ของ Blogger ซึ่งก็ช่วยให้บางคนมีเงินพอที่จะใช้เป็นทุนในการสร้างบล็อกต่อๆไป หรือ บางคนที่มีบล็อกดังๆ ก็สามารถทำเงินได้มากถึงขนาดไม่ต้องทำอาชีพอื่นเลยก็มี

ทุกวันนี้ผมก็ยังสนุกกับการเขียนบล็อกส่วนตัว รวมไปถึงการทำโปรเจคบล็อกอื่นๆไปพร้อมๆกันด้วย และก็มีงาน ฟรีแลนซ์ ที่รองรับค่าใช้จ่ายอยู่ส่วนหนึ่ง

แน่นอนว่าต่อไป ผมก็อยากทำโปรเจคที่ใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะมี ผลงาน ที่เป็นชิ้นเป็นอัน ไว้ทำเงินได้ต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านๆมา เรารับงานฟรีแลนซ์ ก็เหมือนทำงานให้คนอื่นๆเสร็จจบ ผลงานมันก็แค่เป็นสถิติ ตัวเลข ร่องลอย มันยังจับต้องไม่ได้ ไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างเท่าไหร่

เป้าหมาย อีกอย่างที่ผมต้องการทำให้สำเร็จในปีนี้ (2558) ก็คือ การมีบล็อกอะไรสักบล็อก เป็นของตัวเอง ที่มีคนเข้ามาวันละ 10K ให้ได้ ถ้าทำสำเร็จนี่จะเป็นแหล่งสร้างรายได้อันใหม่ของผมเลยทีเดียว

ก็อย่างที่เขาว่า อย่าใส่ไข่ทั้งหมด ไว้ในตระกร้าเดียวกัน”

เมื่อ ฟรีแลนซ์ กลับมาปัดฝุ่น Adsense เข้าสู่โหมด IM อีกรอบ ปี 2014

หลังจากที่เริ่มเข้ามาในวงการ IM (Internet Marketing) ใหม่ๆ (2006) ผมเองก็เริ่มจากการทำเว็บ Adsense นี่ละครับ ยังอ่านหนังสือ รวยด้วยคลิก google Adsense อยู่เลย เล่นบอร์ดเสียวในไทย จากการแนะนำของเพื่อน จนกระทั่งไปอบรมกับคุณโซว จึงมาเล่นบอร์ด ไทยเสียว จนถึงปัจจุบัน แต่ว่าตอนนั้นมันยุค Adsense อังกฤษ เว็บไทยยังไม่รองรับ ผ่านมา 2 ปี ได้มั้งค์ครับ ถึงเริ่มทำเว็บเนื้อหาไทยแล้วติด Adsense ได้

ไม่ประสบความสำเร็จเลยกับการทำ Adsense

เคยทำเว็บสายเทา ออกจะดำด้วยในยุคนั้นมันยังทำได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว โดนปิดบัญชีแน่ๆ ทั้งเว็บปั่น สคริปปั่น เว็บโดน Deindex ก็ไม่กลัว ทำใหม่ หมดทุนไปมากมาย กับการเช่าโฮสนอก กับการจดโดเมน .info มี .com แค่เว็บเดียวเอง ถ้าจำไม่ผิด รายได้น้อยนิดติดดินมาก ทำสักพักก็เลิกไป เพราะรายได้ไม่เข้าเป้า

พยายามจะกลับมาสมัครบัญชีใหม่ ใช้ Blogger ทำบ้างเห็นกระแสดี ขยันทำได้สักพักก็เลิกอีก ด้วยตอนนั้นยังไม่มีเน็ต ไม่มีคอม ต้องไปเล่นตามร้านเน็ตคาเฟ่ ชั่วโมงละ 10 บาท 15 บาท หน้ามหาลัย ก็ทำไปเพราะตอนนั้นยังไม่รู้จะทำอะไร สุดท้ายก็ไม่ได้ทำต่อ ออกไปหางานทำ ซะอย่างงั้น…

ระหว่างนั้น ทำ Adsense จนได้รับ PIN มาแล้ว รอแค่ทำครบ 100เหรียญ ก็จะได้รับเช็คอยู่แล้ว ก็มีบัญชีถูกปิดไปซะก่อน

สุดท้ายก็เลยต้องไปรับทำงานฟรีแลนซ์ ยาวเลย แทบไม่ค่อยได้กลับเข้ามาทำ Adsense อีกเลย บัญชีหายหมด ต้องไปกู้กลับมาใหม่

Adsense ปี 2014 กับช่องทางหารายได้เสริมสำหรับคนไทย สายบล็อกเกอร์

Adsense ยุคนี้ทำไม่ยาก แต่สมัครบัญชียากมากกว่า ต้องสมัครสองชั้นกว่าจะผ่าน เพราะเว็บไซต์หรือบล็อกที่จะเอาไปสมัครนั้นต้องได้คุณภาพจริงๆ โดเมนควรเป็น .com เนื้อหาไม่ควรต่ำกว่า 30 บทความขึ้นไป และความยาวแต่ละบทความไม่ควรต่ำกว่า 300-500 คำ ที่สำคัญควรโพสไปเรื่อยๆ ต่อเนื่องก่อนสัก 1 เดือน ให้มีบทความเยอะพอค่อยไปสมัครเปิดบัญชี Adsense เพราะถ้าไม่ผ่านในครั้งแรกๆ ต่อไปจะสมัครผ่านยากมาก ฉะนั้นทำเว็บหรือบล็อกเราให้ดีแต่แรก แล้วสมัครให้ผ่านไปเลยดีที่สุดครับ

หากสมัครเองไม่ผ่าน ทำยังไงดี ถ้าพยายามก็แล้วไม่สำเร็จ แนะนำให้จ้างคนสมัครไปเลยครับ ราคา 2,000-5,000 บาท ต่อบัญชีโดยประมาณ ลองหาดูคับ มีคนรับจ้างงานนี้อยู่ในไทยเสียว หรือไม่ก็ซื้อ บัญชีของคนที่ไม่ได้ใช้แล้ว แต่ต้องเลือกที่เปลี่ยนชื่อคนรับเงินได้ด้วยนะครับ

จะทำเว็บหรือบล็อกเกี่ยวกับเรื่องอะไรดี

อันนี้ผมโพสในบทความที่แล้ว ลองตามไปอ่านดูครับ มีหลายแบบ ที่สำคัญขอให้เลือกแบบที่เราสามารถเริ่มต้นได้เลยดีที่สุด จากประสบการณ์

ทำบล็อกเกี่ยวกับอะไรดี อยากมีรายได้จาก Blogger หารายได้บนอินเตอร์เน็ตอย่างไรดี

ยุคนี้มีเว็บเกิดใหม่มากมาย อยู่ที่ว่าใครจับกระแสสังคมได้ก่อน และทำบล็อกออกมาได้เร็ว ก็ได้เปรียบในเรื่องการทำ traffic หรือคนเข้าเว็บนั่นเอง แน่นอนว่า Adsense วัดกันที่คนเข้าเว็บ เว็บไหนหรือบล็อกไหนมีคนเข้ามาเยอะก็ได้เปรียบเพราะโอกาศในการคลิกโฆษณา Adsense ก็มีสูงเช่นกัน

SEO สำคัญไหมในการทำเว็บ Adsense ยุคนี้?

ก็ยังสำคัญอยู่ครับ เพียงแต่เราเน้นไปทาง SEO Onpage มากขึ้นเท่านั้นเอง เช่น การปรับหน้าเว็บ การเขียนบทความ การวางคีย์เวิร์ด ส่วน SEO Offpage นั้นก็ทำบ้างแต่น้อยลงไปเยอะแล้วครับ ทำแบบธรรมชาติดีที่สุด และปลอดภัยกว่า

หาแฟนคลับจาก แฟนเพจ และ Social Media หรือ Social network ต่างๆ ก็เป็นฐานสำคัญในการดึงคนเข้าเว็บเราได้เช่นกัน ยุคนี้ไม่ควรพลาด นำมาติดตั้งในเว็บบล็อกเราได้ผลดี เพราะคนยุคนี้เล่น Social network กันแทบทุกคน

กลับมาที่ Adsense แม้ว่าจะทำรายได้เหมือนจะง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อน แต่ว่ากฎ และการถูกปิดบัญชีก็ยังมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นเราควรอ่านกฎให้เข้าใจ และไม่ควรทำอะไรเสี่ยงๆ เพราะถ้าถูกปิดบัญชีไปแล้ว ก็เท่ากับว่าหมดทางทำมาหากินไปเลย 1 ช่องทาง

ดังนั้นควรมีทางเลือกสำรองไว้ทำมาหากินด้วยก็ดีครับ ถ้าถูกแบน ก็ยังพอมี Ads ที่อื่นอยู่ เช่น Adyim, BumQ, Yengo แต่ว่ารายได้ก็คงไม่ดีเท่า Adsense แน่ๆ แต่ไม่เป็นไร ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย อย่าลืมทำแผนสอง สำรองไว้บ้างก็ดีนะครับ เพราะอะไรก็ไม่แน่นอน

สรุป : แน่นอนว่า Adsense ก็ยังเป็น ads ที่สามารถทำเงินได้มากอยู่ แม้ว่าจะเสี่ยงก็ตาม หากเราไม่ทำผิดกฏอะไรก็ไม่ต้องกลัวครับทำไปเลย หรือถ้าพลาดจริงๆก็ยังมีแผนสำรองอยู่ แล้วเจอกันไว้รอเช็คใบแรกมาถึงแล้วจะมาบอกนะครับ…