ไอเดีย ใหม่ๆ มักซ่อนอยู่ในหน้ากระดาษ

สวัสดีปีใหม่ครับ ขอสวัสดีปีใหม่อย่างเป็นทางการ (แม้จะผ่านมาเกินครึ่งเดือนแล้วก็ตาม ถือว่ายังอยู่ในเดือนแรกของปี 2559) ปีนี้ ปีลิง วิ่งวุ่น แต่สุดท้ายแล้ว ก็ขอให้วิ่งเข้าเป้าหมายที่วางไว้ด้วยนะครับ

พูดถึงการตั้งเป้าหมาย ช่วงนี้ก็เหมาะมากกับการตั้งเป้าหมายเพราะเป็นช่วงต้นปี อยากทำอะไร อยากได้อะไร อยากแก้ไขอะไร เริ่มต้นทำเลยครับ นับจากนี้ไป แล้วมาวัดผลกันอีกทีท้ายปี

ปีใหม่ผมก็อยากทำอะไรใหม่ๆ หาไอเดียใหม่ ทำโปรเจคใหม่ หากใครยังคิดอะไรไม่ออก( ซึ่งผมก็เป็นอยู่บ่อยๆ) ลองมองหาหนังสือสักเล่มมาอ่านดูครับ ผมเชื่อว่าไอเดียดีดี ไอเดียใหม่ๆ มักซ่อนตัวอยู่ในหน้ากระดาษ มีหนังสือหลายแนวที่น่าสนใจ เราสนใจเรื่องไหน ก็หยิบเล่มนั้นมาอ่านครับ

อยากรวย หนังสือสอนรวยมีหลายเล่มหลายแนวมาก อยากเป็นเศรษฐีก็มีหนังสือสอนคิดสอนทำแบบเศรษฐี อยากมีเงินล้าน เงินพันล้าน ก็มีหนังสือแนวนั้นมากมาย ไอเดีย ดีดีซ่อนอยู่ มองหาให้เจอครับ

นับเป็นการสนับสนุนให้เราอ่านหนังสือมากกว่าวันละ 8 บรรทัดด้วย

เทคนิคอย่างหนึ่งให้การอ่านประสบความสำเร็จคือ เลือกเอาแนวทางสัก 1 อย่าง ในหนังสือ 1 เล่ม มาลองทำดู ทำให้จริงจัง ให้สำเร็จ จะได้ไม่เป็นการอ่านเยอะแต่ไม่ได้อะไรเลย

เปลี่ยนครับ อ่านไม่ต้องเยอะมาก แต่ได้แนวทางมาทำให้ได้ผลงานจริงจัง

ถ้าอยากทำเว็บไซต์ ก็มีหนังสือสอนทำเว็บไซต์ แต่อยากให้คุณทำเว็บไซต์ให้ออกมาเป็นเว็บจริงๆสักเว็บ ไม่ใช่แค่อ่านเฉยๆ ทำบล็อกส่วนตัวออกมาแบบบล็อกผมก็ยังดี

อยากทำการตลาด ก็ลองดูเทคนิคสักอย่าง ลองเอามาทำการตลาดให้กับเว็บคุณ

อยากถูกหวย ก็มองหาเลขเด็ดๆสักอาจารย์ (อันนี้ไม่เกี่ยว)

เอาเป็นว่า ไอเดียเด็ดๆ มันซ่อนอยู่ในหนังสือทุกเล่มแหละครับ เลือกมาสักเล่มจับไอเดียมาสักอย่าง ที่น่าสนใจ ถ้าไม่รู้จะเลือกเล่มไหน ดูเล่มที่เขาวางในชั้นหนังสือขายดี ก็ได้ครับ เพราะหนังสือขายดี มันก็บอกอยู่แล้วว่ามีคนอ่าน ยิ่งขายดีมาก แสดงว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างซ่อนอยู่ในหน้ากระดาษนั้นก็เป็นได้

และกับโปรเจคใหม่ล่าสุดของผม ก็ได้ไอเดียมาจากหนังสือนี่ล่ะครับ แต่เป็นแนวสายเทา ไม่ขาว ไม่ดำ แต่ทำเงินแน่นอน ส่วนจะดีแค่ไหน ไม่รู้เหมือนกันครับ ขอลองทำดูก่อน ถ้าดีก็ไปยาวๆ ถ้าไม่ดีก็แค่เลิก ไม่มีอะไรเสีย มีแต่ได้ประสบการณ์ ได้ไอเดีย สำคัญต้องรีบทำครับ ตีเหล็กต้องตีตอนร้อนๆ ตีไอเดีย ก็ต้องตีตอนที่ได้มาใหม่ๆนี่ละครับ ว่าแล้วก็ขอไปลุยโปรเจคปี 2016 ก่อนนะครับ หากใครยังหาไอเดียไม่เจอ ลองไปเดินเล่นในร้านหนังสือดูครับ ไม่แน่คุณอาจจะเจอไอเดียแบบผม

สั่งซื้อหนังสือออนไลน์ ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบการอ่าน แน่นอนว่าต้องหาซื้อหนังสือมาเสพเป็นประจำ แต่ว่าร้านหนังสือแถวบ้านผมมันดันไม่ค่อยจะมีหนังสือที่อยากอ่าน หนังสือมีให้เลือกน้อยเกินไป เว้นแต่ว่าเป็นหนังสือออกใหม่ก็ยังพอจะหาอ่านได้บ้าง ตามร้านค้าทั่วไป

ดังนั้นทางออกหนึ่งของผมเลยต้องลองหาซื้อหนังสือทางออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งเว็บไซต์ แรกๆที่ผมนึกถึงก็คือ SE-ED.com เพราะเป็นร้านหนังสือที่รู้จักกันดีอยู่แล้วมีหน้าร้านตามห้างทั่วไป แต่เขาก็ขายหนังสือทางออนไลน์ด้วย แถมมีหนังสือให้เลือกมากมาย ด้วย SE-ED มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ทำให้หนังสือส่งถึงกันได้เร็ว สมัครสมาชิกแล้วสั่งซื้อได้เลย ส่งถึงภายใน 7 วัน ที่ผมชอบซื้อกับที่นี่ เพราะ มีบริการห่อปก และแถมที่คั่นหนังสือให้ฟรีด้วย

นอกจากร้านใหญ่ๆแล้ว ผมได้ลองสั่งซื้อหนังสือกับร้านหนังสืออิสระ อย่างเว็บไซต์ Readery.co ด้วย ที่นี่มีหนังสือให้เลือกเยอะอยู่พอสมควร มีทั้งหนังสือหายาก หนังสือแนวๆหน่อยก็มี หนังสือเก่าหายากก็มีให้เลือกซื้อ บางทีหนังสือที่ร้านใหญ่อย่าง SE-EDไม่มีขาย ผมก็มาหาซื้อกับทางเว็บ Readery.co แนววรรณกรรม นิยาย หนังสือหายากแนะนำให้ลองมาที่ร้านนี้เลยครับ สมัครสมาชิก แล้วสั่งซื้อได้เลย ส่งไวภายใน 5-7 วัน ถึงบ้านคุณ

ล่าสุดผมลองสั่งซื้อหนังสือออนไลน์กับทางสำนักพิมพ์โดยตรง อย่างสำนักพิมพ์ วีเลิร์น Welearnbook.com ซึ่งจำหน่ายหนังสือในสำนักพิมพ์ของตัวเองเป็นหลัก และมีหนังสือที่ฝากขายด้วย แม้ว่าหนังสือจะไม่เยอะมาก แต่หนังสือในสำนักพิมพ์ก็จะราคาถูกกว่าซื้อที่อื่นๆแน่นอน หนังสือเก่าในสำนักพิมพ์บางเล่มที่ไม่มีขายในร้านอื่นๆแล้ว แต่ที่สำนักพิมพ์ยังมีอยู่ ก็ทำให้การหาหนังสือเก่าเป็นเรื่องง่ายขึ้น แค่สมัครสมาชิกกับทางเว็บไซต์แล้วก็เลือกหนังสือสั่งซื้อได้เลย ส่งถึงมือภายใน 5-7 วัน เช่นกัน

การสั่งซื้อหนังสือทางออนไลน์นับว่าสะดวกรวดเร็วดี มีหนังสือมากมายให้เลือก และมีหลายร้านให้เปรียบเทียบราคา สามารถหาข้อมูลอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจได้ด้วย นับว่าเป็นทางออกของคนบ้านไกล อยู่ต่างจังหวัด ที่หาหนังสืออ่านยาก ช่องทางออนไลน์จึงมาตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี

ต่อไปผมว่าจะลอง สั่งซื้อกับสำนักพิมพ์อื่นๆดูบ้าง น่าจะมีส่วนลด และราคาที่ถูกกว่าการซื้อตามร้านทั่วไป ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ที่สำนักพิมพ์เองก็จัดจำหน่ายหนังสือเองผ่านทางออนไลน์ด้วย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สายส่งเท่านั้น

เมื่อก่อนผมอาจจะกลัวการสั่งซื้อของออนไลน์  แต่เดี๋ยวนี้เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว การสั่งซื้อก็ไม่ได้ยาก เพราะบนเว็บไซต์ก็จะมีบอกวิธีการสั่งซื้อ การสมัครสมาชิก การชำระเงิน และการจัดส่งสินค้า ทำให้เรามั่นใจได้ว่า สั่งไปแล้วได้รับสินค้าครบถ้วนแน่นอน

ดังนั้นช่องทางออนไลน์ ไม่ได้น่ากลัว และการสั่งซื้อไม่ได้ยากอย่างที่คิดแน่นอน ใครที่ชอบอ่านหนังสือดีดี ตามหาหนังสือหายาก อยากตามเก็บหนังสือเก่าๆ หรือชอบอ่านหนังสือออกใหม่ ราคาถูก ก็ลองแวะเข้าไปสมัครสมาชิกแล้วสั่งซื้อกันดูนะครับ

เพราะผมอ่าน ผมจึง…ตอนที่ 2

เมื่อผมตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือให้ได้เดือนละ 1 ถึง 2 เล่ม ต่อเดือน ผมก็ค้นเอาหนังสือเก่าๆมาอ่านบ้าง หรือ ที่ซื้อดองไว้ไม่ได้อ่านมาเป็นปี ก็หยิบมาเปิดอ่าน บางเล่มอ่านแล้ว ถึงกับคิดว่า ทำไมไม่รีบอ่านมาตั้งแต่แรกที่ซื้อ ดองไว้เป็นปีๆ หรือ บางเล่มก็อ่านไม่จบ อ่านไปแค่ 2-3 บท แรก ก็ไม่ได้อ่านอีกเลย ทั้งหมดถูกขุดขึ้นมาอ่านจนครบ

หลังจากนั้นก็เริ่มหา E-Book มาอ่านด้วย เพราะอ่านหนังสือเล่มที่มีหมดแล้วในตอนนั้น สุดท้ายก็ต้องเริ่มออกไปหาซื้อหนังสือใหม่ๆ ตามร้านหนังสือ และสั่งซื้อทางออนไลน์ด้วย ตามกำลังเงินที่มี

แน่นอนว่าหนังสือเล่มที่ดังในเวลานั้น อย่าง การลาออกครั้งสุดท้าย The Last Resignment” ซึ่งผมอ่านจบไปกว่า 3 รอบ มันเป็นหนังสือ ที่ผมอ่านแล้วได้เห็นอะไรบางอย่าง เกิดแรงบันดาลใจ ที่จะเริ่มทำอะไรจริงจังมากมาย อาจจะเพราะผมเป็นฟรีแลนซ์อยู่แล้วด้วย อ่านไปเลยอินจัดตาม แม้เนื้อหาจะไม่ได้ตรงกับชีวิตผมทั้งหมดก็ตาม แต่นั่นก็ส่งต่อให้ผมไปอ่านหนังสือเล่มอื่นๆ เช่น พ่อรวยสอนลูก # 2 : เงินสี่ด้าน : Rich Dad’s Cashflow Quadrant” ก็ทำให้เปิดกะโหลก เรื่องการจัดการเรื่องเงิน ทำให้ผมกลายเป็นคนเริ่มที่จะวางแผนการเงิน เก็บเงิน อยากลงทุน อยากรวยด้วย ว่ากันตามตรง

หนังสือที่เป็นกระแสอีกเล่มอย่าง “The 4 Hour Work Week สบายดี แต่รวยได้” ก็ทำให้ผมเข้าใจ เรื่องการจัดการงาน เพื่อจะได้มีเวลาทำอย่างอื่น หรือการสร้างระบบให้ทำงานแทนเรา โดยที่เราไม่ต้องดูแลตลอด แต่ธุรกิจก็สามารถเดินหน้าได้

ผมอ่านหนังสือแนวเกี่ยวกับพวก งานอิสระ อาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ ก็หลายเล่มอยู่ จากนั้นพอผมอยากหัดเขียนให้เก่งๆ อยากเป็นนักเขียน ก็เลยตามหาหนังสืออย่าง เขียนเก่ง…รวยก่อน” เพราะได้ดูคลิปในยูทูป ของ อ.สมคิด ลวางกูร ด้วยเลยทำให้อยากติดตามอ่านหนังสือท่าน ก็ชอบวิธีการเขียน เล่าเรื่องสนุก ได้ความรู้เรื่องการเขียน และการทำหนังสือ ทั้งหมดเลย ดีมากๆ

หนังสือที่ดองไว้นานแล้วและมีเพื่อนแนะนำมาอย่าง “The Secret เดอะซีเคร็ต” ก็เป็นหนังสือที่ดีทีเดียว พลังแรงดึงดูด ขอ เชื่อ รับ เป็นอะไรที่ผมชอบฝึก บางครั้งเรื่องเหลือเชื่อก็ดึงดูดมาหาผมจริงๆ

ใช่มันดึงดูดหนังสือเล่มอื่นๆ ที่ผมกำลังสนใจ ไม่ว่าจะเป็น งานไม่ประจำ ทำเงินกว่า” ลาออกซะ ถ้าอยากรวย” คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย : A Thinker’s Guide to the Moon” และอีกหลายเล่มแนวๆนี้ อ่านแล้วมันให้แรงบันดาลใจ เพราะเราได้เห็นมุมมอง แนวคิด ของคนที่หลากหลาย ที่ประสบความสำเร็จ มาแล้ว เราได้อ่านก็เกิดพลัง

ผมซื้อหนังสือ แล้วก็อ่าน แล้วก็หาซื้อเล่มใหม่ๆ มาเรื่อยๆตลอดปี 2557 แล้วผมก็พบหนังสือเล่มหนึ่ง ซื้อมาอ่านในช่วงที่ งานน้อย เงินก็ฝืดๆ คอมก็เสีย เป็นช่วงแย่ๆตอนกลางปีก่อน ย้ายที่ทำงานไปมา มีเรื่องมากมายต้องทำ แม้จะอ่านหนังสือที่ให้แรงบันดาลใจมาหลายเล่ม หรือหนังสือที่ให้ความรู้ แนะนำเกี่ยวข้องกับงานที่ผมทำ แต่ในช่วงนั้นมันเหมือนคนที่คิดไม่ออก ว่าจะเอาไงต่อดี จะผ่านช่วงเวลาที่ ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไปได้ยังไง (จริงๆก็พอมีงานบ้างแต่น้อยมากๆ เงินก็เรียกว่าไม่พอใช้ ต้องยืมเงินมาใช้) แต่พอได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ทุกอย่างเหมือนจะเปลี่ยนไป นับจากนั้นเป็นต้นมา อย่างไม่น่าเชื่อ ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน” เป็นหนังสือที่เปลี่ยนความคิด ผมไปจริงๆ และมันกลายเป็นว่า เหมือนผมมี สมองเงินล้าน สมองเรียกงาน เรียกเงิน ได้ อย่างน่าแปลกใจ เพราะเมื่ออ่านจบ ผมลองฝึก แล้วมันก็เห็นผล เริ่มมีงานเข้ามา มีเงินเข้ามา และผมก็ใช้วิธีการฝึกตามหนังสือ มาเรื่อยๆ (กำลังจะกลับไปอ่านซ้ำอีกรอบ จริงๆเขาให้อ่านทุกเดือนด้วยซ้ำไป) มันได้ผลสำหรับผมมากเลย

อีกเล่มที่อยากแนะนำ คือ ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้ Collector’s Edition” หนังสือทรงพลังเช่นกัน อ่านแล้วไฟลุก ทำให้อยากทำอะไรในระดับโลก คิดใหญ่ ซึ่งมันส่งผลดีต่อการทำงานผมด้วย จากนั้นก็ทำให้ผมตามงาน ของคุณบัณฑิต อิ้งรังษี ทั้งหนังสือเล่ม และหนังสือเสียง ได้ประโยชน์มากๆ

ก็ยังมีหนังสืออีกหลายเล่ม รวมถึงนักเขียนอีกหลายๆท่าน ที่ผมตามๆอ่านอยู่ ทุกเล่มล้วนให้ความรู้ ข้อคิด ที่แตกต่างกัน ดีกันคนละแบบ แม้หนังสือที่แย่ที่สุด ก็ยังมีสักหนึ่งบรรทัดที่ให้ข้อคิดเราได้

ดังนั้น คำตอบ ของ ผม เพราะผมอ่าน ผมจึง…อยากเป็นนักเขียน ครับ เพราะรู้สึกสนุก เมื่อได้อ่านแล้ว เกิดแรงบันดาลใจ อยากเขียน อยากแชร์

ผมได้อะไรจากการอ่านเยอะมาก บางเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่มันก็ทำให้ผมผ่านจุดแย่ๆมาได้เพราะการอ่าน

ผมมีงาน (ไม่ประจำ) มีเงินเก็บ ก็เพราะการอ่าน

การอ่านสามารถตอบคำถามเราได้ แม้จะตรงคำถามบ้าง ไม่ตรงบ้าง แต่ข้อมูลจากหนังสือหลายๆเล่มก็พอจะช่วยสรุป คำตอบที่เราสงสัยได้

ฉะนั้น การอ่านหนังสือ ช่วยเปลี่ยน ความคิด เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนโลกของผมได้จริงๆ และผมก็เชื่อว่าถ้าคุณอ่านมันก็จะช่วยเปลี่ยนอะไรบางอย่างในตัวคุณได้เช่นกัน

วันนี้ คุณอ่านหนังสือบ้างแล้วหรือยัง?