ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักลูกค้า

หากใครได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ มาแล้วก็อาจจะกลัวการเป็นฟรีแลนซ์ ไปเลยก็เป็นได้ เพราะการทำงานที่หนักมาก จนร่างการแทบพัง แถมยังโดนเร่งงาน ตามงาน ดีไม่ดีอาจจะตกงานไม่รู้ตัว หากทำงานไม่ได้มาตรฐานที่สูงอยู่ตลอดเวลา ไหนจะเรื่องความเหงา เพื่อนก็มีน้อย ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวสุดๆ ที่น่าเศร้าคือแฟนก็ไม่มี เพราะวันๆทำแต่งาน ไม่ค่อยได้เจอสาวที่ไหน

ถามว่าคนที่เป็นฟรีแลนซ์นั้น ทำงานหนัก และประสบปัญหาแบบในหนังจริงไหม?

ถ้าให้ตอบแบบผมที่ก็เป็นฟรีแลนซ์อยู่ด้วยละก็ ต้องบอกว่า จริงครับ”แต่ว่าจริงแค่ครึ่งเดียว ไม่ได้โหดร้ายเท่าในหนังหรอกครับ ต้องเข้าใจว่าในหนังนั้นต้องทำให้ดูเกินจริงไปบ้าง เพื่อความบันเทิง หากแต่ว่าชีวิตจริงนั้นไม่ได้โหดปานนั้น แต่บางอย่างก็จริง จนน่าคิด

ก็ขอแชร์เท่าที่เห็นในตัวอย่างหนังนะครับ ไม่สปอยล์ ในบางเรื่องบางมุม ผ่านตัวผู้เขียนเอง ผ่านประสบการณ์ฟรีแลนซ์ ที่ทำมาตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปัจจุบันนี้

-การรับงาน จากที่เห็นในตัวอย่างหนังนั้น จะเห็นว่ามีผู้ช่วยคอยหางานมาป้อนให้ตลอดๆ ก็สบายดีพระเอกมีแค่หน้าที่ทำงานให้ทันเวลาก็พอ แต่ในชีวิตจริงผมไม่มีคนหางานมาป้อนให้ ก็ต้องหางานเอง ทำเว็บไซต์เพื่อรับงาน ทำแฟนเพจ เพื่อติดต่อลูกค้า ต้องวิ่งหางานเองทำงานคนเดียว ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ ผูกมิตรกับลูกค้า ทำงานคุณภาพไว้ เพื่อให้ลูกค้าเก่ากลับมาจ้างต่อ และหาลูกค้าใหม่ๆมาเพิ่ม หากว่าได้ลูกค้าที่เป็นรายใหญ่หรือบริษัทส่งงานมาให้เรื่อยๆก็สบายไป เพราะทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีงานทำอย่างต่อเนื่องแน่นอน อย่างที่รู้ฟรีแลนซ์รายได้ไม่แน่นอน หากได้ลูกค้าดีดี ก็ควรทำงานให้ดีและมีคุณภาพเพื่อที่จะได้มีงานต่อมาเรื่อยๆนั่นเอง

-งานด่วนงานเร่ง แน่นอนว่าฟรีแลนซ์จะโดนเป็นประจำ งานด่วนมักมาในเวลาที่งานอื่นก็เร่ง ดังนั้นต้องจัดการกับเวลาให้ดี ต้องสรุปงานคุยงาน กำหนดการส่งงานให้ชัดเจน ไม่ควรส่งงานช้า และไม่ควรปล่อยให้งานตกค้างเยอะ เคียร์ได้ให้รีบเคียร์ไปเลย เพราะถ้าสะสมไว้มากๆและต้องมาส่งใกล้ๆกัน จะทำงานไม่ทัน อาจจะทำให้เสียงานได้

-ช่วงเวลาในการทำงาน จากในหนังจะเห็นว่าเพระเอกมักจะทำงานทั้งวันทั้งคืน นอนเกือบเช้า หรือไม่ก็ทำตลอดเวลา ยิ่งเป็นงานด่วน โดนเร่งมาก็ต้องรีบทำงานไม่ได้หลับได้นอน เพื่อส่งงานทันที ไม่ว่าเวลาไหนก็ตาม ซึ่งผมก็เคยทำงานตั้งแต่ตื่นนอนสายๆ ไปจนถึงตีสามตีสี่ แต่พอทำไปนานๆ อายุเริ่มเยอะ ก็ไม่สามารถจะทำแบบนั้นได้แล้ว ไม่ไหวครับ อดหลับอดนอนทุกวันๆ ร่างกายแย่มาก ปัจจุบันผมปรับการทำงานได้ดีขึ้น ทำกลางวัน กลางคืนพักผ่อน มีเวลามากขึ้น ได้ทำอย่างอื่นบ้าง เรื่องนี้ต้องปรับครับ เพราะงานทุกอย่างเราต้องรู้ตัวว่าทำได้แค่ไหน ใช้เวลาเท่าไหร่ ไม่จำเป็นต้องโหมงานหนักตลอดเวลาขนาดนั้น อยู่ที่เราจัดสรรเวลาให้ลงตัว

-ออกกำลังกาย 30 นาที ก็ต้องยอมรับว่าฟรีแลนซ์อย่างผมนั่งอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์แทบทั้งวัน ไม่ค่อยได้ขยับตัว นั่นก็ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มเอาๆ ช่วงหลังก็เลยต้องหาเวลาออกกำลังกายบ้าง แต่ก็ยังไม่บ่อย ตอนนี้ก็พยายามปรับตารางเวลาในการออกกำลังกายให้ได้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง และการเป็นฟรีแลนซ์ทำงานอยู่บ้านคนเดียว ไม่มีเพื่อนออกกำลังกาย วิธีออกกำลังกายที่ทำคนเดียวได้ดีที่สุดก็คือการวิ่งนี่ละครับ แต่ก็เล็งว่าจะซื้อจักรยานมาปั่นอยู่เหมือนกัน

-รักษามาตรฐานหน่อย ตกงานไม่รู้ตัว แม้ว่าจะเป็นคำพูดที่ดูแรง แต่ก็จริง คนเป็นฟรีแลนซ์จะมาทำงานลวกๆ ให้พอผ่านคงจะไม่ได้ ต้องรักษามาตรฐานให้ดีอยู่เสมอ ไม่ว่างานเล็ก งานใหญ่ เพราะถ้าพลาด งานหลุดมือ ก็เท่ากับไม่ได้เงิน ระบบก็จะเสียไปหมด ชื่อเสียงก็จะเสียไปด้วย ทำให้ลูกค้าน้อยลง เงินก็น้อย แน่นอนว่าส่งผลต่อรายได้และความเป็นอยู่คุณแน่ๆ อย่าลืมว่าคนเป็นฟรีแลนซ์ ไม่มีเงินเดือน แต่ค่าใช้จ่ายมีทุกเดือน ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่ากิน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมไปถึงต้องลงทุนบางอย่างเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ทำงานด้วย การรักษามาตรฐานงานให้ดี ก็เท่ากับเราได้ผลงานที่ดี ไว้เป็นผลงาน เพื่อให้ลูกค้าใหม่ๆได้เห็นและสนใจจ้างงานต่อไปด้วย

-ออกไปพักผ่อนบ้าง ชีวิตไม่ได้มีแต่การทำงานเพียงอย่างเดียว เราควรหาเวลาออกไปพักเพื่อชาร์จแบต ให้กับตัวเองด้วยเที่ยงท่อง เที่ยวชมความงามทางธรรมชาติหรือหนีไปพักร้อนเล่นน้ำทะเล อย่างที่รู้ๆกันฟรีแลนซ์ไม่มีวันหยุด ไม่เว้นแม้เสาร์อาทิตย์ แต่เราสามารถเลือกที่จะหยุดวันไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นก็มีบางคนที่เลือกจะไม่หยุดเลย ทำงานทุกวัน นั่นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก อย่างไรร่างกายคนเราก็ไม่ใช่เครื่องจักร ควรหาเวลาเพื่อพักผ่อนบ้าง

ชีวิตฟรีแลนซ์ถ้าเทียบกับที่ในตัวอย่างหนังเอามาบวกกับประสบการณ์ผู้เขียนเองก็เป็นประมาณนี้แหละครับ ในหลายๆเรื่องก็เป็นเรื่องจริง แต่บางอย่างก็ไม่ได้เป็นแบบในหนัง อาจจะด้วยอาชีพฟรีแลนซ์นั้นมีหลากหลาย ไม่ได้เป็นฟรีแลนซ์ในสายอาชีพเดียวกัน ประสบการณ์ที่พบเจอก็อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง แต่หลักๆก็คงเป็นเรื่องงาน การทำงาน เวลาทำงาน ที่ดูจะคล้ายชีวิตจริงมากๆ

ฟรีแลนซ์ยุคนี้ มีอุปกรณ์ช่วยในการทำงานมากขึ้น และงานก็มีหลายแบบ ผมเองก็ทำงานฟรีแลนซ์ออนไลน์ ทั้งรับทำเว็บ โปรโมทเว็บ ทำการตลาดออนไลน์ และยังมีฟรีแลนซ์อาชีพอื่นๆอีกมากมาย ยุคนี้จึงเป็นยุคที่คนอยากออกมาทำงานอิสระกันมากขึ้น แต่ก็ต้องอยู่รอดให้ได้ด้วย ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับอาชีพฟรีแลนซ์ บางครั้งการเป็นมนุษย์เงินเดือนอาจจะเหมาะกับคุณมากกว่า ดังนั้นผมคงจะไม่ชวนให้ท่านออกมาทำงานเป็นฟรีแลนซ์หรอกนะครับ แต่หากใครที่อยากออกมาทำงานอิสระ เลือกงานที่ชอบ เลือกงานได้ เรียกเงินได้ตามที่ต้องการ ไม่ต้องมีเจ้านาย แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบที่สูงมากๆ ถ้าอยากทำงานอยู่บ้านแบบผม ก็ลองดูครับ เป็นฟรีแลนซ์ไม่ได้ยากอย่างที่คิด