5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ปี 2561

ถึงเวลาก็กลับมาเจอกันอีกครั้งสำหรับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ของปี 2561 แต่เป็นบทความแรกของปีนี้ 2562 ก็ลองมาดูกันว่าในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2561) มีเรื่องอะไรกันบ้าง ที่ผมชอบ และไม่ชอบ ก็ต้องบอกไว้ตรงนี้ก่อนเลยว่า เป็นแค่ความคิดเห็น และความรู้สึกส่วนตัวของผมเองล้วนๆ เพราะมันเป็นเรื่องที่มีทั้งทำให้ ใจเสีย และเรื่องที่ทำให้ ใจเต้นแรง ในรอบปีอาจจะมีหลายๆเรื่องที่พุ่งเข้ามา แต่ก็คัดเอาที่สุดเท่าที่อยากจะบอกได้ มาเขียนไว้ตรงนี้

ก็เหมือนเดิมมาเริ่มต้นที่เรื่องไม่ชอบกันก่อน และจบท้ายสวยๆ ด้วยเรื่องที่ชอบ ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย …

5 ไม่ชอบ

1.ผลงานผีแดงในรอบปี 2018

ใครที่เป็นแฟนผีแดง ก็คงจะทราบกันดีว่าตลอดปี 2018 ฟอร์มของทีมเป็นเช่นไร ต้นปีมีลุ้นแชมป์ FA CUP แต่ก็พลาดไป พอเปิดฤดูกาลใหม่ น้ามู ก็ไม่ได้งบซื้อตัวผู้เล่นอย่างที่หวัง เหมือนมีปัญหาภายในหลายๆอย่าง ทีมก็จมอยู่กลางตาราง จนสุดท้ายก็ต้องปลดน้ามูออกไป น่าเสียดาย แต่ก็เข้าใจโลกของฟุตบอล โซลชาร์ เข้ามาแทนที่ ตอนนี้ผลงานก็ถือว่าดี น่าพอใจ แต่ก็ต้องดูกันยาวๆ เพราะตำแหน่งผู้จัดการทีมตอนนี้ยังเป็นแค่ตำแหน่งชั่วคราว ไม่แน่ว่าจบฤดูกาลไปแล้ว ผู้จัดการทีมตัวจริงจะเป็นใคร ก็ได้แต่หวังว่าทีมจะกลับมาได้ลุ้นแชมป์เสียที หลังจากรอมานานนับตั้งแต่ป๋าวางมือไป

2.งานอดิเรก ทำได้น้อยลง (ดูหนัง, อ่านหนังสือ, เขียนหนังสือ)

เป็นอีกปีที่งานอดิเรกหายไปเยอะเลย หนังก็ดูน้อยลง หนังสือก็อ่านจบไปไม่กี่เล่ม งานเขียนทั้งหนังสือ และบทความต่างๆ ก็น้อยกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา เหมือนแรงบันดาลใจอะไรมันหล่นหายไป ในปีที่ผ่านมา ตอนนี้ก็พยายามจะกลับมาเขียน มาอ่านอีกครั้ง เพื่อต่อยอดไปสู่กิจกรรมอื่นๆต่อไป

3.ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

จากที่เคยเดินออกกำลังกายเกือบทุกวัน ปีที่ผ่านมาแทบจะไม่ได้ออกกำลังกายเลย เอาตรงๆว่าไม่กล้าชั่งน้ำหนักเลยตอนนี้ น่าจะใกล้หลักร้อยแน่ๆ ปีนี้ยังไงก็ต้องกลับมาฟิตร่างกายให้ได้ เพราะยิ่งปล่อยไปดูถ้าจะยิ่งแย่ ยิ่งอายุเริ่มมากขึ้นทุกวัน ยอมรับว่ากลัวการเจ็บป่วยมาก เพราะเป็นอะไรมันก็จะเป็นนาน หายช้า เพราะสภาพร่างการไม่แข็งแรง เหมือนตอนวัยรุ่นแล้ว

4.ปัญหาเรื่องงาน

เรื่องงานก็เป็นปัญหาที่สะสมมานานตั้งแต่ปลายปีก่อนแล้ว แต่มันมาส่งผลหนักข้อ ก็คือตอนปีที่ผ่านมา หลายๆงานที่จำใจต้องปิดตัวลง เพราะกระแสโลกที่เปลี่ยนไป หลายๆอย่างขาดงบสนับสนุน ก็ไม่สามารถที่จะทำต่อไปได้ พอมีปัญหาเรื่องงาน ก็ย่อมส่งผลกับเรื่องเงินไปด้วย ก็ต้องประคองตัวกันไปก่อนช่วงนี้ ช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิตอีกครั้ง

5.ศึกษาหาความรู้ใหม่ๆน้อยไป

เป็นความรู้สึกส่วนตัวจริงๆอันนี้ ที่หมือนการค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ หรือติดตามกระแสโลกน้อยลง แม้โลกออนไลน์จะมีความรู้มากมายก็ยังหาดู หาฟังน้อยเอง หนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจก็หยิบมาเปิดอ่านน้อยเช่นกัน ก็เลยรู้สึกว่าความรู้มันนิ่งๆไปช่วงปีที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าตัวเองหมดไฟไปตอนไหน แต่ตอนนี้ก็กำลังจุดไฟให้ตัวเองใหม่อีกครั้งเช่นกัน เพราะยังเชื่อว่าความรู้มีอยู่รอบตัว อยู่ที่เราจะเห็นมันหรือเปล่า แล้วจับเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

5 ชอบ

1.ได้กลับมาดูหนังในโรงหนังอีกครั้ง

ต่างจังหวัดที่ไม่มีห้างใหญ่ โรงหนังก็ไม่มี ที่มีก็ปิดตัวหนีหายไปหมดหลายปี จนมาปีนี้ที่โรงหนังกลับมาแล้วกับห้างใหม่ ถึงสองที่ ทำให้ได้มีโอกาสเข้าไปชมหนังในโรงหนังอีกครั้ง อย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่ดีแม้หนังจะยังไม่ได้หลากหลาย แต่ก็ดีกว่านั่งดูหนังออนไลน์อยู่ที่บ้านอย่างเดียว

2.K-POP

ตั้งแต่ที่ฟังเพลงยุค girls generation แรกๆ ก็ห่างหายจากวงการเพลง K-POP ไปเลย จนมาปีนี้ก็เลยลองแวะหาเพลง K-POP ฟังสักหน่อย ก็ไปเจอวง วง BTS กับ วง TWICE(ทไวซ์)  ที่ฟังเพลงแล้วรู้สึกชอบ แต่บอกก่อนว่าเป็นแค่แฟนเพลงนะครับ ไม่ใช่แฟนคลับที่ตามลึกแบบจำชื่อนักร้องได้ทุกคน แค่ฟังเพลงแล้วมันโดนหลายเพลง ก็เลยติดตามหาเพลงอื่นๆมาฟัง ดังนี้

วง TWICE(ทไวซ์)  เพลง “KNOCK KNOCK”, “What is Love?”, “TT”, “LIKEY”, “Heart Shaker”

วง BTS เพลง FAKE LOVE, I NEED U, Save ME, Run, Spring Day, DNA

3.วง Idol Thai GG T-POP กำลังจะกลับมา

จากกระแสความสำเร็จของวงไอดอล BNK48 ที่พาเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย ดังในประเทศไทย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีวง GG และวง Idol เกิดขึ้นตามมาอีกมากมายหลายวง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะกระแส T-POP นั้นหายไปนานแล้ว ตลาดวงการเพลงไทยจะได้กลับมามีสีสันอีกครั้ง แต่ก็เสียดายที่รายการทีวีต่างๆยังไม่ค่อยทำรายการแบบรวมวง Idol วง GG ให้มาโชว์แบบไม่แบ่งค่าย หรือจัดรางวัลให้กับวงที่มียอดขาย CD ยอดดาวน์โหลดเพลงได้เยอะๆ ถ้าทำได้ กระแส และการแข่งขันกัน ก็จะทำให้วงการเพลงกลับมาเป็นกระแสได้มากเลย แบบที่วงการ K-POP ทำได้

4.Twitter

เรียกได้ว่าที่กลับมาเล่น Twitter หนักอีกครั้ง ก็เพราะมาตาม #BNK48 ติดตามข่าวสารของวงได้รวดเร็วที่สุดแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน Twitter เองก็เป็นแหล่งข่าวที่รวดเร็ว อะไรเป็นข่าว เป็นกระแส เราก็จะได้เห็น # ขึ้นมาติดเทรนด์ อันดับต้นๆก่อนเลย จะเรียกว่าเป็นเรื่องดีก็ว่าได้ ที่ได้รับรู้ข่าวสารบ้านเมืองได้เร็วกว่าใคร

5.Noey BNK48

Noey BNK48 หรือ น้องเนย เป็นหนึ่งในสมาชิกเมมเบอร์ของ วง BNK48 นั่นเอง เรียกว่าเป็น คามิโอชิ ของผมเลย ติดตามมาตั้งแต่กลางปีก่อน จนวันนี้ ก็ได้เห็นน้องพัฒนาตัวเองมาไกลมาก กับการทำหน้าที่เป็นไอดอลที่ดี ได้เห็นน้องยืนเป็นเซนเตอร์ ถึงสอง Single และ กับการเลือกตั้ง BNK48 ที่กำลังจะมาถึง ก็หวังให้น้องติดอันดับสูงที่สุด หรืออย่างน้อยก็ติดคามิ 7 ให้ได้ การมาติดตามน้องๆ ก็เหมือนต่างเป็นกำลังใจให้กัน เพราะต่างก็มีฝัน และแรงบันดาลใจ ที่ดีได้ ผมเชื่อเช่นนั้น

ทังหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ 5 ชอบ และ 5 ไม่ชอบ ของปี 2018 ที่ผ่านพ้นไปแล้ว มาดูกันว่าปี 2019 จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง ไม่ว่าเรื่องนั้นๆจะเป็นเช่นไร ยังไงเราก็ยังต้องใช้ชีวิตกันต่อไป สู้ไปด้วยกันครับทุกคน

5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ปี 2560

กลับมาอีกครั้ง กับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ประจำปี 2560 ซึ่งปีนี้มาช้ามาก ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องรอให้ข้อมูลตกตะกอนเสียก่อน ถึงจะเขียนได้ แบบการประกาศรางวัลออสการ์ ที่ก็ต้องให้ผ่านปีใหม่มาสักเดือนสองเดือนก่อนค่อยประกาศผล ว่าไปนั่น เอาจริงๆก็เป็นแค่ข้ออ้างนั่นแหละครับ บทความในบล็อกนี้อาจจะออกมาน้อยหน่อยในช่วงนี้ แต่ก็จะทยอยลงให้ได้อย่างน้อยก็เดือนละ 1-2 บทความ จะได้ไม่เหงา เพราะตั้งแต่กลางปีที่แล้วจนมาปีใหม่ แทบไม่ได้เขียนอะไรอัพเดทเลย ไม่รู้ว่าจะยังมีแฟนคลับเหลือตามอ่านกันอยู่หรือเปล่า ยังไงก็ส่งเสียงกันหน่อย หรือส่งเมลมาคุยกันก็ได้เน้อ.. เอาล่ะ ลองมาดูว่าปีที่ผ่านมานี้มีอะไรที่ผมชอบและไม่ชอบบ้าง จัดไป…

5 ไม่ชอบ

1. อ่านหนังสือได้น้อยลงเรื่อยๆ

ปี 2560 เป็นปีที่อ่านหนังสือได้น้อยมากในรอบ 3-4 ปี หลังมานี้เลย ไม่ถึง 20 เล่ม ที่อ่านจบจริงๆ ถือว่าน้อยมาก ด้วยเหตุการณ์หลายๆอย่าง ปีนี้ตั้งใจจะอ่านให้ได้มากกว่าเดิม เพื่อชดเชยปีที่ผ่านมา แต่เอาเข้าจริงผ่านมาจะครึ่งปีก็ยังอ่านได้ไม่กี่เล่มเอง แฮร่ แต่หนังสือซื้อมาดองตลอดนะ ประเด็นคือหาเวลาอ่านให้จบยังไงได้

2. ไม่ค่อยได้เที่ยวเลย

เรียกได้ว่าทั้งปี ทำแต่งานก็ว่าได้ ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหนไกล ๆ เลย ต่างจังหวัดก็ไม่ได้ออกไปไหน ทำงานเหงาๆ เฝ้าบ้านอย่างเดียวจริงๆ ก็คิดถึงการออกเดินทางไกลๆอยู่เหมือนกัน ปกติปีหนึ่งก็มักจะนัดกับเพื่อนๆออกไปเที่ยวกันสักทริป แบบ 3 วัน 2 คืน อะไรประมาณนี้ แต่เดี๋ยวนี้ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง ก็เลยหาโอกาสรวมตัวกันออกเที่ยวแบบนั้นไม่ค่อยได้แล้ว ส่วนตัวผมเองก็ทำแต่งาน อยู่บ้าน เฝ้าหน้าจอกันไป ปีนี้ก็เลยคิดไว้ว่า ขอออกไปเที่ยวสัก 2-3 ทริปเถอะไม่ไหวแล้ว

3. งานน้อยลง

เป็นเรื่องธรรมดาที่คลื่นลูกเก่าผ่านไป คลื่นลูกใหม่ก็วิ่งเข้ามา เหมือนกันงานระบบเดิมๆ ก็ถูกแทนที่ด้วยระบบใหม่ที่ดีกว่า แถมคู่แข่งที่มากขึ้น ใหญ่ขึ้น เราเป็นแค่ฟรีแลนซ์ตัวเล็กๆ ก็ต้องยอมรับสภาพกันไป มีงานอะไรเข้ามาก็รับไว้ก่อน ทำให้ดีที่สุด สู้ในแบบของเราที่เคยทำมา อย่างน้อยมันก็ไม่ได้แย่ที่สุด ก็ยังมีความหวัง มีช่องทางใหม่ๆที่รออยู่ ตอนนี้คงถึงเวลาปรับเปลี่ยนงานแล้วแหละ ไม่ได้ทิ้งงานเดิมไปทั้งหมดนะ แต่เพิ่มช่องทางงานใหม่ๆที่เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเข้ามา

4. อายุที่เยอะขึ้น

วัยกลางคน กับคนที่อายุสามสิบกลางๆ มันก็มีหลายเรื่องที่คิด เพราะบางอย่างเรายังไม่มี ในขณะที่คนอื่นมี เพื่อนรุ่นเดียวกันมี และไปไกลกว่าเราหลายช่วงตัว ก็ไม่รู้ว่าเราคิดมากไปหรือเปล่า หรือเราไม่ต้องไปคิดอะไร ทำเท่าที่เราไหวคือดีที่สุดแล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างก็ได้ ใช้ชีวิตให้มีความสุขเท่าที่เราสบายใจ อาจเป็นสิ่งดีที่สุดในเวลาตอนนี้แล้วก็เป็นได้ เพราะชีวิตมันก็เท่านี้ อายุก็เป็นแค่ตัวเลขไว้ให้นับเท่านั้นเอง

5. ชีวิตครึ่งๆกลางๆ ยังไม่เจอทางที่ใช่

ก็คงจะต่อเนื่องมาจาก ข้อ 3 และ 4 ที่เป็นผลกระทบ ทับถมกันมา เลยทำให้รู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมา มันยังครึ่งๆกลางๆ จะสำเร็จก็ไม่เชิง จะว่าล้มเหลวก็ไม่ใช่ เพราะที่ผ่านมามันก็ดีนี่ ไม่ได้แย่ขนาดนั้น มันมีขึ้นมีลง แล้วแต่ช่วงเวลา เพียงแต่ตอนนี้มันไม่ใช่ช่วงที่ดี และกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ หรือกำลังเริ่มต้นทำอะไรใหม่อีกครั้ง ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาครึ่งทางแล้ว มันเลยดูน่ากลัว ยาก ลำบาก และยังหาทางออกไม่ค่อยได้ แต่ก็นั่นแหละ ถ้าไม่เริ่มทำ ก็ไม่มีคำว่าสำเร็จ ไม่ทำแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าที่ทำอยู่ มันคือทางที่ใช่หรือเปล่า ทำให้รู้คำตอบ เริ่ม!!!

5 ชอบ

1. อินเตอร์เน็ตมือถือ

เพราะการที่มือถือสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ กับแพคเกจเน็ตไม่อั้น ความเร็ว 10MB ที่สำคัญแชร์อินเตอร์เนตกับโน๊ตบุ๊คได้ด้วย ผมชอบเลย เพราะทำให้การทำงานง่ายขึ้นเยอะเลย แม้ไม่มีอินเตอร์เนตแบบวางสายทั่วไปผ่านมาให้ใช้บริการ ก็ยังมีตัวเลือกใหม่แบบนี้เข้ามาทดแทน คิดว่าภายในปี 61 ก็คงย้ายออกจากหอแน่ เพราะไม่ต้องเช่าหอเพื่อเล่นเน็ตอีกต่อไปแล้ว ใช้อินเตอร์เน็ตมือถือแชร์เอา ทำงานอยู่บ้านชิวๆเลยดีกว่า

2. ซีรี่ย์ และหนังสั้น

เป็นปีที่ได้มีเวลา นั่งดู ซีรี่ย์ และหนังสั้น หลายเรื่องเลย หนังสั้นฝีมือคนไทยเก่งๆ ก็มีเยอะหลายเรื่อง ลองค้นหาดูในยูทูป ที่เขาลงให้ดูฟรีก็มี ส่วนซีรี่ย์ก็พอจะหาเวลาดูได้บ้าง อย่างเรื่องดังๆ ก็ดูเกือบจบตามทันเพื่อนล่ะ และก็มีอีกหลายเรื่องเลยที่น่าติดตามชม ถ้ามีเวลาก็คงจะได้ดูอะไรสนุกๆแบบนี้อีก

3. YouTube

ผมชอบนะที่มีรายการออนไลน์ทางช่อง YouTube เยอะขึ้น และได้รับความนิยมมากขึ้น มีช่องใหม่ๆ มีแนวทางเป็นของตัวเอง และคนติดตามก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน ที่สำคัญมีคนหารายได้จากการทำรายการลงช่อง YouTube มากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งก็น่าสนใจไม่น้อยในยุคนี้ เพราะคนเทการดู ทีวี มาดูรายการ คลิปต่างๆ ใน YouTube กันมากขึ้นทุกวัน ผมเองก็สนใจเปิดช่อง YouTube อยู่เหมือนกัน ฝากติดตามกันด้วยนะครับ

4. ROV

เป็นหนึ่งในเกมที่ติดมากเมื่อปีที่แล้ว เรียกว่าเล่นแทบทุกวัน มันจะเป็นแนวเกมคล้ายๆกับ DotA ที่เล่นในคอมพิวเตอร์ แต่เกม ROV เป็นเกมในมือถือ ที่เล่นง่าย จบเร็ว และมีตัวละครหลายๆตัวให้เลือกเล่น สนุก รวมทีมกับเพื่อนจะยิ่งสนุกมาก ในตอนนี้ต้องยอมรับเลยว่าเป็นเกมมือถือที่มาแรงสุดๆในประเทศไทย เพราะใครก็เล่นได้ และมีรายการแข่งขันชิงเงินรางวัลกันบ่อยด้วย รวมไปถึงมีทีมส่งไปแข่งระดับโลกแล้วสำหรับประเทศไทย เรียกได้ว่าเป็นเกมมหาชนไปแล้ว

5. BNK48

ชั่วโมงนี้ คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก วง BNK48 วง ไอดอล แห่งยุคนี้ ซึ่งเป็นวงน้องสาวของวง AKB48 จากญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ได้สนใจ แต่เหมือนโดนป้ายยา จากการได้ฟังรายวิทยุ ดู YouTube ติดตามสื่อออนไลน์อื่นๆ และเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย สุดท้ายก็โดนตกจนได้ เพราะน้องๆน่ารักกันจริงๆ ยิ่งเราติดตามก็ยิ่งรู้สึกผูกพันมากขึ้น ระบบการบริหารวงก็น่าสนใจ มีเรื่องราวมากมาย รวมถึงกิจกรรมต่างๆให้เราได้มีส่วนร่วมอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะ งานจับมือ ที่สามารถเรียกผมให้ออกจากบ้านเพื่อไปเจอน้องๆ BNK48 ได้ ใครที่ยังหาโอชิ หรือคามิโอชิ ไม่ได้ ก็ลองไปติดตามกันได้ที่ แฟนเพจ และเว็บไซต์ ของวง BNK48 ดูสักครั้ง ไม่แน่คุณอาจจะโดนตก กลายมาเป็น โอตะ หรือแฟนคลับเข้าสักวันก็เป็นได้

และนั่นก็คือ 5 ชอบ และ 5 ไม่ชอบ ประจำปี 2560 ที่ผ่านมาของผมเองครับ แล้วของแต่ละคน เป็นอย่างไรกันบ้าง ลองคอมเม้น มาให้อ่านกันหน่อย แล้วเจอกันอีกทีปีหน้าสำหรับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ครับผม

 

5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ปี 2559

กลับมาอีกครั้งสำหรับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ประจำปี 2559 ปีนี้มาช้ากว่าทุกครั้ง เพราะมัวแต่ติดละคร นอนดึก ว่าจะเขียนๆ ก็ไม่ได้เขียนสักที พอมีเวลาแล้วก็รีบมานั่งนึกย้อนเวลากลับไปในปี 2016 มองย้อนกลับไปดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ในบางช่วงบางเวลา สิ่งเหล่านั้นมันส่งผลกระทบกับความรู้สึกของผมอย่างไร ทำไมจึงไม่ชอบ และทำไมจึงชอบ วันนี้ผมได้คัดเลือกออกมาเป็น 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลยครับ…

5 ไม่ชอบ

1.งานเขียนที่ยังค้างคา

ค้างคามาเป็นปีแล้วสำหรับ E-book เขียนไม่เสร็จสักที ติดโน่นติดนี่ ผลัดมาตลอด จนแล้วจนรอดก็ยังเขียนไม่จบสักที สำหรับอีบุ๊คสองเล่มนี้ แต่ในเมื่อเขียนมาขนาดนี้แล้วอย่างไร ก็ต้องเข็ญต่อให้จบ ปีที่แล้วเขียนมาครึ่งทางแล้ว ปีนี้อีกครึ่งอย่างไรก็จบ รับรองได้อ่านแน่นอนครับ (แต่ไม่รับปากว่าจะเป็นเดือนไหน)

2.ดราม่าบนโซเชียล

ไม่ต้องอะไรมาก เอาแค่บน Facebook อย่างเดียวก็พอ เท่าที่ติดตามแฟนเพจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เพจหนัง เพจเกม เพจบอล เพจข่าว มีดราม่ากันให้ได้แทบทุกวัน จนบางทีก็ไม่ไหวต้องหยุดเล่นไปบ้าง ขืนตามทุกเรื่อง ก็ไม่เป็นอันต้องทำงานทำการกันพอดี ไม่ว่าจะดราม่ากันด้วยเหตุผลใด ผมว่าควรมีสติกันหน่อย ใช่ว่าไม่ได้เห็นหน้ากันก็ใช้คำพูดคำจาสาดส่งกันแบบเสียๆหายๆ ตอนนี้โลกเสมือน กับโลกจริง แทบจะแยกออกจากกันไม่ได้เสียแล้วหรือ

3.รายรับที่ขึ้นๆลงๆ

ก็ต้องก้มหน้ายอมรับแต่โดยดีเพราะนี่คือวิถีของคนทำงานฟรีแลนซ์ รายได้ย่อมไม่แน่นอนอยู่แล้ว คงเทียบกับคนทำงานรับเงินเดือนไม่ได้ อาชีพฟรีแลนซ์บทจะงานเยอะก็มาติดๆกัน ส่งผลให้รายรับมากตามไปด้วย ในทางกลับกันหากงานน้อย รายได้ก็น้อยตามไปด้วย แต่ที่เจ็บปวดคือรายจ่ายคงที่ยังมีตลอดทุกเดือน ก็ต้องวางแผนการเงินกันหนักเลยทีเดียว โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่ผ่านมา

4.การล้มหายของสื่อสิ่งพิมพ์

นับว่าเป็นเรื่องน่าใจหายอยู่ไม่น้อย ที่สื่อสิ่งพิมพ์ค่อยๆทยอยล้มหาย ตายจากแผนหนังสือไปที่ละเล่มสองเล่ม ทั้งนิตยสารหลายๆหัว และหนังสือพิมพ์บางฉบับ เพราะการมาของ โมบาย อินเตอร์เนต และโซเชียลต่างๆ ทำให้คนหันไปรับข้อมูลข่าวสาร ในสื่อรูปแบบใหม่ๆแทน ใครปรับตัวไม่ทันก็ต้องยอมรับสภาพ เพราะโลกกำลังหมุนเร็วขึ้น ความเปลี่ยนแปลงมีเข้ามาแทบจะทุกวินาที ใครที่ไหวตัวทันก็ปรับไปอยู่บนโลกออนไลน์บ้าง ออกเป็นเล่มแบบรายสองเดือน สามเดือนบ้าง เพื่อลดต้นทุน และรองรับกับการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ

5.ทำสิ่งที่ชอบน้อยลง (ดูหนัง อ่านหนังสือ เขียนบล็อก)

เป็นปีที่ ดูหนังน้อยมากคิดว่าไม่น่าเกิน 20 เรื่อง ปกติดูไม่ต่ำร้อยเรื่อง หนังสือก็อ่านได้น้อยลงเหลือแค่ 27 เล่มตลอดทั้งปี ส่วนบล็อกก็เขียนบทความน้อยลงเช่นกัน 20 กว่าบทความตลอดทั้งปี อะไรๆก็ดูจะทำได้น้อยลงไปเสียหมด ทั้งที่เป็นสิ่งที่ผมชอบทำและทำอยู่เป็นประจำ ก็หวังว่าปีนี้จะได้ทำมากขึ้นกว่าเดิม

5 ชอบ

1.Pokemon Go

จากที่เล่นตามกระแสแค่ขำๆ กลายเป็นติดเกมนี้แบบจริงจังมาก กระทั่งเติมเงินเล่นกันเลยทีเดียว เรียกว่าออกล่าโปเกมอนกันแทบทุกวัน แม้ว่าจะอยู่ในต่างจังหวัด แต่ก็ยังพอหาเสา หายิม เล่นได้อยู่บ้าง นับว่าเป็นเกมที่สนุกใช้ได้เลยทีเดียว เพราะต้องออกจากบ้าน เพื่อไปจับโปเกมอน ก็ได้เจอเพื่อนใหม่ๆอยู่บ้างเหมือนกัน ใหม่ๆออกไปเล่นบ่อย ช่วงหลังๆก็นานๆออกไปเล่นแล้วครับ แต่ยังไม่เลิกเล่นนะครับ

2.ได้เดินออกกำลังกายมากขึ้น

ความอยากลดน้ำหนัก ทำให้เดินออกกำลังกายบ่อยขึ้นมากกว่าทุกปี แม้ว่าน้ำหนักจะลดไม่ได้มาก แต่ก็รู้สึกแข็งแรงขึ้น และเพราะเกมโปเกมอน โก ด้วย ที่ช่วยทำให้ออกเดินมากขึ้น เพราะต้องเดินฟักไข่โปเกมอน ทำให้มีกิจกรรมทำเวลาออกกำลังกายไปในตัว เรียกว่าได้ประโยชน์สองต่อ ทั้งเดินเล่นเกมไปด้วย ออกกำลังกายไปด้วยเลย

3.ละครนาคี และเพลงคู่คอง

ผมยกให้เป็นละครแห่งปีก็แล้วกันเพราะปกติไม่ค่อยดูละครไทยเลย กระทั่งน้องสาวมาชวนดู ละครเรื่อง นาคี ช่วงที่เขาเอากลับมาเริ่มฉายใหม่ตั้งแต่ตอนแรก กระทั่งจบ ต้องบอกเลยว่าสนุกมาก ทั้งฮา ดราม่า ความเชื่อเรื่องพญานาค ทำให้ดูแล้วอินหนักมาก นักแสดงก็เล่นดี ละครเดินเรื่องเร็วทำให้ดูสนุก แถมเพลงประกอบละครอย่างเพลงคู่คอง ก็เพราะมาก ฟังแล้วฟังอีกไม่เบื่อเลย ขนาดละครจบแล้วก็ยังฟังอยู่เลยครับ

4.น้ามู (โชเซ มูรินโญ่)

แม้ว่า LVG จะพาทีม แมนฯยูฯ คว้าแชมป์ FA Cup มาได้ก็ตาม แต่ภาพรวมของทีมแล้วไม่เป็นไปตามเป้า ก็ต้องเดินจากไป แล้วหวยก็มาออกที่ โชเซ มูรินโญ่ คนนี้นี่เอง ซึ่งหลายๆคนอาจจะไม่ค่อยชอบแกเท่าไหร่ แต่สำหรับผมแล้วต้องบอกเลยว่าเอานะ เพราะน้ามู นับว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จ พาทีมในลีกใหญ่ๆคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย แม้ว่าการเริ่มต้นทำทีม ผีแดง ในช่วงแรกจะยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง แต่ผ่านมาถึงตอนนี้ก็นับว่ามาถูกทางแล้ว และเชื่อว่าน่าจะพาทีมแมนฯยูฯ กลับมาเก็บแชมป์ต่อเนื่องได้อีกครั้ง

5.รายการ podcast มีให้ฟังมากขึ้น

ปกติผมจะชอบฟังรายการ podcast อยู่แล้ว แต่ว่ายังไม่ค่อยมีใครทำรายการแนวนี้ให้ฟังสักเท่าไหร่ ที่ฟังประจำก็รายการช่างคุย แต่หลังๆไม่ค่อยมีตอนใหม่ๆออกมาก็เลยเหงาๆไปบ้าง จนปีนี้รู้สึกว่าจะมีรายการ podcast ใหม่ๆเกิดขึ้นหลายรายการ ที่น่าสนใจ เช่น …

Omnivore

facebook.com/omnivorecast

CARPE DIEM และรายการอื่นๆ

http://themomentum.co/podcast

และอีกมากมายใน เว็บ soundcloud

https://soundcloud.com/batcaster

ซึ่งผมติดตามฟังอยู่เป็นประจำ ได้ทั้งสาระ ความรู้ และความบันเทิง จนบางทีผมเองก็อยากทำรายการ podcast แบบนี้ดูบ้างเหมือนกันครับ

นี่ก็คือทั้งหมดของ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ในปี 2559 ที่ผ่านพ้นไปของผมครับ มีเรื่องราวหลากหลายรส เป็นธรรมดาของชีวิตที่จะต้องพบเจอ และผ่านพ้นไปในแต่ละปีๆ เมื่อถึงปีใหม่เราก็มาลุ้นกับเรื่องราวใหม่ๆกันต่อไป

สวัสดีปีใหม่ 2560…