โลกออนไลน์ โตไวกว่าที่คิด ถ้าไม่ตามติด ก็อาจจะตามไม่ทันโลก

โลกออนไลน์หมุนเร็วมากทุกวันนี้ มีอะไรใหม่ๆให้เราได้เล่น ได้ติดตามมากมาย แต่ของเก่าที่ยังดีก็มีอยู่ เราก็ไม่ควรทิ้งของเก่าไปเลย แค่ไม่ยึดติดมากเกินไป ในขณะที่มีของใหม่มาก็ไม่ใช่ ไม่สนใจเลย แต่ให้ควรศึกษาติดตาม ความเป็นไป เพราะไม่มีอะไรแน่นอนในยุคนี้

Blog (WordPress เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่นิยมสร้าง Blog) ที่เคยนิยมมากอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ตอนนี้ก็นิ่งๆกันไปเยอะ มีแต่บล็อกดังๆที่ยังคงทำการเขียนบทความใหม่ๆ และยังขยันอัพเดทอยู่ แต่ส่วนใหญ่เป็น Blog เหงาๆ หรือบล็อกที่ตายแล้ว

แต่ผมก็ไม่อยากให้ทิ้ง Blog ไปเลย เพราะเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือ เป็นบทความก็ยังคงสำคัญอยู่ ยิ่งเป็น blog ที่เราสร้างขึ้นเอง ลงทุนเช่าโฮส จดโดเมน เอง ยังไงก็มั่นใจว่า ข้อมูลจะไม่หายไป หรือโดนปิด ยกเลิกไป แบบในกรณีที่ไปฝากไว้กับบล็อกฟรีทั่วๆไป

Blog ยังคงสามารถ ลงเนื้อหาทั้งรูปแบบบทความ รูปภาพ และสื่ออื่นๆได้ ซึ่งให้รายละเอียดได้เต็มที่ รวมถึงยังเหมาะกับ การทำ SEO ง่ายต่อการค้นเจอใน Google Search ด้วย

แต่ข้อเสีย คือ Blog โตช้า ต้องใช้เวลาในการทำ Contents และโปรโมต คงต้องอาศัยความอดทนในการ เขียนบทความ และสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพจริงๆ จึงจะเกิดแฟนคลับที่ตามอ่านบล็อกได้ในระยะยาว

Facebook ผมว่าเป็นโซเชียล ที่นิยมกันมากที่สุดแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงพีคสุดๆด้วย จะว่าไปใครที่เริ่มเล่น หรือเริ่มต้นสร้าง แฟนเพจ Facebook ตอนนี้ก็สามารถเติบโตได้ในข้ามคืน หากว่าเรื่องนั้นอยู่ในกระแส การจะมีการกดไลค์ และกดแชร์ สูงมากทีเดียว

เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะว่าพวกเราส่วนใหญ่ ก็มี Facebook กันแทบทุกคน ดังนั้น เมื่อมีอะไร ตูม!! ก็พากันไปดู ไปแชร์ ก็สามารถทำให้เพจดังได้เร็วเช่นนั้นเอง

ถึงแม้เพจบางเพจอาจจะไม่ได้ดังเร็วมาก แต่ก็ค่อยๆสะสมยอมคนกดไลค์เพจไปได้เรื่อยๆ เพราะอย่างที่บอกไป ว่าคนส่วนใหญ่เล่น Facebook อยู่แทบทุกวัน วันหนึ่งเขาอาจจะมาเห็นเพจเราและสนใจติดตามเพจ กด Link เพจได้ ทำให้ แฟนเพจค่อยๆโตในที่สุด กลุ่มคนที่เล่น Facebook จะเป็นวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ซะมากกว่า ก็เป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจของนักการตลาดที่ต้องรู้

ข้อดีของ Facebook คือ โตได้เร็วและไปได้เรื่อยๆ ข้อเสียคือ การแสดงผลเนื้อหาค่อยข้างน้อย อาจจะต้องยอมลงทุนจ่ายเงิน เพื่อให้คนที่ติดตามได้เห็นโพสได้ถี่ขึ้น และโซเชียล เป็นอะไรที่ไม่แน่นอน เราไม่รู้ว่าจะมีอะไรใหม่ๆมาแทนอีกหรือเปล่า หรือ Facebook จะอยู่อีกนานแค่ไหน บทเรียนจาก Hi5 คงเป็นข้อคิดเตือนใจได้เสมอสำหรับคนเล่นโซเชียล แต่อย่างไรก็ตามเวลานี้ มันยัง O.K. อยู่ ก็เล่นกันต่อไปครับ

YouTube ก็นับว่าเป็น โซเชียลมีเดีย อย่างหนึ่งได้ แต่เน้นไปที่ วีดีโอ เป็นหลัก ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ คนเริ่มหันมาสนใจ YouTube มากขึ้น เพราะมี ช่องมากมาย รวมถึงรายการที่หลากหลาย สามารถเลือกชมได้ตามที่ตัวเองสนใจ

จนมีกระแสว่า ช่อง T.V. ออกมาโวยวาย ว่าแย่งคนดู ด้วย ช่องทีวี ต้องประมูลในราคาที่สูงกว่า ช่อง YouTube ที่ใช้แค่ อินเตอร์เน็ต ลงทุนต่ำกว่ามาก แต่ก็นั่นละครับ ของอย่างนี้อยู่ที่การปรับตัว และการสร้างสรรค์ผลงาน ถ้าของดีจริง เผยแพร่ที่ไหน คนก็ตามไปดู

พอจะมองเห็นอนาคตไหมครับ ว่า YouTube กำลังจะเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน แค่ตอนนี้ก็โตอยู่แล้ว แต่ผมมองว่ามันยังจะโตมากกว่านี้ได้อีกเยอะเลย เพราะคนเลือกที่จะหันมาดูวีดีโอ มากขึ้น ภาพชัดเจนระดับ HD มีความหลากหลาย ที่สำคัญ มีอุปกรณ์รองรับมากขึ้น ไม่ใช่แค่ดูในคอมพิวเตอร์ การดูในมือถือก็เติบโตมากขึ้นเช่นกัน รวมไปถึง อินเตอร์เน็ตที่นับวันจะแรงมากขึ้น ในราคาที่ถูกลง

ทำให้การเข้าชมวีดีโอ ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ที่มักจะโหลดช้า ภาพไม่ชัด ไม่รองรับบนมือถือ ค่าอินเตอร์เน็ตก็แพง แต่อนาคตมันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกอย่างจะดีขึ้น รองรับ การชม YouTube มากขึ้น อุปกรณ์ และอินเตอร์เน็ตจะถูกลง

คนจะหันมาสร้าง Contents บน YouTube เยอะขึ้น และคนที่เข้าชม วีดีโอ ก็จะมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ รวมถึงผู้ปกครองด้วย

บทสรุป

“เราติดตามแค่ 3 โลก นี้ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่ตกเทรน รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และสร้างธุรกิจได้จากทั้งสามช่องทางได้อีกด้วย โดยการเชื่อง       3 โลก YouTube, Blog, และ Facebook เข้าด้วยกัน เช่น”

# เราสร้าง วีดีโอ แนะนำสินค้า บน YouTube

# เราสร้าง Blog เพื่อให้ข้อมูล เนื้อหา รายละเอียดสินค้า และนำ วีดีโอ ที่ทำใน YouTube มาใส่ใน บล็อกเราได้ด้วยเพื่อสร้างความน่าสนใจ และปิดการขายที่นี่

# เราสร้าง Facebook แฟนเพจ ขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร สื่อสารกับลูกค้าได้เร็วรวด และ แชร์ เนื้อหาใน Blog ของเราเพื่อ ให้ลูกค้าเห็นข้อมูลสินค้าใหม่ๆ ทำให้เกิดการติดตามคลิกเข้าไปอ่าน รายละเอียดที่ Blog และตามไปดู วีดีโอ ในช่อง YouTube วนไป

แต่ผลที่ได้ คือ ความหลากหลาย ความน่าเชื่อถือ และมันน่าสนใจ จะเห็นว่า โซเชียลรุ่นเก่าอย่าง Blog ก็ยังทรงพลังในแบบของตัวมันเอง ในขณะที่ เราใช้โซเชียลที่แรงๆอย่าง Facebook ช่วยเร่งกระแสช่วยทำการตลาดได้ และช่อง YouTube ที่เป็นส่วนของวีดีโอ ก็ทำให้ภาพสินค้าชัดเจนขึ้น เมื่อเป็นภาพเคลื่อนไหว สุดท้าย ก็ทำให้การตัดสินใจ ของลูกค้าง่ายขึ้นด้วย โซเชียลทุกอย่างช่วยในการทำตลาดได้เป็นอย่างดี

แม้ว่า โซเชียล จะมีมากกว่านี้  อีกเยอะ แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องทำทุกช่องทาง เลือกทางที่เหมาะสมกับตัวเองดีที่สุด และให้มันสามารถเชื่อมต่อโลกเป็นหนึ่งเดียวกันได้ยิ่งดี

ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ที่จะทำให้มองเห็น โลกออนไลน์ ว่ามันทำอะไร ยังไงได้บ้าง และเราผู้ใช้โซเชียล จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้ได้อย่างไร ก็ลองเอาไปคิด เอาไปใช้ต่อยอดธุรกิจ และอื่นๆ ตามสบายครับ

 

34

3 4 123 12 12 1

นี่ไม่ใช่การใบ้หวย หรือ การประกวดกองเชียร์ แต่อย่างใดนะครับ แค่จะมาบอกว่า 34 แล้วครับ อายุ เข้าสู่วิกฤติวัยกลางคนแบบเต็มตัว

สำหรับผมอายุก็ยังคงเป็นแค่เพียงตัวเลข ความสามารถและผลงานเท่านั้นที่พิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงของเรา และไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปี เราก็ต้องใช้ชีวิตกันต่อไป ต้องอาศัยอยู่บนโลก ที่นับวันจะอยู่ยากขึ้นเรื่อยๆใบนี้ให้ได้ครับ

ปี 2560 นี่ก็ผ่านมาจะครบสามเดือนเต็มแล้วในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จากฤดูหนาว ก็เข้าสู่ฤดูร้อนแบบเต็มตัว มีแอร์ก็เปิดแอร์ มีพัดลมก็เปิดพัดลมกันทั้งวันทั้งคืนครับ ใบเสร็จค่าไฟฟ้ามาที คงมีหลายบ้านแทบเป็นลม

มาว่ากันถึงเรื่องบนโลกออนไลน์ ปีนี้น่าจะเป็นปีทองของการทำ โซเชียลมีเดียแบบเต็มตัวเสียที หลังจากจดๆจ่องๆมานาน ทำทิ้งๆไม่ได้จริงจัง ทั้งการทำ Contents ลง Youtube และ ทำเพจFacebook

Facebook ยังไงก็ยังมีคนเล่นและคนตามกันตลอด เพราะใครๆก็มี Facebook ส่วนตัวกันแทบทุกคน ยิ่งมีการเปิดให้Live สด ก็ยิ่งสร้างกระแสการติดตามให้มากยิ่งขึ้น ทำให้ดูดคนบนโลกออนไลน์จาก เว็บไซต์ทั่วไปเกือบหมดแล้วในตอนนี้

Youtube ก็เช่นกัน แม้แต่วงการ T.V. ก็ยังต้องหันมามองแรง!! เพราะคนหันมาติดตามรายการผ่านทาง ยูทูป กันมากขึ้น การชม วิดีโอ ย้อนหลังก็เพิ่มขึ้น ทั้งรายการทั่วไป และละครย้อนหลัง นี่ยังไม่นับพวกคลิปต่างๆ และรายการออนไลน์ที่ทำมาลงเฉพาะใน Youtube เป็นหลักอีกหลายรายการ

นี่เองจึงทำให้การหันมาลงทุนในตลาด โซเชียลมีเดีย น่าสนใจยิ่งขึ้น

ผู้ที่ต้องการลงโฆษณา ก็ต้องการทำการตลาดผ่านทาง โซเชียล มากขึ้นด้วย เพราะคนสนใจ เข้ามาเล่น Facebook เข้ามาดู Youtube กันมากขึ้นทุกๆวัน นับเป็นแหล่งลูกค้าชั้นดี บนโลกออนไลน์ขนาดยังไม่นับโซเชียลตัวอื่นๆอีกนะ ที่ยังเกิดได้อีก

ส่วนคนที่ทำ Contents ก็มีการพัฒนาสร้างสรรค์ ทั้งข้อมูลที่เป็น บทความ,Text,รูปภาพ, วีดีโอ, ไฟล์เสียง เป็นต้น

ผลิตสื่อในแนวทางต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ตามกลุ่มต่างๆ ที่ผมเจอบ่อยๆก็จะเป็น แนวข่าวสาร ท่องเที่ยว บันเทิง กีฬา และอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าต่อไปเราอาจจะได้เห็น โซเชียล ในแนวทางใหม่ๆ ทั้งหัวข้อ และประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น

จนบางทีผมก็อดคิดไม่ได้ว่า คนจะยังเข้าเว็บไซต์กันอยู่ไหม ยังอ่านบล็อกกันอยู่หรือเปล่า หรือจะไปตาม เพจ Facebook กันหมดแล้ว

โลกหมุนเร็วมาก และอยู่ยากกว่าเดิม

ส่วนตัวแล้วผมก็ยังคงเขียน Blog อยู่ แม้ว่าคนอ่านจะไม่ได้มากมาย และคิดว่าโซเชียลก็ไม่ได้ทำลายเว็บไซต์หรือบล็อกไปซะทีเดียว ทั้งสองยังอาศัยกันและกันได้อยู่

ทำโซเชียลเพื่อดึงคนให้มารู้จัก Blog หรือ เขียนบล็อก เพื่อให้คนไปติดตามข่าวสารอัพเดท แบบด่วนๆ บนโซเชียล ก็ตาม ทั้งสองทางยังคงไปด้วยกันได้ดีในเวลานี้

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ยุคนี้ มันยุค โซเชียล จริงๆ

การแข่งขันของ โซเชียลมีเดียในปีนี้คงร้อนระอุ ไม่แพ้อากาศ ในประเทศไทย

หันมองดูหน้าจอมือถือ บอกอุณหภูมิตอนนี้ อยู่ที่ 34 องศา พอดี

Blog ตายแล้ว จริงหรือ?

เฮ้ย…จริงดิ ใครกันที่ว่า บล็อก ตายแล้ว ตายเพราะอะไร ยังไง?

ถ้าจะให้ลอง คิด วิเคราะห์ โดยไม่ต้องแยกแยะให้มากความ เจาะลงไปที่เนื้อหาในบล็อก ผมว่า Blogger ก็มีหลายแนว บางบล็อกอาจจะคุยเรื่องหนัง บางที่พูดถึงเรื่องเกม บางคนถนัดท่องเที่ยว บางจ้าวชอบรีวิว หรือเก่งเทคโนโลยี เป็นต้น ต่างก็แตกสาขาวิชา ตามความชอบความถนัด ก็จัดกันไป ส่วน blogger คนไหนมีความสามารถหลายด้าน ก็สามารถทำ contents ออกมาได้หลายแนวเพื่อตอบโจทย์แฟนคลับได้หลายกลุ่ม

ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า บล็อก ใคร จะมีแฟนคลับเข้ามาอ่านได้มากกว่าและความต่อเนื่องในการเขียนบทความลงบล็อก เพราะบทความใหม่ๆ ที่น่าสนใจย่อมดึงดูดให้คนติดตามอ่านเป็นประจำ รวมถึงแฟนขาจรที่ผ่านมาเจอด้วย หากเป็นบทความที่เด็ดรับรองว่าใครเข้ามาเจอก็ต้องหยุดอ่าน และฝากตัวเป็นแฟนประจำอย่างแน่นอน

เมื่อ Blog ดังแล้วทีนี้แหละที่น่าสนใจ เพราะเหล่านักการตลาด นักทำโฆษณาออนไลน์ ก็อยากจะเอาสินค้ามาให้รีวิวบ้าง ลงโฆษณาบ้าง ทีนี้ก็อยู่ที่ตัวบล็อกเกอร์เองแล้วล่ะครับ ว่าจะใจแข็งไม่รับโฆษณาได้ไหม ถ้าไม่รับ (นั่นแหล่งรายได้เชียวนา) คุณก็ต้องหารายได้จากทางอื่นๆแทน เพราะ Blog จะอยู่ได้ก็จำเป็นต้องมีน้ำเลี้ยงที่ดีเช่นกัน

แต่ถ้าหากคุณรับโฆษณามา ก็ควรเลือกสักหน่อยไหม ดูว่ามันเข้ากับเนื้อหาในบล็อกหรือเปล่า คนอ่านจะได้ประโยชน์จริงไหม รีวิวยังไงไม่ให้ดูอวยเกินไป การทำข้อตกลงกับจ้าวของสินค้า ก่อนรับงานเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เช่นนั้น การทำการตลาดผ่านบล็อก ก็คงจะ ตาย จริงๆเพราะคนไม่เชื่อการรีวิว เจ้าของสินค้าขายสินค้าไม่ออก บล็อกก็ไม่มีรายได้เช่นกัน

หรือ Blog จะตายเพราะ การเติบโตของโซเชียลมีเดีย ทั้งหลาย เช่น Facebook, Youtube, IG เป็นต้น ทำให้คนไปสนใจสื่อด้านอื่นๆมากกว่า การอ่านบล็อกยาวๆ ที่นานๆ จะอัพเดทสักที เลยดูไม่มีอะไรน่าสนใจอีกแล้ว

ซึ่งจุดนี้ก็น่าคิดครับ เพราะโซเชียลทั้งหลายนั้น ดูจะตอบรับได้ไวกว่า รวดเร็วกว่า เพราะผู้คนใช้งานบนสื่อโซเชียลตลอดเวลา ทั้งวัน ทั้งคืน ดังนั้นเมื่อมีการโพสข้อความ หรืออัพโหลดภาพ คลิป ผู้ติดตามก็จะสามารถเข้ามาอ่าน มาดู และแสดงความคิดเห็นได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ก็น่าสนใจว่าสื่อโฆษณา อาจจะไหลมาทางนี้มากกว่า ให้ blogger เขียนรีวิวก็เป็นได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่นักการตลาดออนไลน์จะลดบทบาทของ Blog ลงมามาก

แต่โดยส่วนตัวผมก็ยังเชื่อมั่นใน Blog อยู่ แม้ว่ามันจะไม่ได้ ปัง เท่ากับเมื่อ 5-6 ปีก่อนก็ตาม แต่ Blog ก็ยังคงมีเสน่ห์ในตัวของมันเอง เราอาจจะชอบอ่านอะไรสั้นๆ กระชับ ในโลกโซเชียลอื่นๆ ที่มีการตอบสนองแบบทันใจ แต่ Blog ก็ให้รายละเอียดกับเนื้อหาได้มากกว่า ปรับแต่งได้ดีกว่า มีความเฉพาะตัว และอยู่กับเรานานกว่า เพราะเราเป็นผู้สร้างบล็อกขึ้นมาเอง ตรงจุดนี้นับว่าเป็นจุดแข็งเลยทีเดียว เพราะใครจะไปรู้ว่าวันพรุ่งนี้ โซเชียล มีเดีย ตัวไหนจะปิดตัวเองลงก่อนกัน

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เหล่า Blogger ก็ต้องปรับใช้ โซเชียลเพื่อดึงคนกลับเข้ามาที่ บล็อก ไม่ใช่เอาเนื้อหาไปฝากไว้ในโซเชียลทั้งหมด แต่ควรเขียนเพื่อดึงคนที่อยู่บนโซเชียล ให้เข้ามาอ่านเนื้อหาเต็มๆที่อยู่ใน Blog จุดนี้เองที่จะทำให้บล็อกเราไม่มีวันตาย แม้ว่าโซเชียล มีเดีย บางตัวจะตายจากไปก็ตาม