การ เลือกตั้ง BNK48 6th Single Senbatsu General Election กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว

ใช่แล้วครับ ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้ง…

แต่..เป็นการเลือกตั้งไอดอล ของ 48G นะครับ ที่ผมกำลังจะกล่าวถึง ซึ่งต้องย้อนประวัติกันสักเล็กน้อย เรื่องมันเริ่มขึ้นจากวงพี่สาวอย่าง AKB48 ที่ในวงจะมีสมาชิกหลายคน (วงพี่สาวที่ญี่ปุ่นมีสมาชิกมากกว่า 100 คน) การจะออก Single สักครั้งก็เลยไม่สามารถที่จะเอามาออกพร้อมกันได้ทั้งหมด ก็เลยทำให้ ผู้บริหาร ต้องเลือกสมาชิก หรือเมมเบอร์บางคนมาออก Single ครั้งละ 16 คน บ้าง หรือ 21 คน บ้าง แล้วแต่ความเหมาะสม และก็ต้องทำการเลือกเซนเตอร์ มา 1 คน ที่จะมาทำหน้าที่ถ่ายทอดความหมายของเพลง และทำการโปรโมทเพลงใน Single นั้นๆ พอจะออก Single ใหม่ ก็จะทำการคัดเลือกเมมเบอร์ใหม่อีกรอบไปเรื่อยๆ

แต่เรื่องมันเกิดขึ้น เพราะเมื่อผ่านไปหลาย Single ทางผู้บริหาร ก็เลือกแต่เมมเบอร์หน้าเดิมๆ และใช้แต่เซนเตอร์คนเดิมบ่อยๆ ไม่รู้ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ก็เลยทำให้แฟนๆของวง AKB48 บ่นกันว่าทำไมไม่ให้คนอื่นขึ้นมาทำหน้าที่เซนเตอร์บ้าง ร้องดี เต้นดี กว่าคนนี้นะ พอเสียงแฟนคลับเริ่มดัง ไปถึงฝ่ายบริหารของ AKB48 ก็เริ่มคิดไอเดียร์ และสรุปกันว่า งั้นก็เอาแบบนี้ละกัน ให้แฟนคลับทำการเลือกเมมเบอร์มาออก Single กันเองเลย (ใน 1 ปี ทางวง AKB48 จะออก Single กัน 4 ครั้ง แต่จะมี 1 ครั้งที่จะให้แฟนๆโหวตเมมเบอร์ได้เอง) นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการมี Single เลือกตั้งใน 48G นั่นเอง

พอมาถึงวง BNK48 ซึ่งเป็นวงน้องสาวของ AKB48 ซึ่งก็จะต้องมีกิจกรรมเหมือนกับวงพี่ ดังนั้นระบบการเลือกตั้ง จึงเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และแน่นอนแล้วว่าทางวงได้ประกาศ กำหนดการต่างๆออกมาแล้ว ดังนี้

——————————————–

8 พฤศจิกายน 2561

เปิด Pre-order CD BNK48 5th Single BNK Festival Limited Edition

และ Music Card Edition

https://shop.bnk48.com/

——————————————–

3 ธันวาคม 2561

ปิด Pre-order CD BNK48 5th Single BNK Festival Limited Edition

(หรือจนกว่าสินค้าจะหมด)

——————————————–

11 ธันวาคม 2561

เริ่มเปิดลงคะแนน เวลา 12:00 น.

ทาง BNK48 Official Application

หรือ BNK48 Election

https://election.bnk48.com/

——————————————–

12 ธันวาคม 2561

ประกาศผลด่วน

ประกาศผลด่วน ครั้งที่ 2 (ยังไม่กำหนดวัน)

——————————————–

22 มกราคม 2562

ปิดการจำหน่าย Music Card Edition

——————————————–

24 มกราคม 2562

ปิดลงคะแนน เวลา 12:00 น.

——————————————–

26 มกราคม 2562

ประกาศผล BNK48 6th Single Senbatsu General Election

——————————————–

ซึ่งก็แน่นอนแล้วว่า การเลือกตั้ง BNK48 ได้วางกำหนดไว้หมดแล้ว รวมไปถึง CD Single 5 ก็หมดไปแล้วด้วยเช่นกัน แต่ยังเหลือ Music Card Edition ที่คุณสามารถไปซื้อ เพื่อนำบัตรโหวตเลือกตั้ง ไปโหวตให้กับสมาชิกเมมเบอร์ที่คุณชื่นชอบได้อยู่นะ

น่าเสียดายหน่อยๆ ก็ตรงที่ทาง อฟช. กำหนดการขาย [CD]BNK48 5th Single “BNK Festival” Limited Edition ไว้ที่ 300,000 แผ่น เท่านั้น และก็ SOLD OUT ไปเรียบร้อย ภายใน 2 วันแรกที่เปิดจำหน่าย ผมเองก็ซื้อไม่ทันเช่นกัน ตอนแรกผมหวังว่ายอด CD จะทะลุล้านแผ่นสักหน่อย ตามที่เคยเขียนไว้ในบทความก่อนหน้า หรือว่า ยอดขายเพลงไทย ล้านตลับ (ซีดีล้านแผ่น) จะกลับมาอีกครั้งในรอบกว่า 10 ปี?” แต่ก็เข้าใจได้ด้วยกำลังการผลิตของประเทศไทย ที่โรงงานทำ CD มีน้อยลงมาก เพราะไม่ค่อยมีใครทำขายกันแล้ว รวมไปถึงเรื่องบัตรจับมือที่แถมมากับแผ่น CD ด้วย ซึ่งต้องวางคิวงาน และจำกัดจำนวนเพื่อให้สามารถควบคุมปริมาณคนที่จะมาร่วมงานด้วย

สำหรับสมาชิก BNK48 ทั้ง 51 คน ที่ทำการลงสมัครเลือกตั้ง ทาง อฟช. ก็ได้ปล่อยคลิปหาเลียงของสมาชิกเมมเบอร์ออกมาแล้ว วีดีโอคลิป หาเสียง ทั้ง 51 คน บน YouTube ก็สามารถไปติดตามดูกันได้ ว่าจะสนุก จะฮา แค่ไหน

เร็วๆนี้คงได้เห็นโปสเตอร์ หาเสียงทยอยออกมาให้ได้ชมกันอีก

การเลือกตั้งของ BNK48 เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกด้วย ทำให้เราไม่สามารถคาดเดาผลคะแนน ได้เลย เพราะไม่มีคะแนนจากครั้งก่อนๆมาเป็นตัววัด เปรียบเทียบ ดังนั้น คาดว่าแฟนคลับของแต่ละเมมเบอร์คงจะใส่กันเต็มที่แน่นอน เพื่อให้เมมเบอร์ที่ตัวเองชื่นชอบได้อันดับการเลือกตั้งที่ดี เพราะอาจจะมีผลกับงานอื่นๆต่อไปด้วย เช่น ถ้าติดอันดับสูงๆ สื่อหนังสือพิมพ์ ทีวี ก็จะสนใจทำข่าว ก็จะช่วยเรื่องความนิยมให้เพิ่มขึ้น เหล่าสปอนเซอร์ ก็จะสนใจนำน้องๆเมมเบอร์ไปเป็นพรีเซนเตอร์สินค้า หรือไปโปรโมทสินค้าอื่นๆ มีโอกาสได้งานนอก เช่น เล่นหนัง เล่นซีรี่ย์ ถ่ายแบบนิตยสาร เป็นต้น รวมไปถึงโอกาสในการได้ออก Single ปกติต่อๆไปด้วย จะเห็นได้ว่าอันดับที่ได้มันสำคัญกับอนาคตน้องๆเมมเบอร์มากๆเลย

อันดับที่ 17–32 : Under Girls

อันดับที่ 1–16 : Sekai Senbatsu

คนที่ได้อันดับ 1-7 : ก็จะถูกเรียกว่าเป็น คามิ7 คือคนที่ได้รับความนิยมสูง มีคนสนับสนุนเยอะ เป็นตำแหน่งที่เหล่าเมมเบอร์หลายคนต้องการมายืน เพราะมันส่งผลกับอนาคตตามที่เคยกล่าวไปก่อนหน้า

อันดับที่ 1 : จะได้เป็นเซนเตอร์ใน Single เลือกตั้ง (ของ BNK48 คือ Single ที่ 6 นั่นเอง) ตำแหน่งในฝันของใครหลายคน ที่อยากมายืนในตำแหน่งที่ 0 หรือตำแหน่งเซนเตอร์ อันเป็นจุดสูงสุดของการเป็น ไอดอล

อย่างที่ทราบกันดีว่านี่เป็นการเลือกตั้งไอดอล ครั้งแรก การคาดเดาผลเป็นเรื่องยาก แต่ผมก็อยากจะขอลองเดาผลการเลือกตั้งไว้สักหน่อย ย้ำว่าเป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัว ที่จะขอทายอันดับ 1-16 ดังต่อไปนี้ คือ

01. Cherprang

02. Music

03. Orn

04. Pun

05. Noey

06. Jennis

07. Mobile

08. Pupe

09. Kaimook

10. Kaew

11. Namneung

12. Tarwaan

13. Wee

14. Satchan

15. Mind

16. Fond

แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้เป็นแค่การคาดเดา เดี๋ยวรอผลด่วนออกมาแล้ว จะลองมาวิเคราะห์กันอีกรอบ ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน เกาะติดสนามเลือกตั้งไอดอล BNK48 กันไว้ให้ดี มีอะไรสนุก ลุ้น ตื่นเต้นอีกมากรออยู่

หรือว่า ยอดขายเพลงไทย ล้านตลับ (ซีดีล้านแผ่น) จะกลับมาอีกครั้งในรอบกว่า 10 ปี?

อย่างที่ทราบกันดีว่าในยุคนี้เป็นยุคของ ดิจิตอลดาวนด์โหลด และสตรีมมิ่ง ครองเมืองไปแล้ว ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นแต่คนจับมือถือขึ้นมาเล่น กดเปิดเพลงฟัง วงการเพลงไทยแทบจะตายหมดแล้ว ทั้ง แผ่นเสียง เทปคลาสเซ็ท ซีดี ไม่สามารถขายได้ หรือขายได้ก็มีจำนวนที่น้อยมากเกินกว่าที่ศิลปินจะอยู่รอดได้

ทั้ง แผ่นเสียง และCD เพลง ที่ยังขายได้อยู่ ก็มาในรูปแบบของสะสมมากกว่าจะเป็นการซื้อเพื่อมาฟังเพื่อความบันเทิงแบบสมัยก่อน ด้วยตัวเลือกในการฟังเพลงมีหลายช่องทางมาก โดยเฉพาะระบบออนไลน์ เพลงสตรีมมิ่ง Spotify และ JOOX หรือแม้แต่ YouTube ที่เป็นฟรีสตรีมมิ่งก็ได้รับความนิยมอย่างสูงในตอนนี้

ยุคนี้เขานิยมวัดว่า เพลงไหนดัง เพลงไหนฮิต แฟนคลับก็จะขิง กันด้วยยอดวิวใน YouTube ดูว่าเพลงไหนทำยอดวิวเกิน 100 ล้านวิว ก็จะนับว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ทำให้แฟนคลับจะมาช่วยกันปั่นวิวเพื่อทำยอดวิว แต่เชื่อเถอะมันไม่ง่ายแล้ว เพราะระบบของ Google เขามีอัลกอริทึมที่จะวัดว่ายอดวิวคุณภาพจริงหรือเปล่าใช้โปรแกรมปั่นหรือเปล่า ดังนั้นยอดวิวที่ได้ในยุคนี้ คือมีคุณภาพและความน่าเชื่อถือกว่าเมื่อก่อน เพราะวิวขึ้นยาก หากทำผิดกฎก็โดนหักวิวได้อีก ดังนั้น เพลงไหนทำได้ 100 ล้านวิว ในยุคนี้ก็ต้องนับถือใจจริงๆ

แต่ก็นั่นแหละครับ ต่อให้ทำยอดวิวได้หลัก 100 ล้านวิว แต่จำนวนการซื้อแผ่น CD หรือดาวน์โหลดเพลง ยอดมันไม่ได้เยอะเท่ากัน ขอแค่ 1% จากยอดวิวยังไม่ได้เลยสำหรับยุคนี้ เพราะคนชอบของฟรี มากกว่าจะมาเสียเงินเพื่อซื้อเพลงฟัง

ยุคที่ยอดขายเพลงไทยรุ่งเรือง คือยุค 1990-2000 ต้นๆ ที่มีศิลปินไทยมากมายเลยที่สามารถออกอัลบั้มมา แล้วทำยอดขาย เทปคลาสเซ็ท ล้านตลับ หรือ CD ล้านแผ่น แบบถูกลิขสิทธิ์ด้วย สุดท้ายก็ต้องมาตายเพราะการมาของอินเตอร์เน็ต และแผ่นผีอย่าง MP3 นั่นเอง ทำให้ในรอบกว่า 10 ปี มานี้ไม่มีศิลปินไทยคนไหนทำยอดขาย CD เพลง ทะลุล้านได้อีกเลย และค่ายเพลงก็ปิดตัวไปเยอะแล้ว บางค่ายก็เลิกผลิตแผ่น CD มาขาย มีแต่ Single ให้ดาวน์โหลดเท่านั้น

ไม่ใช่แค่วงการเพลงในประเทศไทยเท่านั้นที่โดนผลกระทบ แม้แต่วงการเพลงต่างประเทศเองก็ต้องปรับตัว เพราะการขาย CD เพลงมันน้อยลงเรื่อยๆ การขายแบบดิจิตอลดาวนด์โหลด หรือสตรีมมิ่ง เป็นอะไรที่คนฟังเพลงทั่วโลกยอมรับมากกว่า

แล้ว CD เพลง มันยังขายได้ไหมในยุคนี้ ?

คำตอบ คือ ได้ แต่ไม่ใช่ทุกวง ประเทศที่ยังคงความขลัง และลิขสิทธิ์เพลงจริงจัง อย่างประเทศญี่ปุ่น ยังคงเน้นขายเพลงแผ่น CD กันอยู่ เช่น วง AKB48 ก็ทำยอดขายหลักล้านแผ่นติดต่อกันมากว่า 8 ปี!! และใน Single ที่ 52 ก็ทำยอดขายได้กว่า 3 ล้านแผ่นอีกด้วย น่าเหลือเชื่อมากๆ

อย่างประเทศเกาหลีใต้ เองก็มีวงอย่าง BTS ที่ทำยอดขายได้หลักล้านแผ่น เป็นวงแรกในรอบกว่า 10 ปี เหมือนกัน ทำให้วงการเพลงเกาหลี KPOP ตื่นตัวกันมากๆ แม้ว่าผมจะไม่ค่อยได้ตามศิลปินฝั่งเกาหลีเท่าไหร่ ก็ยังต้องยอมวงนี้ เพราะความสามารถจริงๆ ทำให้วงมาไกลขนาดนี้ และเชื่อว่าอุตสาหกรรมเพลงเกาหลียังไปได้อีก

ข้ามมาฝั่ง อเมริกา กันบ้าง แน่นอนว่าศิลปินอย่าง Taylor Swift คือคนที่จะนึกถึงแรกๆ เพราะเธอคือหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังคงเน้นการขายเพลงแบบ CD อยู่ อัลบั้มดังอย่าง 1989 ที่ทำยอดขายกว่า 10 ล้านแผ่นทั่วโลก ก็เป็นสิ่งการันตีความฮอตได้ดี หรือแม้แต่ อัลบั้ม Reputation ล่าสุดของเธอเองก็ทำยอดขาย CD ไปกว่า 2 ล้านแผ่น ในปีนี้

จะเห็นได้ว่า วงการเพลงที่ไหนก็มีปัญหา แต่ก็ยังมีศิลปินที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย CD หลักล้านแผ่นอยู่ ซึ่งหลักๆแล้วก็คือคนที่สามารถสร้างฐานแฟนคลับ ให้มาสนุบสนุนผลงานที่ถูกลิขสิทธิ์ได้ ซึ่งต้องใช้เวลา แต่คุ้มค่าแน่นอนกับการรอคอย ผลงานคุณภาพ คือสิ่งที่แฟนคลับจะยอมจ่าย

กลับมาที่ วงการเพลงไทย จะมีศิลปินคนไหน หรือวงอะไร อีกไหมที่จะกลับมาทำยอดขาย CD ล้านแผ่น ได้อีก ในยุคที่ศิลปินก็ไม่ค่อยจะผลิตแผ่น CD มาขาย และคนฟังเพลงก็ไม่ค่อยจะซื้อแผ่น CD มาฟังกันแล้ว มองไปทางไหนก็ยากมากๆ แทบมองไม่เห็นความหวังเลย

แต่ทว่า การมาของ วงไอดอล ในปี 2017 อย่างวง BNK48 วงน้องสาวของ AKB48 ที่ญี่ปุ่น ที่นำรูปแบบการทำเพลง และการขายเพลงแบบญี่ปุ่นมาใช้ ด้วยการออก Single ทุกๆ 4 เดือน โดยประมาณ และทำการขายผ่านระบบการพรีออเดอร์ ซึ่งก็เป็นวิธีการที่ดี เพราะได้ทราบจำนวนยอดสั่งจอง ก่อนที่จะเริ่มทำการผลิตสินค้า ป้องกันการผลิตมาแล้วขายไม่ได้ไปในตัว ซึ่งการขายแผ่น CD ของวง BNK48 ไม่ได้ขายแค่เพลงในรูปแบบ CD อย่างเดียว แต่ขายของแถมอย่างรูปสุ่มเมมเบอร์ และบัตรจับมือ มาด้วย ทำให้ยอดการสั่งซื้อเยอะ เพราะไม่ใช่แค่ซื้อมาฟังเพลง แต่ซื้อเพราะอยากได้รูปเมมเบอร์ที่เราชอบ หรือซื้อเพราะต้องการบัตรจับมือเยอะๆ ไปจับมือกับเมมเบอร์ที่เราเชียร์ด้วยนั่นเอง

ด้วยระบบของไอดอลญี่ปุ่นที่แปลกใหม่สำหรับคนไทย ก็มีหลายคนมองว่าอาจจะไปไม่รอด แต่สุดท้ายแล้ว วง BNK48 ก็อยู่มาได้ในทุกวันนี้ จากกระแสของเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย ที่ยอดวิวตอนนี้เกิน 150 ล้านวิวไปแล้ว รวมไปถึงเพลงหลักของ Single ต่างๆก็มียอดวิวบน YouTube หลักล้านวิว ถึง 10 ล้านวิวมาโดยตลอด

ยอดขาย Single BNK48 (ยอดขายพรีออเดอร์โดยประมาณ)

1.Single อยากจะได้พบเธอ / ยอดขาย 13,500 แผ่น

2.Single คุกกี้เสี่ยงทาย / ยอดขาย 30,000 แผ่น

3.Single วันแรก / ยอดขาย 170,000 แผ่น

อัลบั้ม RIVER / ยอดขาย 80,000 แผ่น

4.Single เธอคือ…เมโลดี้ / ยอดขาย 340,000 แผ่น

จะเห็นได้ว่ายอดขายแผ่น CD ในแต่ละ Single ของวง BNK48 เติบโตขึ้นมาตลอด อย่างที่เคยกล่าวไปก่อนหน้าว่าการซื้อแผ่น CD ของแฟนคลับไม่ใช่แค่เอามาสะสมหรือเปิดฟังเพลง แต่เพราะของแถมด้วยส่วนหนึ่ง จึงทำให้ยอดขายแผ่น CD พุ่งขึ้นมาขนาดนี้ แต่ก็ต้องยอมรับในเรื่องของฐานแฟนคลับด้วย เพราะมีแฟนคลับที่เหนียวแน่นแม้จะไม่มากแต่เฉพาะกลุ่ม ที่ยอมซื้อแผ่นแท้ ก็สามารถทำให้วงอยู่รอดได้ในยุคนี้ ที่ไม่มีวงไหนทำยอดขายได้หลักหมื่น หลักแสนมานานแล้ว

ลองคิดเล่นๆ อัลบั้ม RIVER / ยอดขาย 80,000 แผ่น ราคาแผ่นละ 1,000 บาท (80 ล้านบาท) หากเทียบกับยุค เทปคลาสเซ็ท ราคาตลับละ 80 บาท ก็เท่ากับว่าจะขายได้ ล้านตลับ เลยทีเดียว

หรือ Single เธอคือ…เมโลดี้ / ยอดขาย 340,000 แผ่น ราคาแผ่นละ 350 บาท (119 ล้านบาท) หากเทียบกับยุค เทปคลาสเซ็ท ราคาตลับละ 80 บาท ก็เท่ากับว่าจะขายได้ 1,400,000+ ตลับ!!

แต่มันคนละยุคสมัยกันแล้ว ยุคเทปคลาสเซ็ท ได้ปิดฉากไปแล้ว แต่การจำหน่ายแผ่น CD เพลงยังมีอยู่ ก็มาลุ้นกันในยุคปัจจุบันกับยอดขายแผ่น CD ของวง BNK48 โดยเฉพาะใน Single ที่ 5 BNK Festival ที่จะเปิดให้พรีออเดอร์เร็วๆนี้ จะมาพร้อมกับบัตรเลือกตั้ง Senbatsu ใน Single ที่ 6 ซึ่งเราสามารถซื้อแผ่น CD ใน Single ที่ 5 เท่าไหร่ก็ได้เพื่อมาโหวตเมมเบอร์คนที่เราเชียร์ ให้ได้อันดับที่ 1 ก็จะได้เป็นเซนเตอร์คนที่เด่นที่สุดใน Single ที่ 6 และที่แฟนๆต่างอยากดันเมมเบอร์ที่ตัวเองชอบให้ได้อันดับ 1-7 เพื่อที่จะได้ติดเป็น คามิ7 หรือคนที่มีความนิยมระดับสูงในวงนั่นเอง

จากการแข่งขันของแฟนคลับ เพื่อดันเมมเบอร์ให้ติดอันดับนี้เอง จึงทำให้คาดการณ์กันว่า ยอดขายแผ่น CD เพลงของวง BNK48 ใน Single ที่ 5 อาจจะมียอดขายทะลุ ล้านแผ่น  ซึ่งมันก็มีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกัน แม้จะมองว่าแฟนคลับของวงอาจจะยังไม่เยอะ กำลังซื้ออาจจะยังไม่มากพอ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้กับสถิติใหม่ๆของวงนี้ (ส่วนตัวผู้เขียนมองว่ายอดขายแผ่น CD อย่างน้อย ก็น่าจะเกิน ห้าแสนแผ่นแน่นอน หากดูจากยอดขายใน Single ที่ 4 เป็นตัวตั้ง)

อีกไม่นานเราก็จะได้รู้กัน ว่ายอดขาย Single ล้านแผ่นจะเกิดขึ้นได้อีกไหมในประเทศไทย โดยเฉพาะกับวงไอดอลชื่อดัง อย่าง BNK48 หากการเลือกตั้งเซมฯครั้งนี้ยังทำยอดไม่ถึงล้าน ปีหน้าก็ยังมีการเลือกตั้งอีก ถ้ากระแสของวงยังดีอยู่ ก็เชื่อว่าต้องมีสัก Single ที่สามารถทำยอดขายถึง 1 ล้านแผ่นได้สำเร็จแน่นอน ด้วยฐานแฟนคลับที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวัน

ถ้าทำได้จริง เชื่อว่าวง BNK48 จะต้องกลับมาเป็นข่าวอย่างแน่นอน เพราะมันไม่เคยเกิดขึ้นมานานมากแล้ว สำหรับวงการเพลงไทย ที่จะมียอดขายล้านแผ่น และวงการเพลงก็น่าจะกลับมาตื่นตัว และน่าจับตามองตลาดเพลงไทยอีกครั้งแน่

ในฐานะที่เป็นแฟนคลับคนหนึ่ง ก็อยากเห็นนะสำหรับ ยอดขายล้านแผ่น ของวงไอดอล BNK48 และก็อยากเห็นศิลปินคนอื่นๆด้วยเช่นกันที่จะกลับมาทำแผ่นซีดีเพลงมาขาย เพราะล้านตลับมันไม่เกิดขึ้นมานานมากแล้ว…ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ใครจำได้ บอกผมที

5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ปี 2560

กลับมาอีกครั้ง กับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ประจำปี 2560 ซึ่งปีนี้มาช้ามาก ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องรอให้ข้อมูลตกตะกอนเสียก่อน ถึงจะเขียนได้ แบบการประกาศรางวัลออสการ์ ที่ก็ต้องให้ผ่านปีใหม่มาสักเดือนสองเดือนก่อนค่อยประกาศผล ว่าไปนั่น เอาจริงๆก็เป็นแค่ข้ออ้างนั่นแหละครับ บทความในบล็อกนี้อาจจะออกมาน้อยหน่อยในช่วงนี้ แต่ก็จะทยอยลงให้ได้อย่างน้อยก็เดือนละ 1-2 บทความ จะได้ไม่เหงา เพราะตั้งแต่กลางปีที่แล้วจนมาปีใหม่ แทบไม่ได้เขียนอะไรอัพเดทเลย ไม่รู้ว่าจะยังมีแฟนคลับเหลือตามอ่านกันอยู่หรือเปล่า ยังไงก็ส่งเสียงกันหน่อย หรือส่งเมลมาคุยกันก็ได้เน้อ.. เอาล่ะ ลองมาดูว่าปีที่ผ่านมานี้มีอะไรที่ผมชอบและไม่ชอบบ้าง จัดไป…

5 ไม่ชอบ

1. อ่านหนังสือได้น้อยลงเรื่อยๆ

ปี 2560 เป็นปีที่อ่านหนังสือได้น้อยมากในรอบ 3-4 ปี หลังมานี้เลย ไม่ถึง 20 เล่ม ที่อ่านจบจริงๆ ถือว่าน้อยมาก ด้วยเหตุการณ์หลายๆอย่าง ปีนี้ตั้งใจจะอ่านให้ได้มากกว่าเดิม เพื่อชดเชยปีที่ผ่านมา แต่เอาเข้าจริงผ่านมาจะครึ่งปีก็ยังอ่านได้ไม่กี่เล่มเอง แฮร่ แต่หนังสือซื้อมาดองตลอดนะ ประเด็นคือหาเวลาอ่านให้จบยังไงได้

2. ไม่ค่อยได้เที่ยวเลย

เรียกได้ว่าทั้งปี ทำแต่งานก็ว่าได้ ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหนไกล ๆ เลย ต่างจังหวัดก็ไม่ได้ออกไปไหน ทำงานเหงาๆ เฝ้าบ้านอย่างเดียวจริงๆ ก็คิดถึงการออกเดินทางไกลๆอยู่เหมือนกัน ปกติปีหนึ่งก็มักจะนัดกับเพื่อนๆออกไปเที่ยวกันสักทริป แบบ 3 วัน 2 คืน อะไรประมาณนี้ แต่เดี๋ยวนี้ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง ก็เลยหาโอกาสรวมตัวกันออกเที่ยวแบบนั้นไม่ค่อยได้แล้ว ส่วนตัวผมเองก็ทำแต่งาน อยู่บ้าน เฝ้าหน้าจอกันไป ปีนี้ก็เลยคิดไว้ว่า ขอออกไปเที่ยวสัก 2-3 ทริปเถอะไม่ไหวแล้ว

3. งานน้อยลง

เป็นเรื่องธรรมดาที่คลื่นลูกเก่าผ่านไป คลื่นลูกใหม่ก็วิ่งเข้ามา เหมือนกันงานระบบเดิมๆ ก็ถูกแทนที่ด้วยระบบใหม่ที่ดีกว่า แถมคู่แข่งที่มากขึ้น ใหญ่ขึ้น เราเป็นแค่ฟรีแลนซ์ตัวเล็กๆ ก็ต้องยอมรับสภาพกันไป มีงานอะไรเข้ามาก็รับไว้ก่อน ทำให้ดีที่สุด สู้ในแบบของเราที่เคยทำมา อย่างน้อยมันก็ไม่ได้แย่ที่สุด ก็ยังมีความหวัง มีช่องทางใหม่ๆที่รออยู่ ตอนนี้คงถึงเวลาปรับเปลี่ยนงานแล้วแหละ ไม่ได้ทิ้งงานเดิมไปทั้งหมดนะ แต่เพิ่มช่องทางงานใหม่ๆที่เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเข้ามา

4. อายุที่เยอะขึ้น

วัยกลางคน กับคนที่อายุสามสิบกลางๆ มันก็มีหลายเรื่องที่คิด เพราะบางอย่างเรายังไม่มี ในขณะที่คนอื่นมี เพื่อนรุ่นเดียวกันมี และไปไกลกว่าเราหลายช่วงตัว ก็ไม่รู้ว่าเราคิดมากไปหรือเปล่า หรือเราไม่ต้องไปคิดอะไร ทำเท่าที่เราไหวคือดีที่สุดแล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างก็ได้ ใช้ชีวิตให้มีความสุขเท่าที่เราสบายใจ อาจเป็นสิ่งดีที่สุดในเวลาตอนนี้แล้วก็เป็นได้ เพราะชีวิตมันก็เท่านี้ อายุก็เป็นแค่ตัวเลขไว้ให้นับเท่านั้นเอง

5. ชีวิตครึ่งๆกลางๆ ยังไม่เจอทางที่ใช่

ก็คงจะต่อเนื่องมาจาก ข้อ 3 และ 4 ที่เป็นผลกระทบ ทับถมกันมา เลยทำให้รู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมา มันยังครึ่งๆกลางๆ จะสำเร็จก็ไม่เชิง จะว่าล้มเหลวก็ไม่ใช่ เพราะที่ผ่านมามันก็ดีนี่ ไม่ได้แย่ขนาดนั้น มันมีขึ้นมีลง แล้วแต่ช่วงเวลา เพียงแต่ตอนนี้มันไม่ใช่ช่วงที่ดี และกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ หรือกำลังเริ่มต้นทำอะไรใหม่อีกครั้ง ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาครึ่งทางแล้ว มันเลยดูน่ากลัว ยาก ลำบาก และยังหาทางออกไม่ค่อยได้ แต่ก็นั่นแหละ ถ้าไม่เริ่มทำ ก็ไม่มีคำว่าสำเร็จ ไม่ทำแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าที่ทำอยู่ มันคือทางที่ใช่หรือเปล่า ทำให้รู้คำตอบ เริ่ม!!!

5 ชอบ

1. อินเตอร์เน็ตมือถือ

เพราะการที่มือถือสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ กับแพคเกจเน็ตไม่อั้น ความเร็ว 10MB ที่สำคัญแชร์อินเตอร์เนตกับโน๊ตบุ๊คได้ด้วย ผมชอบเลย เพราะทำให้การทำงานง่ายขึ้นเยอะเลย แม้ไม่มีอินเตอร์เนตแบบวางสายทั่วไปผ่านมาให้ใช้บริการ ก็ยังมีตัวเลือกใหม่แบบนี้เข้ามาทดแทน คิดว่าภายในปี 61 ก็คงย้ายออกจากหอแน่ เพราะไม่ต้องเช่าหอเพื่อเล่นเน็ตอีกต่อไปแล้ว ใช้อินเตอร์เน็ตมือถือแชร์เอา ทำงานอยู่บ้านชิวๆเลยดีกว่า

2. ซีรี่ย์ และหนังสั้น

เป็นปีที่ได้มีเวลา นั่งดู ซีรี่ย์ และหนังสั้น หลายเรื่องเลย หนังสั้นฝีมือคนไทยเก่งๆ ก็มีเยอะหลายเรื่อง ลองค้นหาดูในยูทูป ที่เขาลงให้ดูฟรีก็มี ส่วนซีรี่ย์ก็พอจะหาเวลาดูได้บ้าง อย่างเรื่องดังๆ ก็ดูเกือบจบตามทันเพื่อนล่ะ และก็มีอีกหลายเรื่องเลยที่น่าติดตามชม ถ้ามีเวลาก็คงจะได้ดูอะไรสนุกๆแบบนี้อีก

3. YouTube

ผมชอบนะที่มีรายการออนไลน์ทางช่อง YouTube เยอะขึ้น และได้รับความนิยมมากขึ้น มีช่องใหม่ๆ มีแนวทางเป็นของตัวเอง และคนติดตามก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน ที่สำคัญมีคนหารายได้จากการทำรายการลงช่อง YouTube มากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งก็น่าสนใจไม่น้อยในยุคนี้ เพราะคนเทการดู ทีวี มาดูรายการ คลิปต่างๆ ใน YouTube กันมากขึ้นทุกวัน ผมเองก็สนใจเปิดช่อง YouTube อยู่เหมือนกัน ฝากติดตามกันด้วยนะครับ

4. ROV

เป็นหนึ่งในเกมที่ติดมากเมื่อปีที่แล้ว เรียกว่าเล่นแทบทุกวัน มันจะเป็นแนวเกมคล้ายๆกับ DotA ที่เล่นในคอมพิวเตอร์ แต่เกม ROV เป็นเกมในมือถือ ที่เล่นง่าย จบเร็ว และมีตัวละครหลายๆตัวให้เลือกเล่น สนุก รวมทีมกับเพื่อนจะยิ่งสนุกมาก ในตอนนี้ต้องยอมรับเลยว่าเป็นเกมมือถือที่มาแรงสุดๆในประเทศไทย เพราะใครก็เล่นได้ และมีรายการแข่งขันชิงเงินรางวัลกันบ่อยด้วย รวมไปถึงมีทีมส่งไปแข่งระดับโลกแล้วสำหรับประเทศไทย เรียกได้ว่าเป็นเกมมหาชนไปแล้ว

5. BNK48

ชั่วโมงนี้ คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก วง BNK48 วง ไอดอล แห่งยุคนี้ ซึ่งเป็นวงน้องสาวของวง AKB48 จากญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ได้สนใจ แต่เหมือนโดนป้ายยา จากการได้ฟังรายวิทยุ ดู YouTube ติดตามสื่อออนไลน์อื่นๆ และเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย สุดท้ายก็โดนตกจนได้ เพราะน้องๆน่ารักกันจริงๆ ยิ่งเราติดตามก็ยิ่งรู้สึกผูกพันมากขึ้น ระบบการบริหารวงก็น่าสนใจ มีเรื่องราวมากมาย รวมถึงกิจกรรมต่างๆให้เราได้มีส่วนร่วมอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะ งานจับมือ ที่สามารถเรียกผมให้ออกจากบ้านเพื่อไปเจอน้องๆ BNK48 ได้ ใครที่ยังหาโอชิ หรือคามิโอชิ ไม่ได้ ก็ลองไปติดตามกันได้ที่ แฟนเพจ และเว็บไซต์ ของวง BNK48 ดูสักครั้ง ไม่แน่คุณอาจจะโดนตก กลายมาเป็น โอตะ หรือแฟนคลับเข้าสักวันก็เป็นได้

และนั่นก็คือ 5 ชอบ และ 5 ไม่ชอบ ประจำปี 2560 ที่ผ่านมาของผมเองครับ แล้วของแต่ละคน เป็นอย่างไรกันบ้าง ลองคอมเม้น มาให้อ่านกันหน่อย แล้วเจอกันอีกทีปีหน้าสำหรับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ครับผม