34

3 4 123 12 12 1

นี่ไม่ใช่การใบ้หวย หรือ การประกวดกองเชียร์ แต่อย่างใดนะครับ แค่จะมาบอกว่า 34 แล้วครับ อายุ เข้าสู่วิกฤติวัยกลางคนแบบเต็มตัว

สำหรับผมอายุก็ยังคงเป็นแค่เพียงตัวเลข ความสามารถและผลงานเท่านั้นที่พิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงของเรา และไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปี เราก็ต้องใช้ชีวิตกันต่อไป ต้องอาศัยอยู่บนโลก ที่นับวันจะอยู่ยากขึ้นเรื่อยๆใบนี้ให้ได้ครับ

ปี 2560 นี่ก็ผ่านมาจะครบสามเดือนเต็มแล้วในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จากฤดูหนาว ก็เข้าสู่ฤดูร้อนแบบเต็มตัว มีแอร์ก็เปิดแอร์ มีพัดลมก็เปิดพัดลมกันทั้งวันทั้งคืนครับ ใบเสร็จค่าไฟฟ้ามาที คงมีหลายบ้านแทบเป็นลม

มาว่ากันถึงเรื่องบนโลกออนไลน์ ปีนี้น่าจะเป็นปีทองของการทำ โซเชียลมีเดียแบบเต็มตัวเสียที หลังจากจดๆจ่องๆมานาน ทำทิ้งๆไม่ได้จริงจัง ทั้งการทำ Contents ลง Youtube และ ทำเพจFacebook

Facebook ยังไงก็ยังมีคนเล่นและคนตามกันตลอด เพราะใครๆก็มี Facebook ส่วนตัวกันแทบทุกคน ยิ่งมีการเปิดให้Live สด ก็ยิ่งสร้างกระแสการติดตามให้มากยิ่งขึ้น ทำให้ดูดคนบนโลกออนไลน์จาก เว็บไซต์ทั่วไปเกือบหมดแล้วในตอนนี้

Youtube ก็เช่นกัน แม้แต่วงการ T.V. ก็ยังต้องหันมามองแรง!! เพราะคนหันมาติดตามรายการผ่านทาง ยูทูป กันมากขึ้น การชม วิดีโอ ย้อนหลังก็เพิ่มขึ้น ทั้งรายการทั่วไป และละครย้อนหลัง นี่ยังไม่นับพวกคลิปต่างๆ และรายการออนไลน์ที่ทำมาลงเฉพาะใน Youtube เป็นหลักอีกหลายรายการ

นี่เองจึงทำให้การหันมาลงทุนในตลาด โซเชียลมีเดีย น่าสนใจยิ่งขึ้น

ผู้ที่ต้องการลงโฆษณา ก็ต้องการทำการตลาดผ่านทาง โซเชียล มากขึ้นด้วย เพราะคนสนใจ เข้ามาเล่น Facebook เข้ามาดู Youtube กันมากขึ้นทุกๆวัน นับเป็นแหล่งลูกค้าชั้นดี บนโลกออนไลน์ขนาดยังไม่นับโซเชียลตัวอื่นๆอีกนะ ที่ยังเกิดได้อีก

ส่วนคนที่ทำ Contents ก็มีการพัฒนาสร้างสรรค์ ทั้งข้อมูลที่เป็น บทความ,Text,รูปภาพ, วีดีโอ, ไฟล์เสียง เป็นต้น

ผลิตสื่อในแนวทางต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ตามกลุ่มต่างๆ ที่ผมเจอบ่อยๆก็จะเป็น แนวข่าวสาร ท่องเที่ยว บันเทิง กีฬา และอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าต่อไปเราอาจจะได้เห็น โซเชียล ในแนวทางใหม่ๆ ทั้งหัวข้อ และประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น

จนบางทีผมก็อดคิดไม่ได้ว่า คนจะยังเข้าเว็บไซต์กันอยู่ไหม ยังอ่านบล็อกกันอยู่หรือเปล่า หรือจะไปตาม เพจ Facebook กันหมดแล้ว

โลกหมุนเร็วมาก และอยู่ยากกว่าเดิม

ส่วนตัวแล้วผมก็ยังคงเขียน Blog อยู่ แม้ว่าคนอ่านจะไม่ได้มากมาย และคิดว่าโซเชียลก็ไม่ได้ทำลายเว็บไซต์หรือบล็อกไปซะทีเดียว ทั้งสองยังอาศัยกันและกันได้อยู่

ทำโซเชียลเพื่อดึงคนให้มารู้จัก Blog หรือ เขียนบล็อก เพื่อให้คนไปติดตามข่าวสารอัพเดท แบบด่วนๆ บนโซเชียล ก็ตาม ทั้งสองทางยังคงไปด้วยกันได้ดีในเวลานี้

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ยุคนี้ มันยุค โซเชียล จริงๆ

การแข่งขันของ โซเชียลมีเดียในปีนี้คงร้อนระอุ ไม่แพ้อากาศ ในประเทศไทย

หันมองดูหน้าจอมือถือ บอกอุณหภูมิตอนนี้ อยู่ที่ 34 องศา พอดี

ต้องปรับเว็บไซต์อย่างไร ให้รองรับการทำ SEO

เอาจริงๆ ผมก็ไม่ทราบเหมือนนะกันครับ เพราะ Google ก็ไม่ได้บอกว่าจะต้องปรับเว็บไซต์อย่างไรบ้าง ทุกอย่างเกิดขึ้นจาก อัลกอริทึม ล้วนๆ ที่ส่งผลให้ คีย์เวิร์ดนั้นๆ ของเว็บไซต์นั้นๆ ขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆในหน้าแรกกูเกิล แต่ก็เคยได้ยินว่ามีบางคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูงๆ จะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและให้อันดับเองเลย!!

ผมคงจะแนะนำได้เท่าที่เคยลองทำและได้ผลมากบ้าง น้อยบ้าง ซึ่งก็อาจจะไม่ได้ถูกต้องตามหลักการไปทั้งหมด เพราะผมก็ไม่ได้รู้ว่าจริงๆแล้วมันควรจะปรับอะไรบ้าง มากหรือน้อยแค่ไหน ถึงจะดีที่สุด ก็เอาเป็นว่าสิ่งที่ผมทำและปรับใช้มันได้ผลในระดับหนึ่งก็อยากจะเอามาแชร์กันครับ หรือท่านใดที่คิดว่ามีวิธีที่ดีกว่าหรือถูกต้องก็เมลมาหาผมได้ครับ ที่ harry_mutd@hotmail.com พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นครับ

มาเริ่มกันเลย สำหรับเว็บไซต์ที่กำลังจะเริ่มต้นใหม่ผมไม่ค่อยจะเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะสามารถเลือกคีย์เวิร์ดที่ต้องการได้ เลือกจดโดเมนที่รองรับ SEO ได้ เลือกว่าจะใช้โปรแกรมตัวไหนในการสร้างเว็บไซต์ได้ ซึ่งจะง่ายในการวางแผนเพื่อให้เว็บที่กำลังจะสร้างขึ้นนั้นเป็นเว็บที่รองรับ การทำ SEO ตั้งแต่ช่วงแรกๆ

แต่ที่ผมเจอส่วนใหญ่ ก็จะเป็นเว็บที่จดโดเมนไปแล้ว สร้างเว็บไซต์เสร็จแล้ว จากนั้นพวกเขาก็มองหาคนที่จะมาทำ SEO ให้”

ซึ่งผมบอกเลยว่า มันจะดีมากหากว่าเจ้าของเว็บนั้นๆพอจะมีความรู้เบื้องต้นอยู่บ้างในการเลือกจดโดเมนที่รองรับการทำ SEO หรือพอจะปรับแก้ไขเว็บไซต์เบื้องต้นอยู่บ้าง ซึ่งเป็นส่วนน้อยที่เจอเสียด้วย

ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยมีความรู้ในการปรับแก้เว็บไซต์ โดเมนที่จดก็จะจดตามใจฉัน เป็นชื่อตัวเองบ้าง บางทีก็เป็นชื่อแบรนด์ (อันหลังยังพอรับได้) ซึ่งไม่มีคีย์เวิร์ดในโดเมนเลย ก็จะทำให้การทำ SEO ยากขึ้นมาอีกขั้นแล้ว จะเล่นคีย์เวิร์ดยากๆก็ควรให้มีคีย์เวิร์ดในโดเมนสักหน่อย ต่อให้เอาไปทำในซับโดเมน (ซึ่งเป็นทางแก้อย่างหนึ่งในกรณีที่ในโดเมนไม่มีคีย์เวิร์ดที่จะทำ SEO) ก็อาจจะไม่ได้ผลดี สู้กับพวกที่ใช้โดเมนมีคีย์เวิร์ดผสมอยู่ด้วยไม่ได้ เรื่องโดเมนนับว่าเป็นปัญหาแรกๆเลยที่เจอบ่อย และแก้ยากเสียด้วย เพราะคนส่วนใหญ่คงไม่อยากจะจดโดเมนใหม่และทำเว็บไซต์ใหม่ให้เสียเงินบ่อยๆจริงไหมครับ

ส่วนที่ควรจะปรับต่อไปก็คือ Title ส่วนใหญ่ที่ผมเจอจะเป็น ชื่อบริษัทบ้าง ชื่อแบรนด์บ้าง ไม่ได้มีคีย์เวิร์ดที่จะทำ SEO อยู่เลย แล้ว Google ก็ชอบจับอันดับตรงนี้ด้วย หากไม่มีคีย์เวิร์ดใน Title ก็แทบจะไม่เห็นอันดับใน Top 100 เลยนะครับ

อีกจุด Description บางเว็บปล่อยว่างไว้เลยก็มี ซึ่งจริงๆแล้ว ควรจะวางคีย์เวิร์ดผสมกับการบอกว่าเว็บไซต์นั้นๆเกี่ยวกับอะไร ขายอะไร หรือ ให้บริการอะไร โดยใส่คีย์เวิร์ดหลักและคีย์เวิร์ดรองไว้ด้วย จะช่วยเรื่องการทำอันดับ SEO ได้ แม้ไม่ได้เยอะก็ตาม แต่ก็ดีกว่าปล่อยว่างไว้เฉยๆ

Contents หรือเนื้อหา ในหน้าแรก (หน้าหลักเว็บไซต์) ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะที่ผมเคยเจอบางเว็บไซต์ทำเว็บมีแต่รูปภาพ!! จะบ้าตาย google ต้องการเว็บที่มีเนื้อหา (Text) อย่างน้อยก็ต้อง 300-500 คำ โดยเฉพาะในหน้า Home ซึ่งเป็นหน้าที่คนส่วนใหญ่จะใช้ในการทำ SEO และผู้ใช้งานคลิกเข้ามาเจอเป็นครั้งแรกๆ

ในเรื่องของเนื้อหาผมเคยเขียนบทความลงในบล็อกนี้หลายครั้งแล้ว คงจะไม่พูดถึงมากในบทความนี้ ยังไงลองย้อนตามไปอ่านได้ครับ ส่วนรายละเอียดเต็มๆขอไว้เขียนอีกทีในบทความถัดๆไปนะครับ

สรุป : เบื้องต้นในการปรับเว็บไซต์ เท่าที่จะปรับได้นะครับ จุดสำคัญๆ นอกจากโดเมนที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้แล้ว ก็จะต้องปรับ Title, Description, Contents เอาแค่ 3 จุดก่อน ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่สามารถปรับแก้เองได้เลย ไม่ต้องเก่งโปรแกรมอะไรมากก็ทำได้ ซึ่งในภาษา SEO เขาเรียกการปรับแก้แบบนี้ว่า SEO On-page นั่นเองครับปรับเพื่อให้เว็บไซต์ของท่านรองรับการทำ SEO และทำอันดับได้ดีขึ้นต่อไปในอนาคต

ส่วนจะได้ผลไหม ท่านก็ลองไปปรับเว็บไซต์ตัวเองดูครับ อาจจะไม่ได้ผลกับทุกเว็บ บอกเลย ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง แต่หากเว็บไซต์คุณไม่เคยวางคีย์เวิร์ด ไม่เคยปรับแก้ตามจุดที่ผมบอกไป ลองทำดูครับ แล้วจะเห็นถึงความแตกต่าง

Blog to Blog

มาอัพเดทความคืบหน้า Project Blog ครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจคในครึ่งปีหลังนี้ ในตอนนี้ทำการจดโดเมนมาส่วนหนึ่งแล้ว และทำการเช่าโฮสไว้แล้ว รอการติดตั้งบล็อกเท่านั้น ส่วนเรื่องการปรับแต่ง ธีมบล็อก ช่วงแรกนี้ก็คงเน้นของฟรีไปก่อนครับ รอดูว่าบล็อกไหนจะเกิดค่อยปรับเปลี่ยนกันได้ในภายหลังส่วนเนื้อหา บทความ แน่นอนว่า ผมเขียนเองล้วนๆ

โดเมน หลักๆที่ใช้ผมก็จดกับผู้ให้บริการรับจดโดเมนในไทยนี่แหละครับ สะดวกกว่า ง่ายด้วย มีอะไรก็ติดต่อได้เลย และแน่นอนว่าผมเน้น จดโดเมน .Com (ดอทคอม) เป็นหลัก โดยหวังผลในเรื่องของการสร้างแบรนด์ และผลทางด้าน SEO ด้วยส่วนหนึ่ง แต่ถ้าหากชื่อโดเมนนั้นไม่ว่าง แต่อยากได้เพราะชื่อมันสวย ก็อาจจะยอมจดใน .net .org หรือ อื่นๆ บ้าง แต่แน่นอนว่าผมเน้นไปที่ โดเมน .com เป็นหลัก

โฮส ก็เช่นกัน ที่ผมเลือกใช้กับผู้ให้บริการในไทยเป็นหลัก เพราะสะดวกในการติดต่อ อีกอย่างคือ ผมทำเว็บเนื้อหาภาษาไทย เน้นคนไทยเป็นหลักด้วย ดังนั้นการใช้โฮสไทยก็ดูจะเหมาะสมกว่า เพราะจะทำให้เข้าเว็บได้เร็ว โหลดหน้าเว็บไซต์ได้เร็วกว่าโฮสนอก แต่ใครทำบล็อกแล้วใช้โฮสนอกก็ไม่ผิดนะครับ เพราะจ้าวที่ถูกๆกว่าในไทยก็มีเยอะ ที่สำคัญกว่าคือโฮสอย่าล่มบ่อยละกัน เพราะมันมีผลต่อการเข้าใช้งานของลูกค้าเรามากๆ ยิ่งเว็บไหนทำเงินให้เรา ยิ่งต้องดูแลให้ดีเลย เพราะเว็บล่มเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็อาจจะเสียลูกค้า และยอดขายไปหลายหมื่น (หากบล็อกคุณดังพอย่อมทำเงินได้มากมาย) อีกอย่างโฮสล่มนานๆ บ่อยๆ ก็มีผลต่ออันดับ seo ด้วยเช่นกัน

WordPress คือ โปรแกรมหลักที่ผมใช้ในการติดตั้ง Blog เพราะชอบเป็นการส่วนตัว ใช้งานง่าย ติดตั้งไม่ยาก มีธีมสวยๆให้เลือกใช้งานได้เยอะ แถมฟรีก็มีอยู่มากมายให้ดาวน์โหลดไปใช้งาน โปรแกรมเสริมที่น่าสนใจก็มีเยอะด้วย จริงๆก่อนหน้าผมพยายามลองตัวอื่นๆอยู่เหมือนกันแต่ดูแล้วจะไม่ค่อยโดน จนได้มาลองใช้งาน เวิร์ดเพรส แล้วก็รู้สึก รักเลย ตอบโจทย์ คนที่ชอบเขียนบทความ ข่าว เล่าเรื่องต่างๆ หรือ จะปรับจากบล็อกให้ดูเป็นเว็บไซต์เล็กๆก็สามารถทำได้ ปัจจุบันผมจึงเลือกใช้งาน เวิร์ดเพรส ในการสร้างเว็บไซต์และทำบล็อก เป็นหลักทั้งหมด

บทความ ความหลายหลากของบทความ ขึ้นอยู่กับว่าเราทำบล็อกเกี่ยวกับอะไรบ้าง ถ้าทำหลายๆแนว ก็ต้องเตรียมบทความที่หลากหลายไว้รอ การอัพเดท ระยะความถี่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับเนื้อหาในเรื่องๆนั้นๆ บางบล็อกต้องอัพเดทอยู่บ่อยๆทุกวัน บางบล็อก 7 วัน 15 วัน หรือ 1 เดือน ค่อยอัพทีก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่า บล็อกนั้นๆมีเนื้อหาให้ต้องเขียนถี่แค่ไหน แน่นอนว่าถ้าคุณสามารถเขียนและอัพเดทบล็อกได้ทุกวันก็ยิ่งดีต่อผู้ใช้งาน แฟนคลับที่คอยติดตามอ่านบล็อกจะชอบ และการทำ SEO ก็จะส่งผลดีต่ออันดับด้วย เพราะบทความที่เขียนเราต้องเน้นในเรื่องนี้ด้วย การวางคีย์เวิร์ดตั้งแต่ ชื่อเรื่อง เนื้อหา การเน้นคำ ทุกอย่างส่งผลต่ออันดับและการค้นหาทั้งหมด ประเด็นคือ ผมต้องเขียนบทความเองทั้งหมด นี่คือความท้าทาย ว่าจะไหวไหม กับการอัพเดทบล็อกที่กำลังจะเกิดขึ้นกว่า 50 บล็อก (ไหนบอกมินิโปรเจคไง)

โปรโมท บล็อก ยังไง? คิดว่าจะไม่โปรโมท แต่เอาเข้าจริงก็คงต้องทำบ้าง เพราะ SEO เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่คงแบบค่อยเป็นค่อยไป พวกซับมิทไดเรคทอรี่ โพสตามบอร์ด พวกนี้ถ้ามีเวลาก็จะทำบ้าง และคงใช้โซเชียลมีเดีย มาช่วยด้วย ทำแบบค่อยๆโตผมเชื่อว่าถ้า Contents เราแข็งแรงมากๆ การโปรโมทก็แทบไม่จำเป็นเท่าไหร่ เพราะคนที่มาอ่าน เขาจะเป็นคนช่วยโปรโมทให้เราเอง ทั้งแชร์ ทั้งแนะนำบอกต่อบล็อกของเราให้โลกได้รู้

Project Blog นับว่าเป็นโปรเจคที่ผมค่อยข้างจะจริงจัง พอสมควร เพราะอยากทำมานานแล้ว อยู่ในวงการออนไลน์มาก็เป็นสิบปีได้ อยากทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ที่จะสามารถบอกกับคนอื่นๆได้ว่า นี่ไงผลงานของผม เพราะที่ผ่านๆมา รับงานมาทำให้แต่คนอื่น โปรโมทเว็บบ้าง ทำเว็บบ้าง จบแล้วก็แล้วกันไป มันไม่มีอะไรเป็นของเราเอง ที่จะจับต้องได้ นี่จึงเป็นสิ่งที่ผมอยากจะสร้าง อย่างน้อย Project Blog ก็เป็นบล็อกของเรา ทุกบล็อก ทุกเรื่อง คือเรื่องที่เราสนใจ และอยากเล่า จึงเอามาเขียน เพื่อส่งต่อให้คนอีกมากมายได้อ่านและได้ประโยชน์จากบล็อกเล็กๆเหล่านั้นจริงๆ

บล็อกที่ผมสร้าง จึงมีความหลากหลาย มีทั้งเรื่องที่ชอบ ที่รัก ที่สนใจ และที่ฝันอยากจะทำ รวมถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย

ไม่แน่ว่ามันอาจจะมีสักบล็อกที่ปังขึ้นมาก็เป็นได้ และวันนั้นก็จะเป็นอีกความสำเร็จของโปรเจคชุดนี้เลยทีเดียว แต่เราไม่รู้หรอกว่าบล็อกไหนมันจะเกิด หรือจะดับ เราก็แค่ทำบล็อกที่เราอยากทำขึ้นมาให้เป็นจริง สร้างบทความคุณภาพขึ้นมา เชื่อว่ามันต้องเป็นประโยชน์บ้าง กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย

และนี่คือทั้งหมดของ Project Blog ที่ผมนำมาอัพเดทให้ได้ทราบกัน ว่าผมกำลังจะทำอะไร และคิดอะไร ภายในก่อนสิ้นปีนี้ โปรเจคชุดนี้ ก็น่าจะสำเร็จด้วยดี แต่อย่าลืมว่านี่เป็นแค่โปรเจคเดียวที่ผมจะทำ ยังมีอีกหลายๆโปรเจครออยู่และต้องเริ่มลงมือทำด้วยเช่นกัน ส่วนจะเป็นเรื่องอะไร เดี๋ยวจะมาอัพเดทกันที่บล็อกแห่งนี้อีกทีครับ