ตลาด E-Book กำลังมา งานเขียนออนไลน์ สามารถทำเงินได้จริง

ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามาไกลมาก โดยเฉพาะอุปกรณ์ แท็บเล็ต ที่สามารถเปิดอ่านหนังสือออนไลน์ ไฟล์ .pdf ทำให้การอ่าน E-Book เป็นเรื่องง่าย จริงๆใครที่เล่น โน๊ตบุ๊ค หรือ คอมพิวเตอร์ ก็น่าจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่ที่มาบูมกันมากๆ ก็ช่วง แท็บเล็ต มาตีตลาดในไทย ทำให้การดาวน์โหลดหนังสืออีบุ๊ค มาอ่าน มีความนิยมมากขึ้น

แม้โดยส่วนตัวแล้ว ผมจะชอบการอ่านหนังสือเล่มมากกว่า เพราะมันได้ความรู้สึก กลิ่นกระดาษ การจับสัมผัส ทำให้รู้สึกถึงการได้อ่านหนังสือจริงๆ แต่ มาช่วงหลังๆ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไปทำให้ มีคนทำหนังสือออนไลน์ ประเภทอีบุ๊คมากขึ้น ทำให้ผมได้อ่านอีบุ๊คมากขึ้นไปด้วยในช่วงหลังๆ ทั้งแบบโหลดมาอ่านฟรี และซื้อมาอ่านก็มีหลายเล่มเหมือนกัน

เมื่อก่อนพูดถึงอีบุ๊คอาจจะยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก จะรู้จักกันในแบบเฉพาะกลุ่ม และมักจะมีคนที่เทพๆเท่านั้นที่จะเขียนอีบุ๊คมาขายในราคาแพงมากๆ หลัก 1,000 บาท 2,000 บาท หรือ ที่เห็นแพงสุดก็น่าจะหลัก 10,000 บาท ต่อ อีบุ๊ค 1 เล่ม เห็นราคาแล้วน่าตกใจ แต่ก็เข้าใจได้ว่า นั่นเป็นเทคนิคเฉพาะทาง ใช้เป็นแนวหารายได้ ทำเงิน เป็นเทคนิค ลับ ลวง พราง อะไรก็ว่ากันไป

น้อยคนนักที่จะทำ ฟรี E-Book ออกมาให้อ่านกันฟรีๆ ถ้ามีในตอนนั้น ผมนี่ยืนขึ้น..ขอบคุณเลย

เมื่อเวลาผ่านไป มาถึงยุคนี้ อะไรๆที่ว่ายาก หาไม่ได้ ก็มีมากขึ้น คนเริ่มสนใจทำ E-Book ออกมามากมาย ทั้งขาย ทั้งแจกฟรี ให้อ่านกันแบบไม่คิดเงิน แต่ก็อาจจะมี โฆษณาสินค้าแถมติดมาบ้าง ก็เข้าใจได้ครับ เพราะเป็นของฟรี

คนที่ขาย E-Book ก็จะมีตั้งแต่ราคาหลัก ไม่ถึง 100 บาท หรือ 150-200 บาท ก็มี และขายดีเสียด้วย ทำให้เริ่มเปลี่ยนความคิดผมที่ เคยเห็นแต่คนขายอีบุ๊คหลักพันบาท เป็นเทคนิคเฉพาะทาง ก็เริ่มเห็นคนหันมาเขียนอีบุ๊ค ในเรื่องทั่วๆไป การทำงานเฉพาะด้าน การพัฒนาตัวเอง สอนเล่นเกมส์ ออกกำลังกาย ก็มี ซึ่งไม่น่าจะขายได้ แต่กลับขายดี ซะอย่างนั้น ที่สำคัญราคาก็ไม่ได้แพงด้วย 200-500 บาท ประมาณนี้

ทั้งที่เมื่อก่อน ผมเจออีบุ๊คราคาโหดๆ 1,000 บาท 2,500 บาท 3,000 บาท หรือ 5,000 บาท ก็ยังยอมจ่ายเงินซื้อมาแล้ว พอมาเจอหนังสือออนไลน์ อย่างอีบุ๊ค คนไทยเขียน เด็กรุ่นใหม่เขียน 200-300 บาท แต่ก็ขายได้ขายดี ก็เปลี่ยนความคิดผมไปเยอะมาก

เพราะราคา 200-500 บาท ก็เป็นราคาที่พอๆกับหนังสือเล่มเลย แต่ต้นทุนถูกกว่า บางคนเขียนแล้วลงขายตามเว็บบอร์ด เว็บประกาศฟรี บางคนมีบล็อกส่วนตัว ก็เขียนอีบุ๊คมาขายได้แล้ว หรือขายผ่านแฟนเพจ เล่มหนึ่ง E-Book ทำเงินให้พวกเขาหลัก หมื่นบาท เรียกว่าไม่แพ้นักเขียนมืออาชีพกันเลยทีเดียว

ดังนั้น ตอนนี้จึงมีคนที่ รับจ้างเขียนบทความ 300 คำ 30 บาท / 500 คำ 50 บาท มีเยอะมาก แม้แต่ผมก็ยังเปิดบริการนี้ขึ้นมา จนบางทีรับงานไม่ไหว ต้องขอพักบ้าง เพราะงานเขียนบทความต้องใช้ความคิดเยอะ เผางานไม่ได้ มันดูกันออก งานต้องดีจริง งานต้องคุณภาพ ใครที่ทำไม่ดี ลูกค้ามาแค่ทีเดียวก็หนีแล้ว แต่ใครทำงานคุณภาพได้ รับรอง งานล้นมือแน่นอน แต่มันเหนื่อยมาก

แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือ งานเขียนอีบุ๊ค ขายออนไลน์ เพราะเราทำงานครั้งเดียว คือเหนื่อยครั้งเดียว และก๊อปปี้ขายได้เรื่อยๆ จึงน่าสนใจกว่า งานรับจ้างเขียนบทความทั่วไป บางทีทำแล้วมันต้องไม่ซ้ำกัน คีย์นี้มา เหมือนกัน ก็ต้องเขียนให้ต่างกัน ซึ่งจะเหนื่อยกว่า แต่งานเขียน E-Book ทำทีเดียว บทความยาว เป็นเทคนิค เป็นเรื่องที่เราถนัด หรืออะไรก็ได้ มันสามารถขายได้ตลอด จนกว่าเรื่องนั้นๆจะหมดความนิยมไป

ยิ่งอุปกรณ์ยุคนี้มารองรับด้วย ยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก ผมเชื่อว่า ตลาด E-Book ในปีหน้า 2558 จะยิ่งเติบโตมากขึ้น จะมีนักเขียนออนไลน์เกิดขึ้นอีกหลายคน มีหนังสือดีดีให้เราได้อ่านอีกมากมายเลย

ผมคนหนึ่งละครับที่ปีหน้า จะมาจับ งาน E-Book ด้วย มีเรื่องที่อยากเขียนอยู่ในมือ 2-3 เรื่อง และก็มีเรื่องที่เขียนค้างอยู่ยังไม่จบ จะเร่งออกมาให้ทันช่วงปีหน้านี้ครับ ยังไงรอติดตามผลงานผมอีก 1 ชิ้นในปีหน้านี้ด้วยนะครับ

HAPPY X-MAS 2014

สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ช่วงอาทิตย์นี้ไปจนถึงอาทิตย์หน้า เป็นช่วงงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ หรือ ในชื่ออย่างเป็นทางการ เขาว่า งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 19” เริ่มงานวันที่ 15-26 ตุลาคม เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ใครที่อยู่ใน กทม. หรือจังหวัดใกล้เคียงก็ลองไปเดินหาซื้อหนังสือดีดีมาอ่านกันนะครับ ยิ่งโดนเขาแซวว่าคนไทยอ่านหนังสือกันปีละ 7-8 บรรทัด แม้ว่าช่วงหลังๆปรับมาเป็น คนไทยอ่านหนังสือกันวันละ 30 นาที แล้ว ก็น่าดีใจขึ้นมาหน่อย แม้จะมองว่ายังน้อยแต่ก็พัฒนามาในทางที่ดีขึ้นล่ะ

ส่วนตัวผมเองนั้นอยู่ต่างจังหวัด ไม่มีโอกาสได้ไปเดินหาซื้อหนังสือในงาน แต่ก็หาซื้อตามร้านค้าใกล้บ้านมาอ่านอยู่เสมอครับ บางครั้งหนังสือที่อยากอ่าน เป็นหนังสือเก่าหาซื้อไม่ได้ ก็หาซื้อหนังสือมือสองตามร้านค้าออนไลน์ เจอบ้าง ไม่เจอบ้าง แต่ก็พอหามาอ่านได้ครับ หนังสือเก่าเก็บ แต่เป็นหนังสือดัง ก็อยากตามเอามาอ่านครับ เป็นความชอบส่วนตัว

ด้วยความตั้งใจที่จะอ่านหนังสือให้ได้ อย่างน้อยเดือนละ 1 เล่ม ในปีนี้ ก็สามารถทำได้ตามเป้าอยู่ครับ เพราะบางเดือนก็อ่านเกิน เป็น 2-3 เล่มบ้างก็มี ตั้งใจจะขยับเป็น เดือนละ 2 เล่ม ในปีหน้า และเดือนละ 4 เล่ม เป็นอย่างน้อยในทุกๆปีต่อๆไปครับ

เหตุผลหนึ่งที่ผมตั้งใจกลับมาอ่านหนังสือ อย่างจริงจังอีกครั้งก็เพราะ หลังจากเรียนจบมาแล้ว ก็ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเท่าไหร่ ในช่วง 7-8 ปี มานี้ ก็มีอ่านบ้าง แต่ก็เป็นหนังสือเกี่ยวกับงาน หรือ เกี่ยวกับอาชีพที่เราทำ ซึ่งอ่านทีก็ทิ้งหายไปนาน ถึงจะกลับมาอ่านอีก หรือมีเรื่องใหม่ๆที่น่าสนใจที ก็ซื้อมาอ่านที ซึ่งมันสะสม มานาน จนรู้สึกว่า ชีวิตเหมือนขาดอะไรไป เราเรียนมาคิดว่ารู้มากแล้ว จบมาก็ไม่ได้สนใจอ่านหาความรู้เพิ่มเติม ซึ่งจริงๆ เราไม่รู้อะไรเลย และความรู้เราต้องศึกษาอยู่ตลอดเวลา การไม่ได้อ่านหนังสือ ก็เหมือนมันขาดช่วงไปนาน ไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆมานาน แม้จะซื้อหนังสือไว้ บางเล่มก็ดองไว้เป็นปีๆยังไม่ได้อ่านเลย จนเมื่อปลาย 2556 จึงเริ่ม ตั้งใจกับตัวเองว่า จะขออ่านหนังสืออย่างน้อยเดือนละ 1 เล่ม ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไรก็ได้ ที่เราอยากอ่าน เพราะหนังสือ 1 เล่มที่อ่านจบ แม้จะพบว่ามีข้อความ ที่ดี หรือโดนใจเราแค่ 1 ประโยค ก็ถือว่าหนังสือเล่มนั้นได้ทำหน้าที่ของมันเองแล้ว เราได้ความรู้จากหนังสือตรงจุดนั้นก็พอแล้ว

นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของผมในการกลับมาอ่านหนังสือแบบจริงๆจังๆอีกครั้งครับ เริ่มต้นโดยการขุดเอาหนังสือเก่าที่ซื้อเก็บดองไว้มาไล่อ่านก่อนเลย พบว่าบางเล่มเขียนดีมาก อ่านสนุก ได้ความรู้ จนคิดว่าทำไมพึ่งมาอ่านเอาตอนนี้วะ…และก็เริ่มกลับมาซื้อหนังสืออ่านอีกหลายๆเล่มเลยในปีนี้ น่าจะซื้อไว้รวมๆหลายสิบเล่มแล้ว และสั่งซื้อออนไลน์มาเพิ่มอีกเรื่อยๆ กำลังไล่อ่านไปเรื่อยๆ แล้วแต่ช่วงเวลาที่ว่าง จากงานฟรีแลนซ์ ก็จะมาจับหนังสืออ่านตลอดครับ

นอกจากหนังสือเล่มแล้ว ผมก็ยังอ่าน E-Book ด้วย ทั้งโหลดมาอ่านฟรี และซื้อมาอ่าน ก็ถือว่าเป็นช่องทางหนึ่งทีสะดวกในยุคนี้ เพราะโหลดแล้วก็อ่านได้เลยไม่ยุ่งยาก แต่ผมก็ยังชอบหนังสือเล่มมากกว่านะ มันได้ฟิวล์การอ่านมากกว่า

แต่ไม่ว่าจะเป็น หนังสือเล่ม หรือ E-Book ก็ตาม ขอให้เราสนใจการอ่านก็เพียงพอแล้ว เชื่อว่าทุกคนมีหนังสือโปรดอยู่ในหัวใจ ลองหยิบมาอ่านสักเล่มครับ บางทีชีวิตคุณอาจจะเปลี่ยนไป แนวคิด หรือ มุมมองใหม่ๆ อาจจะช่วยให้คุณค้นพบคำตอบอะไรบางอย่างในใจก็ได้นะครับ

ทำการตลาดออนไลน์ ด้วยการเขียน Mini E-book แจกฟรี ให้ดาวน์โหลด

หลังจากเล่นน้ำสงกรานต์ ชื่นใจกันไปแล้ว ผ่านช่วงปีใหม่อันยาวนาน (คือนับจากปีใหม่สากล มาปีใหม่จีน ปิดท้ายด้วยปีใหม่ไทย) ฉลองกันไปเกือบครึ่งปีแล้ว ตอนนี้ก็ต้องเริ่มทำงานทำเงินกันแบบจริงจังได้แล้วครับ เพราะเป้าหมายเมื่อสิ้นปี เราจะได้รู้กันแล้วว่าทำไปได้แค่ไหน สำเร็จกี่เปอร์เซ็น สู้ๆครับผมเป็นกำลังใจให้ทุกท่านทำมันให้สำเร็จ

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ว่ากันด้วยเรื่องของการทำการตลาดออนไลน์ บทความก่อนหน้า ผมเคยสรุปไปแล้วว่ามีอะไรบ้าง ลองย้อนไปอ่านกันได้ครับ ซึ่งผมจะจับมานำเสนอในบทความนี้ 1 เรื่อง นั่นก็คือ การทำการตลาดออนไลน์ด้วยการทำ มินิอีบุ๊คแจกฟรี (ไม่ใช่ไปเอาหนังสือเล่มมาทำเป็นอีบุ๊คแล้วแจกฟรีนะครับ นั่นผิดกฎหมาย ผิดลิขสิทธิ์ นะครับไม่แนะนำ)

E-Book ที่ผมอยากจะแนะนำก็คือ เป็นการเขียน Mini Ebook หรืออีบุ๊คแนะนำเทคนิคเล็กๆน้อยๆ บทความสั้นๆ ไม่ต้องเขียนยาวมากก็ได้ เว้นแต่ว่าบางคนขยันมากๆ ก็เขียนจบเล่มยาวๆเลยก็ได้ แต่นั่นก็ต้องใช้เวลาในการเขียนที่ยาวนานด้วยเช่นกัน ดังนั้นผมแนะนำเขียนเรื่อง สั้นๆ เฉพาะทาง สักบทความ ก็พอครับ ที่นิยมเขียนกัน มักจะเป็นเรื่องเหล่านี้

  1. เทคนิคการหาเงิน หารายได้ต่างๆ ทั้งรายได้ออนไลน์ และอ๊อฟไลน์
  2. วิธีแก้ไขปัญหา แบบง่ายๆ เช่น การซ่อมคอมพิวร์เตอร์เบื้องต้น
  3. แนะนำวิธีใช้งาน สินค้า หรือ Tool บางชนิด
  4. เขียนบทนำอีบุ๊ค โดยเอาบทนำมาให้อ่านก่อน เพื่อเรียกความสนใจ ก่อนจะเปิดขายอีบุ๊คเล่มเต็ม
  5. แนะนำอาชีพเสริมต่างๆ เป็นต้น

ความยาวของบทความใน มินิ อีบุ๊ค นั้น ก็แล้วแต่เราจะกำหนดครับ อาจจะ 1-20 หน้า หรือ ไม่เกิน 30 หน้า ให้คนอ่านง่ายๆ ย่อยง่ายไม่ต้องตีความเยอะ เทคนิคเดียว เรื่องเดียวจบ

แล้วจะทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างไร?

เราจะทำการตลาดออนไลน์ลงบน อีบุ๊คด้วยการ วางโฆษณาลงไปใน Ebook ด้วย ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพโฆษณา การใส่ Backlink ให้ลิ้งค์มาหา เว็บไซต์ หรือ เว็บบล็อก ของเรา การใส่ลิ้งค์ แฟนเพจ เพื่อให้คนอ่านเข้ามากดไลด์ เป็นต้น ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นการทำการตลาดได้เช่นกัน เพราะ การเขียน E-book ในเรื่องที่คนสนใจเยอะๆ แล้วนำไปแจกฟรี ตามที่ต่างๆ เช่น เว็บบอร์ดที่คนเล่นเยอะๆ เว็บบล็อกส่วนตัว แฟนเพจที่คนกดไลด์เยอะๆ หรือที่ต่างๆ ที่จะโปรโมทให้คนมาเห็นแล้วอยากโหลดไปอ่าน ยิ่งคนโหลดเยอะ อ่านเยอะ ก็ยิ่งสร้างโอกาส ในการที่คนจะเห็นโฆษณา หรือคลิกเข้ามาที่เว็บไซต์ เว็บบล็อก เราได้ ก็เป็นการสร้างแบรนด์ ได้เช่นกันครับ และอาจจะกลายเป็นลูกค้าเราได้ในที่สุด

การทำ E-book ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงแค่เราเขียนเรื่องที่เราอยากจะแนะนำ ลงบน MS.Word แล้วแปลงเป็นไฟล์ PDF แล้วก็ทำลิ้งค์อัฟโหลด เพื่อให้คนเข้ามาดาวน์โหลด ไปอ่านกันได้ฟรีๆ แต่เราแฝงโฆษณา ทำการตลาดออนไลน์ไว้แล้วแบบเนียนๆ

ซึ่งตอนนี้ก็กำลังเป็นที่นิยมกันมากครับ สำหรับคนที่ต้องการทำการตลาดอะไรสักอย่าง เช่นเปิดตัวบริการใหม่ หรือขายสินค้าออกใหม่ ก็ทำ e-book ขึ้นมา เพื่อสร้างกระแส ให้คนโหลดฟรีไปอ่าน พร้อมกับวางลิ้งค์โฆษณาไว้ ให้คนตามไปอ่านรายละเอียดเต็มๆอีกที

ลองไปทำดูครับว่าจะได้ผลอย่างไร ก็มาคอมเม้น กันได้ครับ การเขียน ebook แจกฟรี ก็เป็นหนึ่งในการทำการตลาดได้ครับ ถ้าทำถูกจุด ก็ให้ผลที่น่าสนใจเลยทีเดียว เร็วๆนี้ ผมอาจจะออก Mini Ebook สักเล่มก็ได้ อย่าลืมติดตามได้ที่บล็อกนี้นะครับ..