E-book ทางเลือกใหม่ของนักเขียนออนไลน์

E-book คืออะไร หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้ แต่เชื่อว่าคนในวงการออนไลน์ น่าจะเคยได้ยินได้ฟังผ่านหูกันมาบ้าง E-book เป็น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ซึ่ง ebook จะเป็นไฟล์ PDF หรือ ไฟล์ Word จึงต้องมีโปรแกรมในการเปิดอ่านด้วย จึงจะสามารถอ่านข้อมูลในไฟล์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์นี้ได้

e-book กับ หนังสือเล่ม (หนังสือกระดาษ) ใครจะอยู่ใครจะไป

แน่นอนว่าหนังสือเล่มนั้นยังคงทำยอดขายได้มากกว่า e-book ในภาพรวมอยู่ดี แต่แนวโน้มคนเริ่มสนใจอ่าน e-book มากขึ้นทุกๆปี และหนังสือเล่มก็เริ่มมีคนซื้อลดลงเช่นกัน ด้วยหนังสือเล่ม คนยังคงชอบในความรู้สึกสัมผัสกับกระดาษ กลิ่นกระดาษยังคงคลาสสิกอยู่ การพลิกหน้ากระดาษให้ความรู้สึกกว่า e-book และหนังสือเล่มใหญ่ หน้ากระดาษเยอะๆการเปิดอ่านย้อนกลับไปกลับมา ทำได้ง่ายกว่า ซึ่งตรงจุดนี้ผมก็เห็นด้วย ว่าหนังสือเล่มยังทำได้ดีกว่ามาก

แต่ e-book ก็เป็น หนังสือรูปแบบใหม่ที่กำลังมาแรง กระแสเริ่มดีขึ้น ผู้คนให้การยอมรับกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้วยความที่อุปกรณ์ที่ใช้ในการอ่าน มีหลากหลายขึ้นด้วย ไม่จำกัดแค่อ่านในคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ที่พัฒนามาไกลสามารถอ่าน e-book ได้เช่นกัน แถมพกติดตัวไปอ่านที่ไหนก็ได้ ทำให้กระแสการโตของ e-book น่ากลัวมากขึ้น ว่ากันว่าในต่างประเทศ ยอดขายของ e-book แซงหน้า หนังสือเล่มไปแล้วในบางร้านตอนนี้

e-book สร้างผลกระทบที่แรงขึ้นเรื่อยๆ หนังสือเล่ม หรือ นิตยสารบางเล่มเริ่มปรับตัวแล้ว เพราะขายเป็นเล่มอยู่ไม่ได้ ต้องแปลงมาเป็น e-book ขายออนไลน์ แต่ถ้าถามว่าหนังสือเล่มจะตายเลยไหม เหมือนที่วงการ เพลง หนัง เริ่มอยู่ไม่ได้ ต้องปรับตัวมาเป็น ดิจิตอล กันมากขึ้น ผมเองก็ยังเชื่อว่าหนังสือเล่มจะยังคงอยู่ต่อไป แต่กระแสหนังสือ e-book จะมีบทบาทมากขึ้นแน่นอนในอนาคต

ร้านขายหนังสือ ก็เริ่มปรับตัวรองรับการมาของ e-book มากขึ้น อย่างเช่น OOKBEE, SE-ED ก็มีการขายหนังสือที่เป็น e-book ด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะขายหนังสือเล่มอยู่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า e-book กำลังมาแรง ร้านใหญ่ๆก็เริ่มปรับตัวรองรับ อีบุ๊คมากขึ้น เพราะกระแสมาเร็วใครไม่เตรียมตัวไว้ อาจจะกลับตัวไม่ทัน

มาเขียน e-book กันเถอะ

เห็นกระแสในต่างประเทศแล้วต้องบอกว่า เขาไปไกลมาก มีนักเขียน e-book เขียนมาขายมากมาย แถมทำรายได้เยอะด้วย คนอ่านก็ยอมรับอีกต่างหาก มีเว็บไซต์ที่รองรับการจำหน่าย e-book ซึ่งเป็นช่องทางในการขาย กลับมาที่ประเทศไทย อาจจะยังไม่บูมขนาดเทียบเท่ากับต่างประเทศ แต่เชื่อว่ามันสามารถโตได้อีกเยอะ หากนักเขียนมีความสามารถพอ เชื่อว่ายังไงก็ต้องมีคนสนใจอ่านแน่นอน

ข้อดีของการเขียน e-book

-เพราะการเขียน e-book สามารถเป็นรายได้เสริมให้กับนักเขียนได้ โดยไม่ต้องผ่านสำนักพิมพ์ เราได้รับเงินเต็มๆ การที่นักเขียนมือใหม่ โนเนม จะออกหนังสือเล่มสักเล่มได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีต้นฉบับไปเสนอสำนักพิมพ์ต่างๆ ต้องลุ้นอีกว่าจะได้ตีพิมพ์หรือเปล่า ถ้าผ่านได้ตีพิมพ์ก็ต้องรออีกหลายเดือน กว่าผลงานจะได้ออกวางขาย การทำสัญญานักเขียนก็จะได้เงินแค่ 10-20 % ของราคาปกหนังสือเท่านั้น เพราะสำนักพิมพ์เป็นคนลงทุน ต้องผ่านหลายขั้นตอนกว่าจะออกมาเป็นหนังสือหนึ่งเล่มได้ ดังนั้นด้วยต้นทุนที่สูงในการผลิต สำนักพิมพ์ก็เลยจ่ายให้นักเขียนแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

-สามารถต่อยอด ไปสู่บริการอื่นๆได้ด้วย เช่น เราทำงานรับทำเว็บไซต์อยู่ แล้วออกหนังสือ e-book เกี่ยวกับวิธีการสอนทำเว็บ เมื่อมีคนอ่านงานเราแล้วเกิดชอบ เชื่อมือเรา ก็อาจจะกลับมาจ้างงานให้ทำเว็บไซต์ให้ จากการเห็นผลงานใน e-book ก็เป็นได้ หรือ เขียน e-book เกี่ยวกับการตลาด ลูกค้าก็อาจจะมาจ้างเราทำการตลาดออนไลน์ต่อไปในอนาคตก็ได้ ดังนั้นการออกอีบุ๊คเริ่มจากเรื่องที่เรารู้ เราทำประจำ หรืองานที่เราทำอยู่ก็ได้ มันจะสามารถช่วยต่อยอดไปสู่บริการ หรือ เพิ่มลูกค้า จากงานที่ทำอยู่ได้อีกด้วย

-สร้างแบรนด์สร้างแฟนให้กับคุณ การเขียน e-book ก็เป็นการช่วยสร้างแบรนด์ให้กับคุณได้ ถ้าคนเป็นฟรีแลนซ์รับทำเว็บไซต์อยู่ คนก็จะรู้จักคุณจากการเขียน e-book เพราะสามารถโปรโมทร้านค้าหรือบริการไปในหนังสือ e-book ได้ด้วย อีกอย่างก็คือ ถ้ามี Facebook Page ก็สามารถแนะนำให้ลูกค้าไปกดไลค์ติดตามกันได้ ตรงจุดนี้จะเป็นการสร้างแบรนด์กลับไปให้กับผู้เขียนเต็มๆ และเป็นการสร้างแฟนคลับให้ไปติดตาม ใน แฟนเพจ หรือ บล็อก ของผู้เขียนต่อไป

ต้นฉบับ e-book จะเขียนอะไรดี?

-เขียนเทคนิคการแก้ปัญหาเฉพาะทาง เช่น แต่งบ้าน, การเกษตรวิธีปลูกมะนาวนอกฤดู เป็นต้น

-เขียนเกี่ยวกับงานที่เราทำ เช่น รับทำเว็บไซต์อยู่ก็เขียนสอนวิธีทำเว็บไซต์

-เขียนสอนวิธีหาเงินออนไลน์ เช่น วิธีทำเงินจาก Adsense

-เขียนนิยาย เรื่องแต่ง เรื่องสั้น

-อื่นๆ อีกมากมาย

ช่องทางการจัดจำหน่าย e-book เขียนแล้วขายที่ไหนดี?

จริงๆแล้ว ช่องทางการขาย e-book ก็มีอยู่หลายทาง แบบง่ายๆเลยก็คือโพสขายตามเว็บบอร์ด ซึ่งเป็นวิธีที่ผมเห็นในสมัยแรกๆที่คนนิยมเขียนอีบุ๊คแนวหารายได้ออนไลน์ แล้วก็โพสขายตามบอร์ดที่พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องหาเงินออนไลน์ หรือ คนที่เขียนนิยาย ก็โพสบอร์ดตามบอร์ดเด็กดี หรือ บล็อก เอ๊กซ์ทีน เป็นเต้น

แต่ด้วยยุคนี้เป็นยุคโซเชียล เราสามารถสร้างแฟนเพจขึ้นมา เพื่อขาย e-book ให้กับแฟนเพจที่ติดตามเราก็ได้ หรือ ถ้าจะเอาให้ชัวร์กลัวว่า Facebook Page จะไม่แน่นอน ก็ส่งคนไปที่ Blog เราอีกทีก็ได้ โดยผู้เขียนต้องมี Blog อยู่ก่อน เขียนบล็อก เพื่อให้คนติดตามบทความอยู่เรื่อยๆก่อนแล้ว ตรงนี้เราสามารถปรับให้บล็อกเป็นแหล่งรวมข้อมูล และขายของได้ในตัว การทำบล็อกก็เหมือนเรามีเว็บไซต์คุณภาพอยู่แล้ว คนจะเชื่อถือมากกว่าแค่มีเพจอย่างเดียว สรุปคือ เราสร้าง Facebook Page เพื่อสร้างแบรนด์ แล้วส่งแฟนคลับ มาปิดการขายใน Blog ของเรา

อีกช่องทางคือ ส่งผลงานไปฝากขายกับเว็บที่ จัดจำหน่าย e-book ก็เหมือนเราไปฝากหนังสือเล่มตามร้านขายหนังสือทั่วไป ซึ่งก็ต้องมีการหักค่าใช้จ่ายบางส่วน เราจะไม่ได้เงินเต็มๆ แบบขายเอง ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงแต่ละเจ้าว่าจะแบ่งกันเท่าไหร่ข้อดีคือเราไม่ต้องเหนื่อยหาลูกค้าเอง เพราะคนจะเข้ามาซื้อจากการโปรโมทของร้านตัวแทนจำหน่ายอยู่แล้ว

นักเขียนออนไลน์ ไม่ต้องรอง้อสำนักพิมพ์อีกแล้ว วันนี้เราสามารถเขียนและขาย e-book ได้เอง รับเงินแบบเต็มๆ ไม่ต้องแบ่งใคร นับว่ายุคนี้เป็นยุคที่นักเขียนหน้าใหม่สามารถแจ้งเกิดได้เองในโลกออนไลน์ ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ทำให้ง่ายในการเขียน และสามารถสร้างช่องทางการขาย การทำการตลาดได้เอง ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการเขียน e-book ไม่ควรพลาด โอกาสมาถึงแล้ว เริ่มได้เลย…

ตลาด E-Book กำลังมา งานเขียนออนไลน์ สามารถทำเงินได้จริง

ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามาไกลมาก โดยเฉพาะอุปกรณ์ แท็บเล็ต ที่สามารถเปิดอ่านหนังสือออนไลน์ ไฟล์ .pdf ทำให้การอ่าน E-Book เป็นเรื่องง่าย จริงๆใครที่เล่น โน๊ตบุ๊ค หรือ คอมพิวเตอร์ ก็น่าจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่ที่มาบูมกันมากๆ ก็ช่วง แท็บเล็ต มาตีตลาดในไทย ทำให้การดาวน์โหลดหนังสืออีบุ๊ค มาอ่าน มีความนิยมมากขึ้น

แม้โดยส่วนตัวแล้ว ผมจะชอบการอ่านหนังสือเล่มมากกว่า เพราะมันได้ความรู้สึก กลิ่นกระดาษ การจับสัมผัส ทำให้รู้สึกถึงการได้อ่านหนังสือจริงๆ แต่ มาช่วงหลังๆ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไปทำให้ มีคนทำหนังสือออนไลน์ ประเภทอีบุ๊คมากขึ้น ทำให้ผมได้อ่านอีบุ๊คมากขึ้นไปด้วยในช่วงหลังๆ ทั้งแบบโหลดมาอ่านฟรี และซื้อมาอ่านก็มีหลายเล่มเหมือนกัน

เมื่อก่อนพูดถึงอีบุ๊คอาจจะยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก จะรู้จักกันในแบบเฉพาะกลุ่ม และมักจะมีคนที่เทพๆเท่านั้นที่จะเขียนอีบุ๊คมาขายในราคาแพงมากๆ หลัก 1,000 บาท 2,000 บาท หรือ ที่เห็นแพงสุดก็น่าจะหลัก 10,000 บาท ต่อ อีบุ๊ค 1 เล่ม เห็นราคาแล้วน่าตกใจ แต่ก็เข้าใจได้ว่า นั่นเป็นเทคนิคเฉพาะทาง ใช้เป็นแนวหารายได้ ทำเงิน เป็นเทคนิค ลับ ลวง พราง อะไรก็ว่ากันไป

น้อยคนนักที่จะทำ ฟรี E-Book ออกมาให้อ่านกันฟรีๆ ถ้ามีในตอนนั้น ผมนี่ยืนขึ้น..ขอบคุณเลย

เมื่อเวลาผ่านไป มาถึงยุคนี้ อะไรๆที่ว่ายาก หาไม่ได้ ก็มีมากขึ้น คนเริ่มสนใจทำ E-Book ออกมามากมาย ทั้งขาย ทั้งแจกฟรี ให้อ่านกันแบบไม่คิดเงิน แต่ก็อาจจะมี โฆษณาสินค้าแถมติดมาบ้าง ก็เข้าใจได้ครับ เพราะเป็นของฟรี

คนที่ขาย E-Book ก็จะมีตั้งแต่ราคาหลัก ไม่ถึง 100 บาท หรือ 150-200 บาท ก็มี และขายดีเสียด้วย ทำให้เริ่มเปลี่ยนความคิดผมที่ เคยเห็นแต่คนขายอีบุ๊คหลักพันบาท เป็นเทคนิคเฉพาะทาง ก็เริ่มเห็นคนหันมาเขียนอีบุ๊ค ในเรื่องทั่วๆไป การทำงานเฉพาะด้าน การพัฒนาตัวเอง สอนเล่นเกมส์ ออกกำลังกาย ก็มี ซึ่งไม่น่าจะขายได้ แต่กลับขายดี ซะอย่างนั้น ที่สำคัญราคาก็ไม่ได้แพงด้วย 200-500 บาท ประมาณนี้

ทั้งที่เมื่อก่อน ผมเจออีบุ๊คราคาโหดๆ 1,000 บาท 2,500 บาท 3,000 บาท หรือ 5,000 บาท ก็ยังยอมจ่ายเงินซื้อมาแล้ว พอมาเจอหนังสือออนไลน์ อย่างอีบุ๊ค คนไทยเขียน เด็กรุ่นใหม่เขียน 200-300 บาท แต่ก็ขายได้ขายดี ก็เปลี่ยนความคิดผมไปเยอะมาก

เพราะราคา 200-500 บาท ก็เป็นราคาที่พอๆกับหนังสือเล่มเลย แต่ต้นทุนถูกกว่า บางคนเขียนแล้วลงขายตามเว็บบอร์ด เว็บประกาศฟรี บางคนมีบล็อกส่วนตัว ก็เขียนอีบุ๊คมาขายได้แล้ว หรือขายผ่านแฟนเพจ เล่มหนึ่ง E-Book ทำเงินให้พวกเขาหลัก หมื่นบาท เรียกว่าไม่แพ้นักเขียนมืออาชีพกันเลยทีเดียว

ดังนั้น ตอนนี้จึงมีคนที่ รับจ้างเขียนบทความ 300 คำ 30 บาท / 500 คำ 50 บาท มีเยอะมาก แม้แต่ผมก็ยังเปิดบริการนี้ขึ้นมา จนบางทีรับงานไม่ไหว ต้องขอพักบ้าง เพราะงานเขียนบทความต้องใช้ความคิดเยอะ เผางานไม่ได้ มันดูกันออก งานต้องดีจริง งานต้องคุณภาพ ใครที่ทำไม่ดี ลูกค้ามาแค่ทีเดียวก็หนีแล้ว แต่ใครทำงานคุณภาพได้ รับรอง งานล้นมือแน่นอน แต่มันเหนื่อยมาก

แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือ งานเขียนอีบุ๊ค ขายออนไลน์ เพราะเราทำงานครั้งเดียว คือเหนื่อยครั้งเดียว และก๊อปปี้ขายได้เรื่อยๆ จึงน่าสนใจกว่า งานรับจ้างเขียนบทความทั่วไป บางทีทำแล้วมันต้องไม่ซ้ำกัน คีย์นี้มา เหมือนกัน ก็ต้องเขียนให้ต่างกัน ซึ่งจะเหนื่อยกว่า แต่งานเขียน E-Book ทำทีเดียว บทความยาว เป็นเทคนิค เป็นเรื่องที่เราถนัด หรืออะไรก็ได้ มันสามารถขายได้ตลอด จนกว่าเรื่องนั้นๆจะหมดความนิยมไป

ยิ่งอุปกรณ์ยุคนี้มารองรับด้วย ยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก ผมเชื่อว่า ตลาด E-Book ในปีหน้า 2558 จะยิ่งเติบโตมากขึ้น จะมีนักเขียนออนไลน์เกิดขึ้นอีกหลายคน มีหนังสือดีดีให้เราได้อ่านอีกมากมายเลย

ผมคนหนึ่งละครับที่ปีหน้า จะมาจับ งาน E-Book ด้วย มีเรื่องที่อยากเขียนอยู่ในมือ 2-3 เรื่อง และก็มีเรื่องที่เขียนค้างอยู่ยังไม่จบ จะเร่งออกมาให้ทันช่วงปีหน้านี้ครับ ยังไงรอติดตามผลงานผมอีก 1 ชิ้นในปีหน้านี้ด้วยนะครับ

HAPPY X-MAS 2014

วงการ Internet Marketing เก่าๆเริ่มกลับมามีสีสันอีกครั้ง

ผ่านครึ่งปี 2014 มา ก็เริ่มมีอะไรให้ได้ทำมากขึ้น โดยเฉพาะกับตลาด Internet Marketing ที่ผมเคยทำตอนเข้าวงการมาใหม่ๆ (2006) แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ เลยทิ้งไป 2-3 ปี บางอย่างก็ทิ้งมา 5-6 ปี แล้วก็มี เพราะหันไปเอาดีทางด้านการรับงานฟรีแลนซ์ซะเยอะ แต่ตอนนี้ทั้งเพื่อนชวนและกระแสตามเว็บบอร์ดหรือบล็อกเกอร์ก็เริ่มหันกลับมาสนใจทำ IM กันอีกครั้งแล้ว เช่น Adsense , Amazon ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่นิยมอย่างมากในแวดวง IM บ้านเรา

Adsense

Google Adsense เป็นที่รู้จักกันมาก่อนเลยสำหรับผม ประมาณปี 2006 ได้ที่เริ่มอ่านหนังสือ ศึกษาตามเว็บบอร์ด แล้วก็สมัครทำ Adsense แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ แถมต่อมาก็เริ่ม ถูกแบนบัญชี Acc ทำให้หลายคนเลิกไป บางคนก็ยังทำอยู่บ้าง แต่ก็ต้องใช้เทคนิคเอาตัวรอด เพราะไม่รู้ว่าจะโดนเก็บเมื่อไหร่ บางคนทำเงินได้มากมายแต่สุดท้ายก็ถูกปิดแอคเคาร์ไปก็มี นั่นคือช่วงแรกที่ Adsense บูม ตอนนั้นยังไม่รองรับภาษาไทยเลย แต่ปัจจุบันทำได้แล้วสบาย

Amazon

ก่อนหน้า Amazon เคยทำผ่าน Adwords ได้ เรียกว่ามีคนรวยด้วยวิธีนี้ไปก็เยอะครับ แต่พอ Amazon เปลี่ยนกฎไม่ให้ทำผ่านการลงโฆษณา ก็ต้องหันมาเพิ่ง SEO บ้างก็ออกสคริปปั่น ทำเว็บรีไรท์บ้าง แล้วแต่เทคนิค บางคนก็ทำได้ผลดี บางคนก็ได้น้อย แต่คนที่ทำแล้วได้เป็นล้านก็มีอยู่จริง แต่ช่วง 2 ปีหลังนี้ Amazon เปลี่ยนกฎอีกครั้ง มีแบนแอคเคาร์ด้วย ทำให้หลายคนเซ็งๆกันไป เพราะยอดเงินมากมายค้างอยู่ ถอนไม่ได้ ก็เลยเหลือคนทำไม่มากแล้ว แต่เชื่อว่ายังมีอยู่

IM ยุคปัจจุบัน

เก็บตกจาก Amazon แม้จะมีหลายคนยอมแพ้ไป แต่หลายๆคนก็ยังทำอยู่ ถึงรายได้จะไม่ได้บูมมากเหมือนเก่าก็ตาม (แต่ไม่แน่อาจจะมีคนได้เยอะอยู่ก็ได้ แต่ไม่เปิดตัว) ผมก็มองว่ามันก็ยังทำได้อยู่ เพราะบัญชีเก่าผมก็ยังมียอดเงินเข้ามา นานๆที แม้ไม่ได้ทำอะไรแล้วก็ตาม ก็เลยคิดว่าน่าจะขุดเอากลับมาลองทำทิ้งไว้อีกทีสิ อย่างน้อยได้เป็นค่าขนมก็ยังดี

ส่วน Adsense ผมก็เพิ่งขุดบัญชีเก่ามาเหมือนกัน มียอดค้างอยู่ด้วย แต่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย กำลังจะสร้างบล็อกใหม่ ทำยอดกลับมาอีกครั้ง จะได้รับเช็คกับเขาบ้าง เพราะตอนนี้เห็นกระแสในบอร์ดก็เริ่ม มาทาง Adsense กันเยอะแล้ว คงเพราะ Adsense รองรับภาษาไทยด้วย เราสามารถสร้างเนื้อหาเองได้ ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในยุคนี้เลยครับ สำหรับใครที่จะเริ่มต้นทำงานด้าน IM เพียงแต่บัญชีอาจจะสมัครยากหน่อย แต่เชื่อว่าคุณทำได้ครับ ถ้าสมัครไม่ได้จริงๆ ก็มีคนรับสมัครบัญชี Adsense อยู่ครับลองค้นหาดู

และที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Youtube Partner รู้สึกจะเปิดตัวไม่นานนี่เอง กับการถ่ายวีดีโอ แล้วอัฟโหลด ขึ้น Youtube หากเรามีบัญชี Youtube Partner ก็สามารถสมัครรับรายได้ คล้ายๆกับ Adsense แต่เป็นคนละบัญชีกัน ซึ่งกำลังแรง เป็นกระแส ที่น่าจะมาในปีนี้เลยครับ ที่สำคัญ Youtube Partner นั้นรองรับคนไทย สมัครทำเงินได้เลยครับ ผมก็ว่าจะลองอยู่เหมือนกัน รอซื้อกล้องก่อนเถอะ!!!…

แถมท้ายอีกเรื่องที่น่าสนใจก็คงจะเป็น การเขียน Ebook ขาย เดี๋ยวนี้มีคนไทยเริ่มนิยมเขียนมาขายออนไลน์กันมากขึ้น ผ่านบล็อกส่วนตัวบ้าง ผ่านแฟนเพจ หรือเว็บที่รับขายอีบุ๊คออนไลน์ แล้วแต่ว่า คนเขียนจะขายผ่านทางไหน ซึ่งเรื่องที่เขียนก็เป็นเทคนิคเฉพาะตัวบ้าง หรือ ความรู้จากงานที่ทำ หรือ เรื่องที่ชอบ แล้วมีแฟนคลับติดตามซึ่งก็ขายได้ หลักพัน หลักหมื่น จนถึงหลักแสน บาท ก็มีแล้วตอนนี้ เรียกว่าเป็นอีกช่องทางทำเงินของ Internet Marketing ในยุคนี้เลยทีเดียว

ไม่ว่าจะเป็นการทำ IM แบบเก่า หรือแบบใหม่ ต่างก็เป็นช่องทางทำเงินที่ดีได้ทั้งสิ้น ของเพียงแค่เราสนใจ และตั้งใจศึกษา พร้อมกับลงมือทำจริงๆจังๆ รับรองได้เงินใช้ เป็นรายได้เสริม หรือใครจะทำเป็นธุรกิจหลักก็ได้ครับ สำหรับผมขอตัวไปปั่น IM กับเขาบ้างล่ะครับ…