จาก BNK48 Office รีแบรนด์ เป็น iAM การขยายธุรกิจที่น่าจับตา

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา หากคุณเป็นแฟนคลับวงไอดอลชื่อดังอย่าง BNK48 ก็จะเริ่มสังเกตเห็น ตามรูปเมมเบอร์ มีสัญลักษณ์ @iAM ทำให้หลายคนสงสัยว่ามันคืออะไร ใช่ค่ายเพลงใหม่หรือเปล่า เพราะตอนนี้ BNK48 ก็มีวงน้องสาวในประเทศอีกวงเกิดขึ้นแล้วด้วย นั่นคือ CGM48

และสุดท้ายก็ได้มีการแถลงข่าว เฉลย แล้วว่า iAM ก็คือ ชื่อบริษัทใหม่ จากเดิมใช้ชื่อว่า BNK48 Office รีแบรนด์ มาเป็น iAM เพื่อรองรับธุรกิจที่จะเกิดขึ้นใหม่ โดยแบ่งเป็น 3 ทาง คือ

- ธุรกิจ Idol เดิม 48G ที่จะดูแลทั้ง BNK48 และ CGM48 รวมถึงวงใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตด้วย

- ธุรกิจไอดอลชาย The Brothers โดยร่วมทุนกับ บริษัท Dream Society Management จำกัด (DMS)

- ธุรกิจ Talent Management บริหาร ศิลปิน นักร้องนักแสดง และ Influencer

โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติม ปัจจุบัน iAM มีสัดส่วนการถือหุ้น 55% RAM และกลุ่มจิรัฐ + 35% Plan B + 10% AKS (จากญี่ปุ่น)

ค่าตัวในการจ้างงานวง BNK48 แบบเต็มวง 16 คน ราคา 1,000,000 บาท / แบบ 6 คน ผู้ว่าจ้างเลือกเมมเบอร์เอง ราคา 500,000 บาท / หากให้ทางวงเลือกสุ่มเมมเบอร์ให้ ราคา 250,000 บาท

จากการรีแบรนด์ครั้งนี้ ก็ทำให้แฟนคลับมองกันไปหลายทาง บ้างก็ว่าดีแล้ว เป็นการขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น จะได้แข็งแกร่งขึ้น บ้างก็มองว่าหรือเพราะ BNK48 อยู่ในช่วงขาลงแล้ว ทำให้ต้องหันไปหาธุรกิจใหม่

แต่ส่วนตัวผมมองว่า ทาง อฟช. ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า เพราะหากมีเมมเบอร์ในวง จบการศึกษาออกจากวง BNK48 แล้วยังสนใจงานบันเทิงอยู่ก็อาจจะให้เซ็นต์สัญญาใหม่กับ iAM เป็น Influencer หรือดาราในค่ายแทนก็ได้ รวมไปถึง รุ่น 1 อีกหลายคนที่มีแฟนคลับติดตามมากๆ หากไม่ต่อสัญญากับวง ก็อาจจะออกมาทำงานภายใต้ iAM ซึ่งฐานแฟนคลับก็ยังซัพพอร์ตอยู่ จุดนี้จะเป็นการรักษารายได้ให้กับค่ายต่อไปอีกทางด้วย

การปรับตัวครั้งนี้ของ iAM เป็นทั้งการลงทุนในธุรกิจใหม่ และการป้องกันตัวเอง จากวงการไอดอลที่การแข่งขันกันดุเดือดมากขึ้น BNK48 เองแม้ว่าฐานแฟนอาจจะยังดูเยอะ แต่บางส่วนก็ออกไปจากเหตุผลหลายๆอย่าง ส่วนคนที่เข้ามาใหม่ก็ยังไม่สามารถจะใช้จ่ายได้มากเท่าเดิม จะเริ่มเห็นว่าสินค้า อฟช. หลายๆอย่าง ยอดขายไม่เข้าเป้า จากที่ขายหมด ก็เริ่มเหลือ ที่ขายได้หลายหมื่นชิ้นก็มียอดขายลดลงเหลือแค่หลักพัน เนื่องจากตลาดเริ่มอิ่มตัวแล้ว และมีทางเลือกอื่นมาแย่งไป

หรือแม้แต่ยอดขาย Single 7 ล่าสุด ก็ยังปรับลดวันจับมือมาเหลือแค่ 4 วัน จากที่เคยมีสูงสุด 6 วัน ใน Single ที่ 4 ที่ 5 และ 6 เพราะยอดขาย CD ที่ลดลงกว่าครึ่ง แม้จะยังทำยอดขายได้ทะลุแสนอยู่ แต่ก็ไม่ได้พีคเท่าตอน ซิง 4 และซิง 5 (ซิงเลือกตั้ง) แล้ว ทำให้ต้องปรับลดต้นทุนลง เพือให้วงมีกำไรมากขึ้น

การรีแบรนด์ครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ปีหน้า 2020 เราคงจะได้เห็นอะไรที่ชัดเจนขึ้น และ BNK48 จะยังทำรายได้ให้ อฟช. อยู่อีกไหม งบการเงิน กลางปีหน้า จะมาตอบคำถามนี้เอง