SEO และถิ่นที่อยู่

ไม่ค่อยได้พูดถึง SEO มาเสียนาน นี่ก็จะสิ้นปี 2016 กันแล้ว ก็อยากจะมาพูดถึงและสรุปเหตุการณ์เกี่ยวกับ SEO ในปี 2016 กันสักหน่อย ซึ่งเป็นปี ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆ แต่ดูแล้วทิศทางที่จะทำอันดับจะยากขึ้นแน่ในปี 2017

การทำอันดับ : ในรอบปี 2016 ที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับเลยครับว่าปั่นอันดับขึ้นมายากมากใน คีย์เวิร์ด ภาษาไทย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นจะทำแล้วติดอันดับได้เร็ว โดยเฉพาะการทำอันดับกับเว็บไซต์ แต่ในตอนนี้ ปรับแก้ on page ก็แล้ว เสริมลิ้งค์ก็แล้ว บางทีขยับไม่เท่าไหร่เลย

แต่ คีย์เวิร์ดภาษาไทย กลับไปทำอันดับได้ดีกับ แฟนเพจเฟชบุค ซะอย่างนั้น ติดทน ติดนานด้วย คือ ปกติผมจะไม่ค่อยถนัดทำ SEO บน facebook เท่าไหร่ แต่ก็สามารถทำได้ ก็เลยคิดว่า ถ้าใครลองทำอันดับคีย์เวิร์ดภาษาไทยกับเว็บไซต์แล้วไม่รุ่งก็ลองไปทำ page facebook ดูบ้างก็น่าสนใจนะครับ หรือทำควบคู่กันไปเลย ติดอันดับสักที่หนึ่ง ก็ขายของได้แล้วครับ ดีไม่ดีขึ้นมาคู่กันก็ครองหน้าแรกสองอันดับไปเลยนะครับ

คีย์เวิร์ดภาษาอังกฤษ ก็ทำอันดับได้บ้าง ทั้งที่เมื่อก่อนผมแทบจะไม่ค่อยทำอันดับกับคีย์เวิร์ดภาษาอังกฤษได้เลย แต่ปีนี้ก็ทำติดอันดับ Top 3 ซึ่งเป็นอันดับ Top ต้นๆเลย หลายคีย์เวิร์ดอยู่พอควร รวมถึงอันดับที่ขึ้นมาเกือบๆหน้าสอง หน้าแรก ก็อีกหลายคีย์เวิร์ด นับว่าเป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะคีย์เวิร์ดภาษาอังกฤษ ใครได้ลองทำจะรู้ว่ามันหินมาก การแข่งขันทั่วโลก กว่าจะดันอันดับได้ไม่ใช่มาง่ายๆ แต่พอเห็นว่าเริ่มทำอันดับได้บ้าง ก็ดีใจครับ

การรักษาอันดับ : คีย์เวิร์ดเก่าๆ ที่เคยทำอันดับได้ เริ่มมีอันดับตกลงมาให้ได้เห็นกันบ้างแล้ว บางคีย์เวิร์ดตกมาก บางคีย์เวิร์ดตกน้อย แต่ก็ยังพอจะดันกลับไปได้บ้าง และที่น่าหวั่นก็คือมีบางคีย์เวิร์ดตกนานมาก ดันเท่าไหร่ก็ยังไม่กลับ ทั้งที่รูปแบบการทำ SEO ก็ไม่ได้ต่างจากคีย์เวิร์ดอื่นๆเลย

ส่วนคีย์เวิร์ดใหม่ๆ หากทำอันดับขึ้นได้เร็ว หรืออยู่อันดับต้นๆ ในหน้าแรกกูเกิล ก็ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องอันดับ ก็จะยังคงอยู่นิ่งต่อเนื่องไปได้

แต่อันดับระหว่างการทำงาน ที่จะขึ้นมาหน้าสอง หน้าแรก อันดับจะไม่ค่อยนิ่ง มีขึ้น มีลง ได้ตลอดเวลา จริงอยู่ที่อันดับไม่นิ่งด้วยหลายๆสาเหตุ เช่น จากการอยู่ระหว่างทำ seo อยู่ด้วย / การปรับอันดับของ search / การปรับอัลกอริทึม เป็นต้น ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้การทำอันดับเป็นไปได้ลำบากขึ้น หากผ่านจุดนี้ไปได้อันดับก็จะนิ่งมากขึ้นครับ พยายามดันให้ไปติด Top 20 ให้ได้ก่อน ค่อยก้าวต่อไปเพื่อติดหน้าแรกอีกที

พาอันดับกลับมา : งานหนักจริงๆครับ กับการพาอันดับกลับบ้าน มีคีย์เวิร์ดที่ทำอันดับได้แล้ว แต่กลับอันดับหลุดหายไป ซึ่งกว่าจะพาอันดับกลับมาได้ ต้องใช้เวลานานมากหลายเดือนทีเดียว กลับมาได้แล้วบางทีก็มาได้แค่หน้าสอง หน้าสาม ยังไม่ถึงเป้าหน้าแรกด้วยอะไรก็ไม่รู้ บางทีกลับมาแล้วก็หายไปอีก มีคีย์เวิร์ดที่อาการแบบนี้อยู่ 2 คีย์เวิร์ดที่เจอในปีนี้ ไม่แน่ว่าปีหน้าจะเป็นเช่นไร

ก็ยังต้องหาทางแก้กันต่อไปครับ ผมบอกเลยการทำ SEO มีความเสี่ยง ไม่แพ้การลงทุนอื่นๆ ถ้าติดอันดับได้ก็ เฮ… แต่ถ้าอันดับหลุดยาวก็ โฮ…

ต่อให้เทคนิคและวิธีการเดียวกัน ก็ไม่อาจการันตีว่ามันจะจบสวยเหมือนกันทุกๆคีย์เวิร์ด ดังนั้นหากจะเลือกทางสาย SEO ก็ต้องเผื่อใจไว้บ้างนะครับ

แต่ไม่ว่าอย่างไร โอกาสสำเร็จมันก็ยังเยอะกว่า คีย์เวิร์ดที่ทำอันดับติดหน้าแรก Google มีมากกว่าคีย์เวิร์ดที่จะหาอันดับไม่เจอ เพราะต่อให้เราไม่ทำ SEO อันดับคีย์เวิร์ดเว็บไซต์นั้นๆก็แทบจะหาไม่เจออยู่แล้ว จะไปกลัวอะไรกับการทำ SEO จริงไหมครับ…ไม่ลองก็ไม่รู้

ต้องปรับเว็บไซต์อย่างไร ให้รองรับการทำ SEO

เอาจริงๆ ผมก็ไม่ทราบเหมือนนะกันครับ เพราะ Google ก็ไม่ได้บอกว่าจะต้องปรับเว็บไซต์อย่างไรบ้าง ทุกอย่างเกิดขึ้นจาก อัลกอริทึม ล้วนๆ ที่ส่งผลให้ คีย์เวิร์ดนั้นๆ ของเว็บไซต์นั้นๆ ขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆในหน้าแรกกูเกิล แต่ก็เคยได้ยินว่ามีบางคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูงๆ จะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและให้อันดับเองเลย!!

ผมคงจะแนะนำได้เท่าที่เคยลองทำและได้ผลมากบ้าง น้อยบ้าง ซึ่งก็อาจจะไม่ได้ถูกต้องตามหลักการไปทั้งหมด เพราะผมก็ไม่ได้รู้ว่าจริงๆแล้วมันควรจะปรับอะไรบ้าง มากหรือน้อยแค่ไหน ถึงจะดีที่สุด ก็เอาเป็นว่าสิ่งที่ผมทำและปรับใช้มันได้ผลในระดับหนึ่งก็อยากจะเอามาแชร์กันครับ หรือท่านใดที่คิดว่ามีวิธีที่ดีกว่าหรือถูกต้องก็เมลมาหาผมได้ครับ ที่ harry_mutd@hotmail.com พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นครับ

มาเริ่มกันเลย สำหรับเว็บไซต์ที่กำลังจะเริ่มต้นใหม่ผมไม่ค่อยจะเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะสามารถเลือกคีย์เวิร์ดที่ต้องการได้ เลือกจดโดเมนที่รองรับ SEO ได้ เลือกว่าจะใช้โปรแกรมตัวไหนในการสร้างเว็บไซต์ได้ ซึ่งจะง่ายในการวางแผนเพื่อให้เว็บที่กำลังจะสร้างขึ้นนั้นเป็นเว็บที่รองรับ การทำ SEO ตั้งแต่ช่วงแรกๆ

แต่ที่ผมเจอส่วนใหญ่ ก็จะเป็นเว็บที่จดโดเมนไปแล้ว สร้างเว็บไซต์เสร็จแล้ว จากนั้นพวกเขาก็มองหาคนที่จะมาทำ SEO ให้”

ซึ่งผมบอกเลยว่า มันจะดีมากหากว่าเจ้าของเว็บนั้นๆพอจะมีความรู้เบื้องต้นอยู่บ้างในการเลือกจดโดเมนที่รองรับการทำ SEO หรือพอจะปรับแก้ไขเว็บไซต์เบื้องต้นอยู่บ้าง ซึ่งเป็นส่วนน้อยที่เจอเสียด้วย

ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยมีความรู้ในการปรับแก้เว็บไซต์ โดเมนที่จดก็จะจดตามใจฉัน เป็นชื่อตัวเองบ้าง บางทีก็เป็นชื่อแบรนด์ (อันหลังยังพอรับได้) ซึ่งไม่มีคีย์เวิร์ดในโดเมนเลย ก็จะทำให้การทำ SEO ยากขึ้นมาอีกขั้นแล้ว จะเล่นคีย์เวิร์ดยากๆก็ควรให้มีคีย์เวิร์ดในโดเมนสักหน่อย ต่อให้เอาไปทำในซับโดเมน (ซึ่งเป็นทางแก้อย่างหนึ่งในกรณีที่ในโดเมนไม่มีคีย์เวิร์ดที่จะทำ SEO) ก็อาจจะไม่ได้ผลดี สู้กับพวกที่ใช้โดเมนมีคีย์เวิร์ดผสมอยู่ด้วยไม่ได้ เรื่องโดเมนนับว่าเป็นปัญหาแรกๆเลยที่เจอบ่อย และแก้ยากเสียด้วย เพราะคนส่วนใหญ่คงไม่อยากจะจดโดเมนใหม่และทำเว็บไซต์ใหม่ให้เสียเงินบ่อยๆจริงไหมครับ

ส่วนที่ควรจะปรับต่อไปก็คือ Title ส่วนใหญ่ที่ผมเจอจะเป็น ชื่อบริษัทบ้าง ชื่อแบรนด์บ้าง ไม่ได้มีคีย์เวิร์ดที่จะทำ SEO อยู่เลย แล้ว Google ก็ชอบจับอันดับตรงนี้ด้วย หากไม่มีคีย์เวิร์ดใน Title ก็แทบจะไม่เห็นอันดับใน Top 100 เลยนะครับ

อีกจุด Description บางเว็บปล่อยว่างไว้เลยก็มี ซึ่งจริงๆแล้ว ควรจะวางคีย์เวิร์ดผสมกับการบอกว่าเว็บไซต์นั้นๆเกี่ยวกับอะไร ขายอะไร หรือ ให้บริการอะไร โดยใส่คีย์เวิร์ดหลักและคีย์เวิร์ดรองไว้ด้วย จะช่วยเรื่องการทำอันดับ SEO ได้ แม้ไม่ได้เยอะก็ตาม แต่ก็ดีกว่าปล่อยว่างไว้เฉยๆ

Contents หรือเนื้อหา ในหน้าแรก (หน้าหลักเว็บไซต์) ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะที่ผมเคยเจอบางเว็บไซต์ทำเว็บมีแต่รูปภาพ!! จะบ้าตาย google ต้องการเว็บที่มีเนื้อหา (Text) อย่างน้อยก็ต้อง 300-500 คำ โดยเฉพาะในหน้า Home ซึ่งเป็นหน้าที่คนส่วนใหญ่จะใช้ในการทำ SEO และผู้ใช้งานคลิกเข้ามาเจอเป็นครั้งแรกๆ

ในเรื่องของเนื้อหาผมเคยเขียนบทความลงในบล็อกนี้หลายครั้งแล้ว คงจะไม่พูดถึงมากในบทความนี้ ยังไงลองย้อนตามไปอ่านได้ครับ ส่วนรายละเอียดเต็มๆขอไว้เขียนอีกทีในบทความถัดๆไปนะครับ

สรุป : เบื้องต้นในการปรับเว็บไซต์ เท่าที่จะปรับได้นะครับ จุดสำคัญๆ นอกจากโดเมนที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้แล้ว ก็จะต้องปรับ Title, Description, Contents เอาแค่ 3 จุดก่อน ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่สามารถปรับแก้เองได้เลย ไม่ต้องเก่งโปรแกรมอะไรมากก็ทำได้ ซึ่งในภาษา SEO เขาเรียกการปรับแก้แบบนี้ว่า SEO On-page นั่นเองครับปรับเพื่อให้เว็บไซต์ของท่านรองรับการทำ SEO และทำอันดับได้ดีขึ้นต่อไปในอนาคต

ส่วนจะได้ผลไหม ท่านก็ลองไปปรับเว็บไซต์ตัวเองดูครับ อาจจะไม่ได้ผลกับทุกเว็บ บอกเลย ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง แต่หากเว็บไซต์คุณไม่เคยวางคีย์เวิร์ด ไม่เคยปรับแก้ตามจุดที่ผมบอกไป ลองทำดูครับ แล้วจะเห็นถึงความแตกต่าง