โลกออนไลน์ โตไวกว่าที่คิด ถ้าไม่ตามติด ก็อาจจะตามไม่ทันโลก

โลกออนไลน์หมุนเร็วมากทุกวันนี้ มีอะไรใหม่ๆให้เราได้เล่น ได้ติดตามมากมาย แต่ของเก่าที่ยังดีก็มีอยู่ เราก็ไม่ควรทิ้งของเก่าไปเลย แค่ไม่ยึดติดมากเกินไป ในขณะที่มีของใหม่มาก็ไม่ใช่ ไม่สนใจเลย แต่ให้ควรศึกษาติดตาม ความเป็นไป เพราะไม่มีอะไรแน่นอนในยุคนี้

Blog (WordPress เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่นิยมสร้าง Blog) ที่เคยนิยมมากอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ตอนนี้ก็นิ่งๆกันไปเยอะ มีแต่บล็อกดังๆที่ยังคงทำการเขียนบทความใหม่ๆ และยังขยันอัพเดทอยู่ แต่ส่วนใหญ่เป็น Blog เหงาๆ หรือบล็อกที่ตายแล้ว

แต่ผมก็ไม่อยากให้ทิ้ง Blog ไปเลย เพราะเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือ เป็นบทความก็ยังคงสำคัญอยู่ ยิ่งเป็น blog ที่เราสร้างขึ้นเอง ลงทุนเช่าโฮส จดโดเมน เอง ยังไงก็มั่นใจว่า ข้อมูลจะไม่หายไป หรือโดนปิด ยกเลิกไป แบบในกรณีที่ไปฝากไว้กับบล็อกฟรีทั่วๆไป

Blog ยังคงสามารถ ลงเนื้อหาทั้งรูปแบบบทความ รูปภาพ และสื่ออื่นๆได้ ซึ่งให้รายละเอียดได้เต็มที่ รวมถึงยังเหมาะกับ การทำ SEO ง่ายต่อการค้นเจอใน Google Search ด้วย

แต่ข้อเสีย คือ Blog โตช้า ต้องใช้เวลาในการทำ Contents และโปรโมต คงต้องอาศัยความอดทนในการ เขียนบทความ และสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพจริงๆ จึงจะเกิดแฟนคลับที่ตามอ่านบล็อกได้ในระยะยาว

Facebook ผมว่าเป็นโซเชียล ที่นิยมกันมากที่สุดแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงพีคสุดๆด้วย จะว่าไปใครที่เริ่มเล่น หรือเริ่มต้นสร้าง แฟนเพจ Facebook ตอนนี้ก็สามารถเติบโตได้ในข้ามคืน หากว่าเรื่องนั้นอยู่ในกระแส การจะมีการกดไลค์ และกดแชร์ สูงมากทีเดียว

เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะว่าพวกเราส่วนใหญ่ ก็มี Facebook กันแทบทุกคน ดังนั้น เมื่อมีอะไร ตูม!! ก็พากันไปดู ไปแชร์ ก็สามารถทำให้เพจดังได้เร็วเช่นนั้นเอง

ถึงแม้เพจบางเพจอาจจะไม่ได้ดังเร็วมาก แต่ก็ค่อยๆสะสมยอมคนกดไลค์เพจไปได้เรื่อยๆ เพราะอย่างที่บอกไป ว่าคนส่วนใหญ่เล่น Facebook อยู่แทบทุกวัน วันหนึ่งเขาอาจจะมาเห็นเพจเราและสนใจติดตามเพจ กด Link เพจได้ ทำให้ แฟนเพจค่อยๆโตในที่สุด กลุ่มคนที่เล่น Facebook จะเป็นวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ซะมากกว่า ก็เป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจของนักการตลาดที่ต้องรู้

ข้อดีของ Facebook คือ โตได้เร็วและไปได้เรื่อยๆ ข้อเสียคือ การแสดงผลเนื้อหาค่อยข้างน้อย อาจจะต้องยอมลงทุนจ่ายเงิน เพื่อให้คนที่ติดตามได้เห็นโพสได้ถี่ขึ้น และโซเชียล เป็นอะไรที่ไม่แน่นอน เราไม่รู้ว่าจะมีอะไรใหม่ๆมาแทนอีกหรือเปล่า หรือ Facebook จะอยู่อีกนานแค่ไหน บทเรียนจาก Hi5 คงเป็นข้อคิดเตือนใจได้เสมอสำหรับคนเล่นโซเชียล แต่อย่างไรก็ตามเวลานี้ มันยัง O.K. อยู่ ก็เล่นกันต่อไปครับ

YouTube ก็นับว่าเป็น โซเชียลมีเดีย อย่างหนึ่งได้ แต่เน้นไปที่ วีดีโอ เป็นหลัก ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ คนเริ่มหันมาสนใจ YouTube มากขึ้น เพราะมี ช่องมากมาย รวมถึงรายการที่หลากหลาย สามารถเลือกชมได้ตามที่ตัวเองสนใจ

จนมีกระแสว่า ช่อง T.V. ออกมาโวยวาย ว่าแย่งคนดู ด้วย ช่องทีวี ต้องประมูลในราคาที่สูงกว่า ช่อง YouTube ที่ใช้แค่ อินเตอร์เน็ต ลงทุนต่ำกว่ามาก แต่ก็นั่นละครับ ของอย่างนี้อยู่ที่การปรับตัว และการสร้างสรรค์ผลงาน ถ้าของดีจริง เผยแพร่ที่ไหน คนก็ตามไปดู

พอจะมองเห็นอนาคตไหมครับ ว่า YouTube กำลังจะเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน แค่ตอนนี้ก็โตอยู่แล้ว แต่ผมมองว่ามันยังจะโตมากกว่านี้ได้อีกเยอะเลย เพราะคนเลือกที่จะหันมาดูวีดีโอ มากขึ้น ภาพชัดเจนระดับ HD มีความหลากหลาย ที่สำคัญ มีอุปกรณ์รองรับมากขึ้น ไม่ใช่แค่ดูในคอมพิวเตอร์ การดูในมือถือก็เติบโตมากขึ้นเช่นกัน รวมไปถึง อินเตอร์เน็ตที่นับวันจะแรงมากขึ้น ในราคาที่ถูกลง

ทำให้การเข้าชมวีดีโอ ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ที่มักจะโหลดช้า ภาพไม่ชัด ไม่รองรับบนมือถือ ค่าอินเตอร์เน็ตก็แพง แต่อนาคตมันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกอย่างจะดีขึ้น รองรับ การชม YouTube มากขึ้น อุปกรณ์ และอินเตอร์เน็ตจะถูกลง

คนจะหันมาสร้าง Contents บน YouTube เยอะขึ้น และคนที่เข้าชม วีดีโอ ก็จะมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ รวมถึงผู้ปกครองด้วย

บทสรุป

“เราติดตามแค่ 3 โลก นี้ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่ตกเทรน รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และสร้างธุรกิจได้จากทั้งสามช่องทางได้อีกด้วย โดยการเชื่อง       3 โลก YouTube, Blog, และ Facebook เข้าด้วยกัน เช่น”

# เราสร้าง วีดีโอ แนะนำสินค้า บน YouTube

# เราสร้าง Blog เพื่อให้ข้อมูล เนื้อหา รายละเอียดสินค้า และนำ วีดีโอ ที่ทำใน YouTube มาใส่ใน บล็อกเราได้ด้วยเพื่อสร้างความน่าสนใจ และปิดการขายที่นี่

# เราสร้าง Facebook แฟนเพจ ขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร สื่อสารกับลูกค้าได้เร็วรวด และ แชร์ เนื้อหาใน Blog ของเราเพื่อ ให้ลูกค้าเห็นข้อมูลสินค้าใหม่ๆ ทำให้เกิดการติดตามคลิกเข้าไปอ่าน รายละเอียดที่ Blog และตามไปดู วีดีโอ ในช่อง YouTube วนไป

แต่ผลที่ได้ คือ ความหลากหลาย ความน่าเชื่อถือ และมันน่าสนใจ จะเห็นว่า โซเชียลรุ่นเก่าอย่าง Blog ก็ยังทรงพลังในแบบของตัวมันเอง ในขณะที่ เราใช้โซเชียลที่แรงๆอย่าง Facebook ช่วยเร่งกระแสช่วยทำการตลาดได้ และช่อง YouTube ที่เป็นส่วนของวีดีโอ ก็ทำให้ภาพสินค้าชัดเจนขึ้น เมื่อเป็นภาพเคลื่อนไหว สุดท้าย ก็ทำให้การตัดสินใจ ของลูกค้าง่ายขึ้นด้วย โซเชียลทุกอย่างช่วยในการทำตลาดได้เป็นอย่างดี

แม้ว่า โซเชียล จะมีมากกว่านี้  อีกเยอะ แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องทำทุกช่องทาง เลือกทางที่เหมาะสมกับตัวเองดีที่สุด และให้มันสามารถเชื่อมต่อโลกเป็นหนึ่งเดียวกันได้ยิ่งดี

ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ที่จะทำให้มองเห็น โลกออนไลน์ ว่ามันทำอะไร ยังไงได้บ้าง และเราผู้ใช้โซเชียล จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้ได้อย่างไร ก็ลองเอาไปคิด เอาไปใช้ต่อยอดธุรกิจ และอื่นๆ ตามสบายครับ

 

Blog to Blog

มาอัพเดทความคืบหน้า Project Blog ครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจคในครึ่งปีหลังนี้ ในตอนนี้ทำการจดโดเมนมาส่วนหนึ่งแล้ว และทำการเช่าโฮสไว้แล้ว รอการติดตั้งบล็อกเท่านั้น ส่วนเรื่องการปรับแต่ง ธีมบล็อก ช่วงแรกนี้ก็คงเน้นของฟรีไปก่อนครับ รอดูว่าบล็อกไหนจะเกิดค่อยปรับเปลี่ยนกันได้ในภายหลังส่วนเนื้อหา บทความ แน่นอนว่า ผมเขียนเองล้วนๆ

โดเมน หลักๆที่ใช้ผมก็จดกับผู้ให้บริการรับจดโดเมนในไทยนี่แหละครับ สะดวกกว่า ง่ายด้วย มีอะไรก็ติดต่อได้เลย และแน่นอนว่าผมเน้น จดโดเมน .Com (ดอทคอม) เป็นหลัก โดยหวังผลในเรื่องของการสร้างแบรนด์ และผลทางด้าน SEO ด้วยส่วนหนึ่ง แต่ถ้าหากชื่อโดเมนนั้นไม่ว่าง แต่อยากได้เพราะชื่อมันสวย ก็อาจจะยอมจดใน .net .org หรือ อื่นๆ บ้าง แต่แน่นอนว่าผมเน้นไปที่ โดเมน .com เป็นหลัก

โฮส ก็เช่นกัน ที่ผมเลือกใช้กับผู้ให้บริการในไทยเป็นหลัก เพราะสะดวกในการติดต่อ อีกอย่างคือ ผมทำเว็บเนื้อหาภาษาไทย เน้นคนไทยเป็นหลักด้วย ดังนั้นการใช้โฮสไทยก็ดูจะเหมาะสมกว่า เพราะจะทำให้เข้าเว็บได้เร็ว โหลดหน้าเว็บไซต์ได้เร็วกว่าโฮสนอก แต่ใครทำบล็อกแล้วใช้โฮสนอกก็ไม่ผิดนะครับ เพราะจ้าวที่ถูกๆกว่าในไทยก็มีเยอะ ที่สำคัญกว่าคือโฮสอย่าล่มบ่อยละกัน เพราะมันมีผลต่อการเข้าใช้งานของลูกค้าเรามากๆ ยิ่งเว็บไหนทำเงินให้เรา ยิ่งต้องดูแลให้ดีเลย เพราะเว็บล่มเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็อาจจะเสียลูกค้า และยอดขายไปหลายหมื่น (หากบล็อกคุณดังพอย่อมทำเงินได้มากมาย) อีกอย่างโฮสล่มนานๆ บ่อยๆ ก็มีผลต่ออันดับ seo ด้วยเช่นกัน

WordPress คือ โปรแกรมหลักที่ผมใช้ในการติดตั้ง Blog เพราะชอบเป็นการส่วนตัว ใช้งานง่าย ติดตั้งไม่ยาก มีธีมสวยๆให้เลือกใช้งานได้เยอะ แถมฟรีก็มีอยู่มากมายให้ดาวน์โหลดไปใช้งาน โปรแกรมเสริมที่น่าสนใจก็มีเยอะด้วย จริงๆก่อนหน้าผมพยายามลองตัวอื่นๆอยู่เหมือนกันแต่ดูแล้วจะไม่ค่อยโดน จนได้มาลองใช้งาน เวิร์ดเพรส แล้วก็รู้สึก รักเลย ตอบโจทย์ คนที่ชอบเขียนบทความ ข่าว เล่าเรื่องต่างๆ หรือ จะปรับจากบล็อกให้ดูเป็นเว็บไซต์เล็กๆก็สามารถทำได้ ปัจจุบันผมจึงเลือกใช้งาน เวิร์ดเพรส ในการสร้างเว็บไซต์และทำบล็อก เป็นหลักทั้งหมด

บทความ ความหลายหลากของบทความ ขึ้นอยู่กับว่าเราทำบล็อกเกี่ยวกับอะไรบ้าง ถ้าทำหลายๆแนว ก็ต้องเตรียมบทความที่หลากหลายไว้รอ การอัพเดท ระยะความถี่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับเนื้อหาในเรื่องๆนั้นๆ บางบล็อกต้องอัพเดทอยู่บ่อยๆทุกวัน บางบล็อก 7 วัน 15 วัน หรือ 1 เดือน ค่อยอัพทีก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่า บล็อกนั้นๆมีเนื้อหาให้ต้องเขียนถี่แค่ไหน แน่นอนว่าถ้าคุณสามารถเขียนและอัพเดทบล็อกได้ทุกวันก็ยิ่งดีต่อผู้ใช้งาน แฟนคลับที่คอยติดตามอ่านบล็อกจะชอบ และการทำ SEO ก็จะส่งผลดีต่ออันดับด้วย เพราะบทความที่เขียนเราต้องเน้นในเรื่องนี้ด้วย การวางคีย์เวิร์ดตั้งแต่ ชื่อเรื่อง เนื้อหา การเน้นคำ ทุกอย่างส่งผลต่ออันดับและการค้นหาทั้งหมด ประเด็นคือ ผมต้องเขียนบทความเองทั้งหมด นี่คือความท้าทาย ว่าจะไหวไหม กับการอัพเดทบล็อกที่กำลังจะเกิดขึ้นกว่า 50 บล็อก (ไหนบอกมินิโปรเจคไง)

โปรโมท บล็อก ยังไง? คิดว่าจะไม่โปรโมท แต่เอาเข้าจริงก็คงต้องทำบ้าง เพราะ SEO เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่คงแบบค่อยเป็นค่อยไป พวกซับมิทไดเรคทอรี่ โพสตามบอร์ด พวกนี้ถ้ามีเวลาก็จะทำบ้าง และคงใช้โซเชียลมีเดีย มาช่วยด้วย ทำแบบค่อยๆโตผมเชื่อว่าถ้า Contents เราแข็งแรงมากๆ การโปรโมทก็แทบไม่จำเป็นเท่าไหร่ เพราะคนที่มาอ่าน เขาจะเป็นคนช่วยโปรโมทให้เราเอง ทั้งแชร์ ทั้งแนะนำบอกต่อบล็อกของเราให้โลกได้รู้

Project Blog นับว่าเป็นโปรเจคที่ผมค่อยข้างจะจริงจัง พอสมควร เพราะอยากทำมานานแล้ว อยู่ในวงการออนไลน์มาก็เป็นสิบปีได้ อยากทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ที่จะสามารถบอกกับคนอื่นๆได้ว่า นี่ไงผลงานของผม เพราะที่ผ่านๆมา รับงานมาทำให้แต่คนอื่น โปรโมทเว็บบ้าง ทำเว็บบ้าง จบแล้วก็แล้วกันไป มันไม่มีอะไรเป็นของเราเอง ที่จะจับต้องได้ นี่จึงเป็นสิ่งที่ผมอยากจะสร้าง อย่างน้อย Project Blog ก็เป็นบล็อกของเรา ทุกบล็อก ทุกเรื่อง คือเรื่องที่เราสนใจ และอยากเล่า จึงเอามาเขียน เพื่อส่งต่อให้คนอีกมากมายได้อ่านและได้ประโยชน์จากบล็อกเล็กๆเหล่านั้นจริงๆ

บล็อกที่ผมสร้าง จึงมีความหลากหลาย มีทั้งเรื่องที่ชอบ ที่รัก ที่สนใจ และที่ฝันอยากจะทำ รวมถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย

ไม่แน่ว่ามันอาจจะมีสักบล็อกที่ปังขึ้นมาก็เป็นได้ และวันนั้นก็จะเป็นอีกความสำเร็จของโปรเจคชุดนี้เลยทีเดียว แต่เราไม่รู้หรอกว่าบล็อกไหนมันจะเกิด หรือจะดับ เราก็แค่ทำบล็อกที่เราอยากทำขึ้นมาให้เป็นจริง สร้างบทความคุณภาพขึ้นมา เชื่อว่ามันต้องเป็นประโยชน์บ้าง กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย

และนี่คือทั้งหมดของ Project Blog ที่ผมนำมาอัพเดทให้ได้ทราบกัน ว่าผมกำลังจะทำอะไร และคิดอะไร ภายในก่อนสิ้นปีนี้ โปรเจคชุดนี้ ก็น่าจะสำเร็จด้วยดี แต่อย่าลืมว่านี่เป็นแค่โปรเจคเดียวที่ผมจะทำ ยังมีอีกหลายๆโปรเจครออยู่และต้องเริ่มลงมือทำด้วยเช่นกัน ส่วนจะเป็นเรื่องอะไร เดี๋ยวจะมาอัพเดทกันที่บล็อกแห่งนี้อีกทีครับ

ทำบล็อกเกี่ยวกับอะไรดี อยากมีรายได้จาก Blogger หารายได้บนอินเตอร์เน็ตอย่างไรดี

ถ้าถามผมว่าทำบล็อกอะไรดีจะรวย ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันครับ เพราะบล็อกแต่ละแบบก็ทำเงินต่างกัน แต่ผมเชื่อว่าทุกแบบต่างก็หารายได้ในแบบของตัวเองได้ อยู่ที่ว่าเราจะนำบล็อกเหล่านั้นไปหาเงินกับด้านไหน เพราะมีหลายทางมากๆ เช่น

  • ขายแบนเนอร์ ง่ายสุดๆละ หาคนมาซื้อพื้นที่โฆษณา ลงโฆษณาบนบล็อกเรา
  • ทำ affiliate มีทั้งไทย และต่างประเทศ
  • ติด Ads พวก Adsense, Adyim, BumQ, Yengo เป็นต้น กระแสกำลังมา
  • ขาย Backlink แบบรายเดือน หรือแบบเหมาก็ว่าไปครับ
  • รับเขียนรีวิวลงที่บล็อก คิดราคาเป็นบทความไป อันนี้ก็น่าสนใจครับ
  • เขียน Ebook ขาย บนบล็อกเลย กระแสกำลังดี
  • อื่นๆ น่าจะมีอีกเยอะยังคิดไม่ออกครับ

มีหลายๆทางที่เราจะหารายได้จากบล็อกของเรา ไม่จำเป็นว่าบล็อกนั้นจะต้องเป็นบล็อกส่วนตัว อาจจะเป็นบล็อกเฉพาะทางที่เราชอบหรือถนัดก็ได้ เช่น

  • บล็อกท่องเที่ยว สถานที่ที่เราเคยไป เคยเที่ยวมาก็เอามาเขียนลงบล็อกได้
  • บล็อกรีวิวหนัง ไปดูหนังมาก็เอามาเขียนรีวิวแนะนำเพื่อนได้
  • บล็อกเนื้อเพลงที่เราชอบ
  • บล็อกหนังสือที่เราเคยอ่าน แนะนำหนังสือน่าอ่านไป
  • บล็อกภาพถ่ายของเราเอง ชอบถ่ายรูปก็เอามาลง ดีไม่ดีภาพนั้นอาจจะขายได้เงินอีกทาง
  • บล็อกกีฬาโปรด อย่างทีมฟุตบอลที่เราเชียร์ ผมเด็กผี ก็ทำบล็อกเกี่ยวกับทีมแมนฯยูไนเต็ด
  • บล็อกเกี่ยวกับงานที่เราทำก็ได้ อย่างผมทำ IM เป็นฟรีแลนซ์ ก็ทำบล็อกแนะนำเกี่ยวกับงานที่ทำเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าเราสามารถสร้างบล็อกออกมาได้มากมาย หลากหลาย และแต่ละแบบก็มีฐานที่คนชอบและติดตามแตกต่างกันไป ดังนั้นถ้าถามว่าจะทำบล็อกอะไรดี ก็ลองย้อนกลับมาคิดถึงตัวเราเองก่อนดีกว่าครับ ว่าเราชอบอะไรบ้าง จดใส่กระดาษเป็นข้อๆ เราถนัดอะไรบ้าง ก็จดใส่กระดาษเป็นข้อๆอีก แล้วค่อยมาเลือกครับ ว่าเรื่องไหน เราสามารถทำได้บ้าง เราชอบเรื่องไหนที่สุด เราจะเขียนเรื่องนั้นๆได้ดีไหม เลือกแล้วลงมือทำไปเลยครับ เขียนบล็อกในแบบฉบับของเรา ไม่จำเป็นต้องซ้ำใคร อาจจะเอาแนวคิดเขามาได้แต่ไม่ใช่ก๊อปเนื้อหาเขามาทั้งหมด

คำแนะนำ คือ เขียนเรื่องของเราเองดีที่สุด เพราะมันเป็นเรื่องที่เรารู้ดีที่สุด และไม่ซ้ำใครแน่นอน”

สร้างบล็อกขึ้นมา แล้วอัฟเดทให้สม่ำเสมอ หาเรื่องอะไรใหม่ๆมาลงที่บล็อก แล้วจะมีคนติดตามคุณเอง แม้ว่าจะไม่มากมายอะไร แต่เชื่อว่าเขาจะมาอ่านบล็อกคุณอยู่เรื่อยๆ เมื่อเนื้อหาบล็อกมากขึ้น ข้อมูลเยอะขึ้น คนจะมาค้นหามาเจอบล็อกคุณมากขึ้นเรื่อยๆเอง แบบธรรมชาติ

ไม่จำเป็นต้องทำหลายบล็อกก็ได้ หากเรามีทุนเช่าโฮสติ้งจำกัด หรือจดโดเมนได้น้อย เอาเป็นว่าเริ่มต้นทำแค่ 1 บล็อกก่อน ทำในเรื่องที่ชอบสักเรื่องก่อนครับ แล้วบล็อกอื่นๆค่อยตามมาหากเรามีทุนแล้ว มันเพิ่มได้ไม่ยาก

ต้นทุนในการทำบล็อกสักบล็อกจะสักเท่าไหร่กันเชียว

  1. ค่าจดโดเมน .com ประมาณ 350 บาท แนะนำจดเป็น .Com ไปเลยมันได้ความน่าเชื่อถือกว่าแบบอื่นๆ
  2. ค่าโฮสติ้ง รายปี ประมาณ 1,000 บาท หากไม่พอค่อยเพิ่มแพคเกจที่หลังได้ครับ
  3. ธีม ฟรี มีให้โหลดใช้ฟรีเยอะมาก ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อแพงๆ
  4. WordPress software ติดตั้งง่าย และฟรี สร้างเป็นบล็อกก็ได้ ทำเว็บไซต์ก็ดี เชื่อผม..

ติดตั้งเองไม่เกิน 20-30 นาที ก็มีบล็อกส่วนตัวได้แล้วครับ พร้อมเริ่มต้นสร้างเนื้อหา และมันจะสามารถทำเงินได้แน่นอนในอนาคต ส่วนจะเป็นทางไหนนั้นแล้วแต่ว่าคุณจะเลือก ตามที่ผมแนะนำไว้ด้านบนครับ

สรุป : ไม่ว่าจะทำบล็อกอะไรก็สามารถทำเงินได้ครับ ขอแค่เราสร้างบล็อกแบบจริงจัง และสร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ที่คนสนใจรับรองว่า บล็อกคุณสามารถอยู่ได้แน่นอน..ว่าแต่คุณจะเริ่มสร้างบล็อกกันเมื่อไหร่ อย่ารอช้าครับ ผมขอไปสร้างบล็อกเพิ่มอีกสักบล็อกดีกว่า!!!